Thunderberge
Potential Skills
เยียวยา: ดวงเนตรแห่งทาลอส
Lv. 1มอบโล่เพิ่ม+24%
หลังจากทักษะคอมโบของผู้สวมใส่ฟื้นฟู HP โอเปอเรเตอร์ที่ควบคุมอยู่จะได้รับ[7%×HP สูงสุดของผู้สวมใส่] โล่ เพิ่มเป็นเวลา 15วินาที
เอฟเฟกต์จะเกิดผลได้ทุกๆ 15 วินาที
Weapon History
เธอเห็นมันได้ชัดกว่าคนอื่น การก้าวผ่านประตูนั้นนับเป็นการเดินทางซึ่งเร็วกว่าที่เธอนึกภาพไว้อยู่บ้าง ดวงตาของเธอเห็นภาพลวงตาและสีสันที่หาคำมาบรรยายไม่ได้ ผิวกายสัมผัสกับความรู้สึกที่เหนือธรรมชาติ เกิดภาพวูบวาบชวนเวียนหัว เสียงพึมพำมากมาย และเศษเสี้ยวความทรงจำในอดีต ทันใดนั้นก็ตามมาด้วยลมเยือกหนาวเหน็บจนแทบจะเยือกแข็ง ทุกสิ่งดูจริงมากสำหรับเธอ เธอจึงสอบถามทุกคนรอบๆ ทันทีและได้รับคำตอบที่ต่างกันไป บ้างก็บอกว่าผ่านไปเพียงชั่วพริบตา บ้างก็หอบเหนื่อยและบอกว่าติดอยู่ในสเตซิสนั้นมานานหลายวันแล้ว เธอมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น และเธอเองก็สงสัยในสิ่งที่เธอได้พบเจอ เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อจดจำรูปแบบ ลวดลาย เส้นสาย และสีแปลกประหลาดที่ห้อมล้อมอยู่ แม้ภาพทั้งหมดจะคงอยู่ไม่นานและไร้ความหมาย เหมือนกับฝันกลางวันประหลาดยามฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นเธอเห็นลำแสงพาดโยงใยและดวงดาวเต็มฟ้าที่โครงแสงนั้นมิอาจบดบัง เธอได้เห็นทาลอส กาลเวลามิได้นำพาแสงแห่งรุ่งอรุณมายังเขตขั้วโลกแห่งทาลอส-II โลกใบใหม่ที่ใหญ่ยักษ์สะกดสายตาของทุกคนและเกาะกุมวิญญาณของเธอด้วยพลังที่เหนือล้ำยิ่งกว่าพลังคาถาของราชาจอมเวทเองด้วยซ้ำ เธอไม่อาจละสายตาไปได้ เธอไม่อาจจินตนาการได้ว่าดวงดาวที่ปรากฏตามธรรมชาตินี้จะสร้างความปีติยินดี เหมือนที่ความรู้ความมั่งคั่งจะดึงดูดความสนใจเธอได้ อันที่จริง เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าสิ่งที่พบเห็นนี้จัดว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติหรือไม่ เธอค่อยๆ ใช้เวลาสำรวจทาลอส มันเป็นเหมือนลูกแก้วใหญ่ยักษ์ที่แทบจะไม่เคลื่อนไหว ปกคลุมด้วยสีฟ้าอ่อนกับวงแหวนที่คล้ายกับขอบกลีบดอกไม้ ดูเหมือนริบบิ้นน่ารักที่เธอเคยเห็นจากจักรเย็บผ้าของป้าเธอเท่านั้น ยิ่งเธอมองดู เธอกลับได้รู้ว่าทาลอสที่ดู "ไร้ความเคลื่อนไหว" เป็นเพียงภาพหลอกตาเท่านั้น ที่จริงมันขยับเคลื่อนเล็กน้อยและส่องแสงประกายอ่อนโยน จนเหมือนจะได้ยินเสียงของสายลม แต่ทว่า ทาลอสกลับหยุดเคลื่อนโคจรในทันใด กลายเป็นดาวยักษ์ที่หยุดนิ่งอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นรัวขึ้นเพราะความคิด ความทรงจำ และไอเดียที่พุ่งพล่านเข้ามาในจิตใจ เธอนึกถึงเมื่อครั้งสอบวิชาเวทครั้งแรกสมัยยังเป็นเด็ก และตอนที่เธอจบการศึกษาขั้นสูงที่สไปร์ เธอเห็นพ่อแม่ อาจารย์ มือที่เอื้อมออกมาจากซากปรักหักพัง และทรายที่พัดปลิวอยู่ห่างไกล ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นขณะก้าวเดินอย่างมั่นคงริมฝั่งทะเลคือใบหน้าของเธอเอง ท้องฟ้าของเลธาเนียน และเพื่อนๆ ในวัยเด็กที่นับดาวด้วยกัน ซึ่งทุกคนมีใบหน้าเหมือนเธอเอง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกถึงความรักอันทรงพลัง หัวใจของเธอถวิลหาทาลอสและเธอยอมทำทุกสิ่งเพื่อให้ได้สัมผัสกับดาวยักษ์ดวงนั้น เธอเชื่อว่าดาวดวงนั้นคือปมที่ขมวดทุกสิ่งเข้าด้วยกัน และปมเหล่านั้นทำให้ออริจิเนียมที่ไหลเวียนในตัวเธอส่งเสียงกระซิบประสานเป็นท่วงทำนอง วันนั้นเองที่เธอเริ่มไร้ซึ่งการเปลี่ยนแปลง เธอต้องกลายเป็นผู้ไร้อายุขัย เฉกเช่นโลกที่เธอรักแบบไม่ลืมหูลืมตา