GenshinBuilds logo
ข้อมูล

Augusta

Augusta VA

ชาวจีน: Mu Xueting
ญี่ปุ่น: Hikasa Yoko
เกาหลี: Lee Ji Hyeon
ภาษาอังกฤษ: Alix Wilton Regan

Augusta รายงานการสอบ Forte

พลังกำทอน

แม่เหล็กก่อนแสงสว่าง

รายงานการประเมินเสียงสะท้อน

[ตัดมาจาก █████ รายงานทางกายภาพของผู้เข้าร่วมแข่งขันอากอน] ชื่อ: Augusta ประวัติเรโซแนนซ์ของผู้เข้าแข่งขันรายนี้ เมื่อย้อนกลับไปวัยเด็กซึ่งเกือบจะตรงกับอายุของเธอ มีการคาดเดาว่าเธอคือ เรโซเนเตอร์โดยกำเนิด ตำแหน่ง สัญลักษณ์ทาเซ็ต ของผู้เข้าแข่งขันที่ชื่อว่า Augusta อยู่ที่หลังมือซ้าย เมื่อใช้งาน เธอจะสามารถสร้างและควบคุมสนามแม่เหล็กที่มีรัศมีประมาณสิบเมตรโดยมีเธอเป็นศูนย์กลาง เธอควบคุมและปรับเปลี่ยนรูปร่างของวัสดุประเภทเหล็ก โคบอลต์ และนิกเกิลได้อิสระ จากการเพิ่มความเชี่ยวชาญพลังเรโซแนนซ์ แต่ทว่าจากคำให้การส่วนตัวและข้อมูลการทดสอบ ดูเหมือนพลังเรโซแนนซ์ของเธอจะถึงขีดจำกัดในการพัฒนาแล้ว การสร้างอยู่ที่รัศมีสิบเมตรเป็นขีดจำกัดสูงสุดแล้ว "เป็นผู้มีเรโซแนนซ์โดยกำเนิดที่หาได้ยาก แต่ว่าในการต่อสู้ พลังเรโซแนนซ์ของเธอมีส่วนช่วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างดีที่สุดอาจอธิบายได้ด้วยคำว่า 'ไม่โดดเด่น' การที่คนอย่างเธอจะโดดเด่นในการแข่งอากอนน่ะเหรอ? แบบนั้นแทบจะเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ขึ้นยามเที่ยงคืนเลย ช่างเป็นเรื่องเพ้อฝันล้วนๆ" — จากบันทึกของแพทย์ผู้ตรวจ สัญลักษณ์ทาเซ็ตที่อยู่บนหลังมือของเธอตั้งแต่เด็กเป็นทั้งพรจากสวรรค์และตลกร้าย พลังฟอร์เตที่อ่อนแอของเธอผูกมัดเธอไว้ราวกับโซ่ตรวน แต่เวลานี้เธอได้ทลายโซ่ตรวนพวกนั้นทิ้งไปแล้ว เธอปีนขึ้นบันไดสู่บัลลังก์ทีละก้าว ทีละก้าว พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าถึงจะเป็นผู้ที่เกิดมาจากธุลีก็สามารถเปล่งประกายด้วยดวงอาทิตย์อันร้อนแรงเจิดจ้าได้

รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก

[รายงานการแพทย์ประจำปีของวังเอฟอร์—ยืนยันการเข้าถึงแล้ว] กราฟรูปคลื่นของผู้ทดสอบแสดงความผันผวนในลักษณะเป็นวงรี รูปแบบโดเมนของเวลาเป็นปกติ ไม่พบสัญญาณความผันผวนที่ผิดปกติ ผลการทดสอบอยู่ในช่วงเกณฑ์ปกติ ระดับความวิกฤตเรโซแนนซ์: ผู้ทดสอบรายนี้มีความเสี่ยงของโอเวอร์คล็อกในระดับต่ำที่สุด เมื่อดูตามความเข้มของรูปคลื่น จึงตัดโอกาสที่จะเกิดการโอเวอร์คล็อกออกไปได้ จากบันทึกชี้ว่าไม่มีประวัติของการโอเวอร์คล็อก และดูเหมือนว่าตอนนี้จะไม่จำเป็นต้องให้คำปรึกษาในด้านจิตวิทยาแต่อย่างใด "ทุกครั้งที่พวกเราทำเช่นนี้ มันรู้สึกคล้ายกับการวัดส่วนสูงผู้หญิงโตเต็มวัย ซึ่งมันค่อนข้าง... น่าอึดอัด..." "แต่พอเป็นการทดสอบทางกายภาพ จะมีเรื่องให้คุณประหลาดใจได้เสมอ เอ่อ ใครก็ตามที่ออกแบบอุปกรณ์ทดสอบน่าจะตกใจมากกว่าอีก..." "ฮ่าๆ อย่างนั้นเลยเหรอ"

Augusta รายการหวงแหน

ผนึกแห่งตะวันและ Gryphon
ผนึกแห่งตะวันและ Gryphon
หินที่ใช้ทำตราประทับนี้ขุดขึ้นมาได้จากภูเขาที่บรรพบุรุษเซปติมอนต์เคยเหยียบย่างไปเป็นครั้งแรก พื้นผิวสีขาวบริสุทธิ์ เรียบและทนทาน มีร่องรอยรูปแบบตามแรงลมที่สลักด้วยกาลเวลา เป็นเครื่องหมายทางประวัติศาสตร์ที่สลักไว้บนผืนดินอย่างที่ลบเลือนไม่ได้ ตราประทับนั้นหลอมด้วยโลหะมีค่า ประดับประดาด้วย Gryphon และดวงอาทิตย์ ลวดลายแรกแสดงถึงความกล้าหาญและวิสัยทัศน์ อีกลวดลายแสดงถึงเกียรติยศและความนิรันดร์กาล ตราประทับขนาดเล็กนี้แบกเอาความหวังและความฝันของผู้ก่อตั้งเมืองเซปติมอนต์ไว้ เป็นเครื่องย้ำเตือนใจให้ผู้ครอบครองอย่าได้หลงลืมเจตจำนงมุ่งมั่นแต่แรกเริ่ม Augusta ยังคงจดจำความรู้สึกที่ปลายนิ้วเมื่อได้หยิบจับเป็นครั้งแรก มันเย็นเฉียบแต่ก็แฝวงด้วยไอร้อนเงียบสงัด เป็นไอร้อนแห่งพลัง เธอรู้ดีว่าเบื้องหลังพลังอำนาจนั้นมีมากกว่าแค่เกียรติยศ แม้ตราประทับนี้เบาพอให้โยนลอยในอากาศได้ แต่ก็รู้สึกหนักเมื่อวางบนฝ่ามือ เหมือนดั่งน้ำหนักที่แบกไว้บนบ่า เป็นภาระที่ไม่อาจปลดเปลื้องได้
ที่คาดผมเก่า
ที่คาดผมเก่า
ก่อนที่ Augusta จะมีชื่อเสียง เธอเก็บเงินจากการทำงานต่างๆ เพื่อซื้อผ้าคาดหัวชิ้นนี้ที่ประดับด้วยลวดลายดั้งเดิมแบบเซปติมอนต์ ย้อนไปสมัยนั้น เธอเป็นแค่กลาดิเอเตอร์ไร้ชื่อเสียงที่มีชีวิตยากลำบากคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เป็นที่มองเห็น ไม่มีใครรู้จักชื่อ ทุกครั้งก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ลานประลอง เธอมักจะผูกผ้าคาดหัวนี้ มันได้เป็นสักขีพยานในทุกศึกที่เธอต่อสู้แล้วคอยเช็ดน้ำตาไร้เสียงของเธออย่างเงียบเชียบ ก่อนจะถึงศึกอากอนนองเลือด Augusta วางผ้าคาดหัวราบไปบนเข่า ใช้มือที่งุ่มง่ามเย็นข้อความตัวเล็กๆ ที่ขอบล่างว่า: "ขออย่าให้ฉันลืมว่าฉันชักดาบหลั่งเลือดด้วยเหตุผลใด" ตัวหนังสือหวัดเขี่ย งานเย็บฝีเข็มหยาบ เมื่อดึงด้ายเย็บสุดท้าย เธอลุกขึ้นแล้วผูกผ้าคาดหัวให้แน่นอีกครั้ง เธอไม่ได้หันกลับไปมองเส้นทางที่นำพาเธอมาที่นี่อีกเลย เธอไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น
"ลูกโอ๊กน้อย"
"ลูกโอ๊กน้อย"
ในตอนที่ Augusta เป็นเด็ก เธอประดิษฐ์ "เพื่อนเล่น" จากลูกโอ๊ก มันมาจากต้นโอ๊กใหญ่ในเฟเบียนัม มีรูปร่างประหลาด เป็นคู่หูที่โชคชะตาเล่นตลกเหมือนกัน ในตอนนั้น Augusta ไม่เคยได้เรียนรู้วิชางานประดิษฐ์ ทำให้ "กลาดิเอเตอร์ลูกโอ๊ก" ส่วนใหญ่รูปร่างบิดเบี้ยว ขาหักบ้าง หัวบุบบ้าง เธอตั้งชื่อให้สหายอายุสั้นพวกนี้แล้วจึงวางไว้ในสวน จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งที่อากาศอบอุ่น เธอมอบกลาดิเอเตอร์ลูกโอ๊กที่ยังทำไม่เสร็จให้กับพ่อ แล้วพออยู่ในมือของเขา มันก็ได้ "มีชีวิต" แข็งแกร่ง หล่อเหลา เหมือนกลาดิเอเตอร์ผู้กล้าหาญตัวจริง ใช่แล้ว กลาดิเอเตอร์ลูกโอ๊กตัวน้อยนั้นเป็นกลาดิเอเตอร์ที่ประดับตกแต่งขึ้นมา มีวีรกรรมดังนี้: - เอาชนะแมงมุมที่พยายามจะปั่นใยบนหมวกเกราะ - เอาชนะพายุที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง — เอาชนะกลาดิเอเตอร์ลูกโอ๊ก "ชังกี้" - เอาชนะกลาดิเอเตอร์ลูกโอ๊ะ "แลงกี้" ในจินตนาการอันไร้ขอบเขตของ Augusta วัยเด็ก กลาดิเอเตอร์ลูกโอ๊กตัวน้อยเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบของราชาแห่งวีรชน หลายปีผ่านไป ตอนนี้กลาดิเอเตอร์ลูกโอ๊กตัวน้อยได้พักผ่อนอย่างสงบในห้องอ่านหนังสือของเธอ เหมือนทหารผ่านศึกสมบุกสมบันที่ได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างที่สมควรจะได้ ขณะนั้นเอง เด็กสาวที่เคยเงยหน้ามองตำนานวีรชนนั้นก็ยังคงก้าวต่อไป มั่นคงเช่นเดิม ไปตามเส้นทางของตนเองสู่ความยิ่งใหญ่

Augusta เรื่องราว

เสียงกระซิบ
"เคร้ง!"

ดาบในมือถูกกระแทกจนปลิวหลุดไป พร้อมกับสติของเด็กสาวที่ร่วงหล่นลงสู่ความโกลาหล

ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วแขนขาจนเริ่มไร้ความรู้สึก เส้นประสาทที่ตึงเครียดขาดผึงออกทีละเส้น จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันหนาวเหน็บ

เธอจำไม่ได้แล้วว่าพ่ายแพ้ไปกี่ครั้ง และไม่รู้ว่ายังต้องท้าทายอีกกี่หน

ความหวาดกลัวลุกลามออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ราวกับรังไหมที่กำลังถักทอเส้นใย ห่อหุ้มจิตใจที่กำลังแตกสลายของเธอไว้อย่างอ่อนโยน

เธอหวาดกลัว... กลัวว่าตนเองที่ไม่มีทางให้หันหลังกลับ จะต้องมาล้มลงในที่ที่ทุกอย่างยังไม่ทันได้เริ่มต้นขึ้น

"จงโอบรับอารมณ์นี้ไว้ Augusta..."

ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหู ราวกับเปลวไฟดวงเดียวที่ลุกโชนขึ้นท่ามกลางความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์

"จงเรียนรู้ความกลัว เรียนรู้ความหวาดผวา นี่เป็นบทเรียนแรกสุดของเจ้า..."

"จงเรียนรู้ที่จะยอมรับความอ่อนแอของตนเอง มีเพียงผู้ที่รู้จักความอ่อนแอเท่านั้น จึงจะเข้าใจถึงความแข็งแกร่ง..."

"มีเพียงผู้ที่เคยลิ้มรสชาติของการเป็นผู้อ่อนแอ ถึงจะเข้าใจความล้ำค่าของพลัง..."

"เส้นทางแห่งเกียรติยศไม่ได้ปูไว้เพื่อเจ้า แต่สำหรับผู้ที่เดินจนสุดปลายทางนั้น จะไม่มีใครสนหรอกว่าเขาจะเป็นเพียงตัวปลอมหรือไม่"

"เพียงโอบกอดความปรารถนาที่จะเป็นวีรชน ก็ถือว่ามีคุณสมบัติของวีรชนแล้ว..."

"ก้าวเดินไปบนเส้นทางนั้นซะ Augusta... เจ้าไม่มีทางเลือกอื่น และไม่จำเป็นต้องเลือก"

"อย่าเป็นเพียงแมงเม่าที่บินเข้ากองไฟ จงเป็นดวงตะวันอันร้อนแรงที่ไม่มีใครกล้าจ้องมอง"

"เพื่อการนั้น... จงลุกขึ้น Augusta"

เสียงกระซิบหลอมละลายเปลือกนอกที่ห่อหุ้มเธอไว้ เผยให้เธอสัมผัสกับความมืดมิดอันหนาวเหน็บอีกครั้ง

ความหนาวเย็นกระตุ้นจิตใจของเธอ และแล้ว... เธอก็ลุกขึ้น

เธอก้าวเดินอย่างทุลักทุเล หยิบดาบที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา

จากนั้น... อีกครั้งหนึ่ง ที่เธอพุ่งเข้าท้าทายกลาดิเอเตอร์นามว่า Cato

หลังจากนั้น...

เธอใช้ชัยชนะครั้งแรก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อพิชิตเส้นทางแห่งเกียรติยศจนถึงที่สุด
สิทธิแห่งผู้แข็งแกร่ง
"เผชิญหน้า สังเกตการณ์ ฟาดฟัน จากนั้นคือคำตัดสิน เสียงปรบมือ และเสียงเชียร์"

เธอเมินเฉยต่อสายตาอันร้อนแรงเหล่านั้น และหันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมามอง

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ Augusta หมดความหลงใหลในชัยชนะที่ได้มาอย่างง่ายดายเช่นนี้

เธอโหยหาหินลับมีดที่จะช่วยขัดเกลาตัวเธอเอง แต่ภายในเซปติมอนต์แห่งนี้ กลับหาคู่ต่อสู้เช่นนั้นได้ยากเต็มที

"ยังไม่พอ... ยังห่างไกลจากคำว่าพอ..."

"สองกระบวนท่าทำลายการรุก หนึ่งกระบวนท่าทำลายการป้องกัน และกระบวนท่าสุดท้ายเพื่อตัดสินแพ้ชนะ"

"คู่ต่อสู้ระดับนี้... เดิมทีใช้แค่สี่กระบวนท่าก็สยบได้แล้ว..."

Augusta นั่งทบทวนข้อบกพร่องในการต่อสู้ของตนเองอยู่ภายในห้องพัก

"ไม่ต้องรีบร้อน Augusta..."

"เจ้ามีจิตใจของผู้แข็งแกร่งอยู่แล้ว นั่นเป็นเรื่องดี..."

"การมองหาช่องโหว่เพื่อฉกฉวยโอกาส นั่นเป็นวิถีการต่อสู้ของผู้ที่อ่อนแอ สำหรับผู้แข็งแกร่งแล้ว ชัยชนะไม่ใช่ปลายทางของการแสวงหา"

เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูของ Augusta เช่นเคย

มันเปรียบเสมือนอาจารย์ผู้ชี้แนะ เป็นผู้อาวุโสที่เข้มงวดแต่แฝงความอ่อนโยน มันมักจะปรากฏตัวในยามที่ Augusta ต้องการที่สุด เพื่อมอบคำสอนและคติเตือนใจ

"ผู้แข็งแกร่ง... งั้นเหรอ?" Augusta กำด้ามดาบแน่น น้ำเสียงเจือความไม่มั่นใจ

"ฉันน่ะ... ได้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งแล้วจริงๆ งั้นเหรอ...?"

"ไม่ต้องสงสัยเลย Augusta ตอนนี้เจ้าไม่ใช่เด็กสาวที่อ่อนแอคนนั้นอีกต่อไปแล้ว"

"จงรีดเค้นคุณค่าจากผู้อ่อนแอ แล้วใช้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเป็นเชื้อไฟให้แก่เจ้า..."

"เจ้าจะเหยียบย่ำบันไดที่ก่อจากซากศพของพวกเขา เพื่อก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ที่เป็นของเจ้า..."

"...!"

ราวกับถูกหนามน้ำแข็งทิ่มแทงเข้าที่กระดูกสันหลัง Augusta ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที

"เป็นอะไรไป Augusta?"

"เปล่า... ฉันแค่..." Augusta เอามือกุมใบหน้า ขมวดคิ้วราวกับกำลังนึกย้อนถึงบางสิ่ง

"ฉันแค่... นึกไม่ออกว่าคู่ต่อสู้ในวันนี้หน้าตาเป็นยังไง..."

หลายวันต่อมา Augusta ได้รับเทียบเชิญจากสนามประลองใต้ดิน เดิมที Augusta เคยปรากฏตัวในฐานะกลาดิเอเตอร์ แต่บัดนี้เธอกลับได้รับเชิญในฐานะแขกผู้มีเกียรติให้นั่งร่วมโต๊ะกับเหล่าชนชั้นสูง

"รับคำเชิญนี้เถิด Augusta เจ้าจำเป็นต้องเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น มีเพียงการก้าวออกจากกรงขังเล็กๆ นั่น เจ้าถึงจะมีโอกาสยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเซปติมอนต์"

Augusta ที่คิดจะปฏิเสธ สุดท้ายก็ยอมทำตามคำชี้แนะของเสียงกระซิบ เธอนั่งลงบนเก้าอี้นุ่มที่ตนไม่คุ้นชิน กล่าวทักทายเหล่าชนชั้นสูงด้วยถ้อยคำที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ เธอรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเบาะหนาม จึงทำได้เพียงเบนความสนใจไปยังสนามประลองเบื้องล่าง

ในตอนนั้นเอง Augusta สังเกตเห็นว่าหลังลูกกรงเหล็ก มีจำนวนกลาดิเอเตอร์มากกว่าการประลองทั่วไปมากนัก

"ดูสิ Augusta ดาราที่เจิดจรัสที่สุดของสนามประลองเรา!" ขุนนางที่นั่งข้างเธอเอ่ยขึ้น "ทุกคนต่างคาดหวังว่าจะมีผู้ท้าชิงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมายืนอยู่ตรงหน้าท่าน แต่น่าเสียดาย ที่เราคงหาคนแบบนั้นไม่ได้ในเร็วๆ นี้"

"ด้วยเหตุนี้ เราจึงจัดงานประลองอากอนอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้น! การแข่งขันรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ศึกตะลุมบอนที่ไร้กฎเกณฑ์ ตัดสินกันด้วยความตายเท่านั้น!"

ความรู้สึกแปลกประหลาดเจาะทะลุเกราะป้องกันในใจของ Augusta และแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด

"ดูนั่นสิ Augusta เหล่ากลาดิเอเตอร์ที่รอลงสนาม พวกเขาล้วนเป็นผู้พ่ายแพ้ให้กับท่านทั้งสิ้น"

"เราจะมอบโอกาสครั้งที่สองให้กับผู้แพ้เหล่านี้ ให้พวกเขาได้แย่งชิงสิทธิ์ในการท้าชิงกับท่านอีกครั้ง"

"และสิทธิ์นั้น... จะเป็นของผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนสนามประลองนี้เป็นคนสุดท้ายเท่านั้น"

สมองของ Augusta ส่งเสียงวิ้งๆ เธอยินเสียงเลือดสูบฉีดกระแทกแก้วหูตัวเอง

"จงชื่นชมเถิด Augusta..." เสียงกระซิบวนเวียนอยู่ข้างหูเธอ

"ชื่นชมงานเลี้ยงที่จัดเตรียมไว้เพื่อเจ้า นี่คือสิทธิ์ที่มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะครอบครองได้..."

"สิทธิ์... ของผู้แข็งแกร่ง..."

คำพูดของเสียงกระซิบปะทะเข้ากับเสียงพึมพำของ Augusta ราวกับหินเหล็กไฟสองก้อนที่กระทบกันจนเกิดประกายไฟเจิดจ้า

ประกายไฟนั้นจุดชนวนเลือดในกายของ Augusta และจุดไฟเผาความสับสนครุ่นคิดที่เธอมีมาตลอด

"ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนั้น..."

สัญลักษณ์ทาเซ็ต บนหลังมือของ Augusta ส่องสว่าง พร้อมกับเสียงแหวกอากาศ ดาบประจำกายหมุนควงพุ่งเข้ามาอยู่ในมือของ Augusta

ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าขุนนาง เธอกระโดดลงไปยืนอยู่กลางสนามประลอง

"อยากจะท้าทายฉัน ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งที่เรียกว่า 'สิทธิ์' อะไรนั่นหรอก!" เธอกระแทกดาบลงกับพื้น ตะโกนก้องด้วยเสียงที่ทุกคนได้ยินทั่วกัน

"หากพวกแกมีความปรารถนาเดียวกัน ก็จงหันอาวุธในมือ ไปหาคนที่พวกแกอยากจะชี้ใส่ที่สุดในเวลานี้ซะ!"

สิ้นเสียงของเธอ กรงเหล็กก็ค่อยๆ เปิดออก เหล่ากลาดิเอเตอร์ทยอยเดินลงสู่สนาม โอบล้อมเธอไว้ชั้นแล้วชั้นเล่า

ชั่วพริบตานั้น ความทรงจำนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาในสมองของ Augusta เธอกวาดตามองไปรอบๆ ในดวงตาที่จ้องมองมาอย่างดุร้ายนับร้อยคู่นั้น เธอไม่พบแววตาที่แปลกหน้าเลยแม้แต่คนเดียว

เธอจำชื่อของพวกเขาได้ จำกระบวนท่าของพวกเขาได้ จำจุดแข็งของพวกเขาได้ และจำจุดอ่อนของพวกเขาได้

เธอยืนรออยู่ตรงนั้น รอคอยให้สัญญาณเริ่มการต่อสู้ของพวกเขาดังขึ้น

ในวันนั้น เธอคือผู้ที่ยืนหยัดเป็นคนสุดท้ายในสนามประลอง โดยที่ไม่ได้พรากชีวิตใครไปแม้แต่คนเดียว

ในวันนั้น เธอได้ยินเสียงอึกทึกมากมายนับไม่ถ้วน แต่กลับไม่ได้ยินเสียงกระซิบนั้นเลยแม้แต่น้อย
วีรชน "ไร้ที่ติ"
"เขาเป็นใคร?"

"ล้อเล่นใช่ไหม? เขาคือเอฟอร์แม็กโนไง! ไม่มีใครในเซปติมอนต์ที่ไม่รู้จักเขาหรอกนะ"

"เอฟอร์..."

ในเงามืดของมุมหนึ่งริมถนน Augusta กัดขนมปังแห้งคำสุดท้าย สายตาเธอจับจ้องไปที่ร่างสูงใหญ่ที่กำลังพูดอยู่ที่จัตุรัส ดูแล้วเขาน่าจะอายุราวๆ สามสิบ ใบหน้าคมสันราวประติมากรรมหินอ่อน แต่มีรอยยิ้มที่อบอุ่นอ่อนโยน เมื่อเขากล่าวสุนทรพจน์จบ ก็ผายมือกางแขนกว้าง ฝูงชนนับร้อยปรบมือกันกึกก้อง

แชมป์เปี้ยนผู้ไร้พ่ายของการแข่งอากอน กลาดิเอเตอร์อัจฉริยะที่มีเพียงหนึ่งคนในยุค เขาได้สังหาร Corrosaurus เจ็ดตัวในที่ราบสูงแซงกวิสแล้วรอดชีวิตกลับมา ตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือดมังกร ผู้คนต่างเรียกเขาว่า "ผู้พิชิตมังกร" ในตอนนั้น เรื่องเล่าเกี่ยวกับวีรกรรมของเขาเป็นที่แซ่ซ้องไปทั่วเซปติมอนต์

เขารับฟังคำขอของผู้คน ไม่เคยปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือ ปกครองด้วยความไม่ละโมบ เป็นเอฟอร์ผู้ถูกเลือกตามเจตจำนงของมหาชน หลายคนเชื่อว่าเขาเป็นราชาแห่งวีรชนในยุคสมัยนั้น
สำหรับ Augusta แล้ว ฉายานั้นเป็นสิ่งที่รู้สึกว่าไกลเกินเอื้อมเสมอมา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบเห็นคนที่อาจได้ขึ้นครองตำแหน่งนั้นจริงๆ

ไฟลุกโชติช่วงอยู่ในอก ความสำเร็จที่เธอเคยคิดว่าเกินจริง ตำนานปลุกใจพวกนั้น... ที่ใครสักคนในช่วงชีวิตของเธอเองจะได้พบเจอจริงๆ หมายความว่าฝันของเธอไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ แต่อาจเป็นสิ่งที่เธอเอื้อมถึงได้

แต่ไฟดวงนั้นค่อยๆ มอดดับลงไปช้าๆ เธอพิจารณาใบหน้าของคนผู้นั้น จับจ้องไปยังรอยยิ้มอันงดงามไร้ที่ติ...

"ทำไมคนที่แข็งแกร่งขนาดนั้น... ถึงช่วยฟาเบียนัมไว้ไม่ได้?"

หลังจากนั้นไม่นาน Augusta ได้ยืนอยู่ต่อหน้าชายผู้นั้น คำถามมากมายยังคงหนักอึ้งอยู่ในใจเธอ

"ยินดีด้วยนะแม่หนู เธอได้รับพรของ Arsinosa แล้ว เธอจะได้สวมมงกุฎเป็นแชมเปี้ยนคนใหม่"

บนแท่นรับรางวัล Augusta เผชิญหน้ากับแม็กโน ระหว่างที่เขากำลังจะประดับเหรียญที่อกของเธอ แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นแววตาที่เหนื่อยล้าภายใต้รอยยิ้มที่ฝืนปั้นขึ้น

วีรชนที่เธอเคยจินตนาการไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว เปลวไฟในใจก็หายไปเช่นกัน นักรบที่คนเคยขนานนามว่าเป็นผู้พิชิตมังกรไม่มีอยู่แล้ว
Augusta ยอมรับเกียรติยศนั้นเงียบๆ แล้วก่อนที่จะก้าวถอยออกไป เธอได้กระซิบเบาๆ แต่ก็ยังดังพอที่เขาจะได้ยิน...

"ตำนานเกี่ยวกับคุณน่ะ... เป็นเรื่องจริงรึเปล่า?"

เขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่แผ่วเบาไร้เสียงเช่นเดิม

หลังจากนั้นไม่นาน กลาดิเอเตอร์ไร้นามก็ปรากฏตัวขึ้นในสนามใต้ดิน เขาสวมหมวกเกราะปิดบังใบหน้า ใส่ชุดเกราะสีดำดั่งศิลาออบซิเดียน เขาต่อสู้เหมือนคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย แสวงหาเพียงการเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่โอ้อวด ไม่ทะนงศักดิ์ศรี เขาไม่ได้สู้เพื่อเกียรติยศ ราวกับกำลังไล่ล่าหาความตาย

"ผู้นิรนาม" สั่งสมชัยชนะได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ จนเป็นที่สนใจของ Augusta ในเวลาไม่ช้านาน แม้เธอจะได้ตำแหน่งแชมเปี้ยนมาแล้ว แต่ก็ยังคงตอบรับคำท้าของเขา

ทันทีที่คมดาบปะทะกัน เธอรู้ได้ทันที ไม่ว่าอีกฝ่ายจะสวมหมวกเกราะหรือไม่ ก็ปิดซ่อนแววตาที่ขุ่นมัวเหนื่อยล้าคู่เดิมที่เคยเห็นไว้ไม่ได้

เธอไม่รู้ว่าทำไมเอฟอร์ที่ผู้คนต่างให้ความเคารพ วีรชนที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีก ถึงลดตัวลงมาต่อสู้ในกรงอาบเลือดเช่นนี้ แต่ในช่วงเวลานั้น เหตุผลใดก็ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งตรงหน้าและวิธีการที่จะเอาชนะเขาให้ได้ต่างหาก

เสียงโลหะปะทะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ไม่มีใครยอมลดราวาศอกแม้แต่น้อย ดาบของผู้นิรนามเกิดประกายสายฟ้าสีแดงระยับไปทั่วดาบ เขาหวังจะใช้ท่าไม้ตายจู่โจมให้จบศึกที่ยืดเยื้อนี้ในคราเดียว

ในชั่วขณะประกายเจิดจ้านั้น Augusta มองเห็นผู้เป็นตำนาน นักรบแห่งที่ราบสูงแซงกวิส มีสายฟ้าปรากฏบนมือ ฟาดผ่าพายุหมู่เมฆและความอาลัย นำพาความหวังมาสู่ผู้ที่ติดตามเขา
สัญลักษณ์ทาเซ็ตของเธอที่หลังมือลุกโหมขึ้น ถึงไม่อาจเรียกสายฟ้าได้เช่นเขา พลังเรโซแนนซ์ของเธอเปรียบได้เพียงเสียงกระซิบเมื่อเทียบกับเสียงคำรามของอีกฝ่าย แต่ถึงกระนั้น...

ประกายแสงที่ต้านกลับทำให้สายฟ้าบิดโค้งไป แม้จะเพียงเล็กน้อย

และในชั่วขณะที่เห็นช่องโหว่นั้น Augusta จู่โจมครั้งสุดท้าย ทุ่มทุกสิ่งที่มีในคราเดียว

หลังจากวันนั้น ผู้นิรนามก็หายไปจากสนามใต้ดิน สำหรับโลกใบนี้ มันก็เป็นแค่ชัยชนะอีกครั้งหนึ่งของ Augusta เท่านั้น ไม่มีใครรู้ว่าตำนานเรื่องหนึ่งได้จบลงอย่างเงียบๆ

ไม่นานหลังจากนั้น ในอีกวันที่แสนจะธรรมดา Augusta ได้รับจดหมายเชิญฉบับหนึ่ง เป็นคำเชิญเขียนด้วยมือจากวังเอฟอร์
บัลลังก์หนาม
"ก่อนที่เธอจะถามว่า 'ทำไม'... ขอฉันถามก่อนเรื่องนึง"

"เธอมาจาก... ฟาเบียนัมงั้นเหรอ?"

"ใช่"

"ว่าแล้วเชียว ไม่นึกว่าเด็กกำพร้าจากฟาเบียนัมจะกลายมาเป็นแชมเปี้ยนแห่งเซปติมอนต์ได้"

"ประหลาดใจเหรอ?"

"ไม่ๆ ก็แค่... เสียดายน่ะ"

ในห้องรับรองของวังเอฟอร์ รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของแม็กโนได้จางหายไป ถึงจะแก่กว่า Augusta ราวสิบปี แต่สีหน้าของเขาตรงข้ามกับไฟวัยเยาว์ของเธอ คล้ายกับชายผู้ยืนตรงหน้าประตูแห่งมรณะ

"การโจมตีของเธอครั้งนั้น" จู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา ชวนให้นึกถึงการดวลกันในสนามใต้ดิน" มันงดงามมาก ฉันยังสงสัยเลยว่าต่อให้เป็นตอนหนุ่มๆ จะรับมือไหวไหม"

"ทำไมกัน... ขนาดใครต่อใครต่างเรียกคุณว่าวีรชน" Augusta ถาม "ฉันถึงเห็นแต่การยอมจำนนในตัวคุณ?"

"ฉันอาจใช้ชีวิตเป็นวีรชนได้ แต่ไม่อาจเป็นเอเฟอร์ได้เลย"

"ในฐานะวีรชน ฉันช่วยให้คำขอนับสิบ... นับร้อย แม้แต่นับพันสมหวังได้ แต่ในฐานะเอฟอร์ ฉันทำให้วิสัยทัศน์ของเซปติมอนต์เป็นจริงไม่ได้เลยสักเรื่องเดียว"

"คุณอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ จะบอกว่าตัวเองไร้ซึ่งพลังได้อย่างไร?"

"ฉันไม่ได้จะแก้ตัวหรอกนะ ตอนที่ฉันรับตำแหน่งนี้ครั้งแรก ฉันเชื่อจริงๆ ว่าจะแบกรับความหวังของผู้คนนับพันไว้ได้"

"ฉันทำได้แค่หลอกตัวเอง แต่หลอกความจริงไม่ได้ แม่หนู... ฉันรู้ว่าเธอเป็นใครตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่วันที่เธอถูกพามาที่เซปติมอนต์ ฉันก็รู้ว่าเธอคือผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายจากฟาเบียนัม"

"การมีตัวตนของเธอเป็นเหมือนคมมีดที่แขวนอยู่เหนือหัวฉัน แล้ววันที่เธอได้เป็นแชมเปี้ยน... คมดาบนั้นก็หล่นลงมาในที่สุด ฉันไม่อาจปิดบังความผิดพลาดที่ทำไว้ได้อีกต่อไป... กับการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อการล่มสลายของฟาเบียนัม เพียงเพื่อรักษามงกุฎที่น่าเวทนาของตัวเองไว้"

"เล่าเรื่องนี้ให้ฟังเพราะรู้สึกผิดเหรอ?"

"ก็อาจจะใช่ หรือบางที... ก็หวังเช่นนั้น" แม็กโนลุกขึ้นหยิบแก้วจากลิ้นชักที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะ

"มงกุฎมอบพลังมหาศาลให้ฉัน แต่ก็ทำให้ฉันกลายเป็นคนขี้ขลาดไปด้วย ฉันไม่ใช่วีรชนที่เซปติมอนต์ต้องการอีกต่อไป" เขายกแก้วเปล่าขึ้นตรงหน้าเธอ "สวมมงกุฎสิ Augusta เธอเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งหมดที่พบเห็นแล้ว ทีนี้ได้เวลาเผชิญหน้ากับสิ่งที่มองไม่เห็นดู"

"แล้วคุณคิดว่าฉันคู่ควรเพราะเอาชนะคุณได้เนี่ยนะ?"

"ไม่เลย มันไม่ได้ตื้นเขินแบบนั้น" แม็กโนส่ายหัว "เป็นเพราะฉันได้ยินชื่อของเธอทั่วเซปติมอนต์ จากยอดสูงสุดจนถึงเหวลึก จากโถงทองอร่ามไปจนถึงตรอกซอยชาวบ้าน ไม่ว่าจะมีฐานะ ความแข็งแกร่ง ยศถา หรือความเชื่อในสิ่งใด ผู้คนต่างเชื่อมโยงถึงกันด้วยชื่อเพียงชื่อเดียว และฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่ง สายสัมพันธ์นั้นจะกลายเป็นพลังที่ผลักดันเซปติมอนต์ไปข้างหน้า"

"ฉันได้ทดสอบชื่อนั้นด้วยดาบตัวเองแล้ว และนั่นเป็น... สิ่งสุดท้ายที่ฉันให้ได้ในฐานะเอฟอร์"

"แม้กระดูกเธอจะมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน ก็อย่าได้โอนอ่อนต่อค่ำคืนที่หลอกลวง" ชั่วขณะหนึ่ง ประกายไฟกลับลุกโชนขึ้นมาในแววตาของแม็กโนที่สังเกตเห็นได้ผ่านขอบแก้ว

หลังจากคืนนั้น คนทำความสะอาดพบร่างของแม็กโนนั่งบนบัลลังก์เอฟอร์ ใบหน้าซีดขาว ปากม่วงคล้ำ ว่ากันว่าโดนวางยาพิษ มีเศษแก้วแตกกระจายอยู่ตรงเท้า ของเหลวหกไหลเป็นทางลงมาตามขั้นบันได

บ้างก็ว่าเป็นฝีมือของคู่แข่ง

บ้างก็ว่าเป็นของขวัญจากวุฒิสภาที่เรียกว่า ความตายอันสง่างามในแก้ว

แต่ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเซปติมอนต์ต้องการ "วีรชน" คนใหม่

และตรงกับที่แม็กโนทำนายไว้ ชื่อของ Augusta เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วเซปติมอนต์เหมือนสายลม

ฤดูใบไม้ผลิผันผ่านสู่ฤดูใบไม้ร่วง บัลลังก์แห่งเอฟอร์จึงได้ต้อนรับผู้ครอบครองคนใหม่
Augusta ยืนอยู่ ณ จุดที่เธอเคยทำได้เพียงแหงนหน้ามอง เธอจ้องไปที่บัลลังก์แห่งหนามที่กลืนกินวีรชนไปมากมาย เธอนึกถึงแม็กโนในค่ำคืนสุดท้ายนั้น ในใจของเธอเห็นภาพเขายกแก้วให้กับผู้ที่สักวันหนึ่งจะได้มานั่งที่นี่ แล้วดื่มด่ำไปกับยาพิษ
Augusta ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้น เธอไม่ได้เกลียดชังผู้ใด เธอเคยเห็นความมืดมิดด้วยตัวเองมาแล้ว แต่ก็ทำให้เธอรู้ว่าแสงสว่างเป็นอย่างไรไปด้วย

ความคิดของเธอนั้นเรียบง่าย...

มีเพียงผู้ที่ก้าวข้ามขึ้นไปอยู่เหนือวีรชนทั้งหมดเท่านั้นจึงจะได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งวีรชน

และหนามของบัลลังก์เป็นเพียงอีกบททดสอบให้เอาชนะ

เธอนั่งลง ยกมือที่มั่นคงสวมโซ่ตรวนและมงกุฎลงบนศีรษะ

"เอฟอร์ Augusta มีข้อความจากสภา บรรดาวุฒิสภาต้องการให้ไปพบ... มีเรื่องด่วนต้องการหารือ" ผู้ส่งสารโค้งคำนับต่อหน้าบัลลังก์

"เอาล่ะ" Augusta กล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

เธออยากจะได้พบกับ "คู่ต่อสู้" ที่อยู่นอกสนามประลองแล้ว

"นำทางไปที"
สักวันหนึ่ง ในสนามประลอง
สำหรับ Augusta แล้ว ชีวิตประจำวันในฐานะ "ราชาแห่งวีรชน" ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมากนัก

เมื่องานเฉลิมฉลองอันแสนสั้นสิ้นสุดลง งานเอกสารที่ต้องจัดการก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย ไม่ว่าความตื่นเต้นในชัยชนะจะยาวนานเพียงใด สุดท้ายก็จะถูกกระแสธารแห่งชีวิตประจำวันพัดพาจนจางหายไปอยู่ดี

Augusta ไม่ได้รังเกียจวันคืนที่เรียบง่ายเช่นนี้ การประลองในสังเวียนอากอนยังคงจัดขึ้นอย่างดุเดือด ไม่ว่าจะในยุคสมัยใด เซปติมอนต์ก็ยังคงเป็นดินแดนที่เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้นดั่งเปลวเพลิงเสมอ

ทุกสิ่งกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทุกคนกำลังก้าวเดินไปสู่อนาคต

แต่ถึงกระนั้น Augusta ก็ยังคงมีความกังวลเล็กๆ อยู่เรื่องหนึ่ง

ในฐานะเอฟอร์แห่งเซปติมอนต์ เธอเตรียมพร้อมที่จะวาดภาพวิสัยทัศน์อันสดใสให้กับดินแดนแห่งนี้แล้ว แต่ในฐานะ Augusta... เธอกลับกำลังลังเลกับบทส่งท้ายที่ต่อจากตอนจบนั้น

จากวัยเด็กจวบจนถึงปัจจุบัน บนเส้นทางแห่งเกียรติยศสายนี้ เธอได้มายืนอยู่ที่ปลายทางของมันแล้ว

เธอทำให้คำทำนายโบราณเป็นจริง กลายเป็น 'ราชาแห่งวีรชน' ที่ตนเองเคยเฝ้าฝันถึง

เธอได้พบกับพรรคพวกที่โชคชะตานำพามาให้พบกัน ได้ก้าวข้ามกำแพงที่เคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้

หากเป็นเรื่องเล่าขานในคนรุ่นหลัง นี่คงเป็นบทสรุปของ 'ราชาแห่งวีรชน' Augusta

ฉากจบที่สมบูรณ์แบบ จุดสิ้นสุดที่ใครๆ ต่างก็ไม่มีข้อโต้แย้ง

แต่ชีวิตไม่ใช่ละครเวที ที่จะปิดม่านลงทันทีหลังจบฉากไคลแมกซ์

เธอจำเป็นต้องขบคิด และเธอก็อยากที่จะขบคิด

เมื่อถึงวันที่เซปติมอนต์ไม่ต้องการ Augusta อีกต่อไป เมื่อถึงวันที่ผืนแผ่นดินนี้เริ่มให้กำเนิด 'ตำนาน' บทใหม่

หลังจากที่เรื่องราวนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว เธอจะยังเป็นอะไรได้อีกนะ?

Augusta แอบออกจากทำเนียบเอฟอร์เงียบๆ พร้อมกับความกลัดกลุ้มเหล่านี้

เธอไม่ได้จงใจเลือกเส้นทาง เพียงปล่อยให้สัญชาตญาณนำพาฝีเท้าไป

ระหว่างที่เดินทอดน่อง เธอก็ยังคงครุ่นคิด

ไขว่คว้าพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า? ท้าทายศัตรูที่รับมือยากกว่า? ออกเดินทางสู่โลกกว้างเพื่อไปเห็นทิวทัศน์ที่แตกต่างจากเซปติมอนต์อย่างสิ้นเชิง? หรือจะรอให้ทุกอย่างมั่นคง แล้วปลดเกษียณกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุข?

มีความเป็นไปได้มากมายเหลือเกิน มีเส้นทางมากมายให้เธอเลือกเดิน

เมื่อ Augusta รู้สึกตัวอีกที เธอก็มายืนอยู่กลางสนามประลองที่เต็มไปด้วยความทรงจำแห่งนั้นแล้ว

วันนี้เป็นวันหยุดของการประลอง ภายในสนามจึงไร้ผู้คน ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยาก

ไม่สิ ไม่ใช่ไร้ผู้คนเสียทีเดียว

ราวกับมีใจตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ยังมีอีกคนหนึ่งที่เดินเล่นมาจนถึงที่นี่

{Male=เขา;Female=เธอ}สบตากับ Augusta ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ

ชั่วพริบตานั้น ความกลัดกลุ้มทั้งหมดดูเหมือนจะถูกโยนทิ้งไปจากสมองของ Augusta

เธออาจจะยังไม่มีคำตอบที่เป็นของตัวเอง แต่ใช่ว่าเธอจะไม่มีเวลาไปขบคิดหาคำตอบนั้นเสียเมื่อไหร่

จะมากลุ้มใจตอนนี้... ดูเหมือนจะเร็วไปหน่อยสินะ

"ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานแล้ว..."

"เป็นไงบ้าง สหายรักของฉัน"

"มาประลองกันสักหน่อย ให้หายคิดถึงดีไหม!?"

Augusta เส้นเสียง

ความในใจ - 1
แข็งแกร่ง นั่นเป็นความประทับใจแรกที่ฉันมีต่อคุณ มีแค่ไม่กี่คนที่ทำให้ฉันคิดแบบนั้น แต่คุณเป็นข้อยกเว้นที่น่าสนใจ ตอนนั้นฉันตัดสินใจว่า เราคงได้ยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างกันเมื่อเวลานั้นมาถึง และอย่างที่คุณรู้ เมื่อเวลานั้นมาถึงฉันจะไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปแน่
ความในใจ - 2
สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือการหลอกลวงและความเย่อหยิ่งภายใต้เปลือกนอกที่บอบบาง คนเราต้องกล้าเผชิญกับความรู้สึกของตัวเองให้ชัดเจน ไม่ว่าความสนุก เจ็บปวด ทะเยอทะยาน หรือเลวทรามก็ตาม เพราะงั้นฉันถึงได้ชื่นชมคุณ เพราะคุณไม่เคยปิดบังดวงไฟที่ลุกโชนในแววตา เป็นความซื่อสัตย์ที่ทำให้เราเป็นสหายกันได้
ความในใจ - 3
คุณได้สิทธิพิเศษในการเข้าออกวังเอฟอร์ได้ เพราะงั้นประตูทุกบานจะเปิดรับคุณเสมอ หืม? อยากรู้เหรอว่าทำไม ไม่ต้องรู้เหตุผลหรอก ฉันถือว่าคุณเป็นสหายรัก แค่นั้นก็พอแล้ว ถ้าต้องการฉันเมื่อไหร่ ฉันจะยืนหยัดเคียงข้างคุณเสมอในทุกการเดินทาง ฉันขอสาบาน
ความในใจ - 4
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ตำแหน่งผู้ปกครองนั้นนิยามเกือบจะแคบเกินจะใช้บอกระดับความลุ่มลึกของความมีมนุษยธรรมของคุณ แต่ถึงอย่างนั้น... ฉันก็นึกตำแหน่งอื่นที่เหมาะกับคุณมากกว่านี้ไม่ออกแล้ว แน่นอนว่าตำแหน่งนี้ไม่ควรและไม่มีวันผูกมัดคุณ เพียงเพราะคุณนิยามได้ว่าตัวเองเป็นใคร ผู้ครองลอเรลแห่งรากูนน่า แชมเปี้ยนแห่งเซปติมอนต์ ราชาแห่งวีรชน... พวกเขาเป็นเพียงเศษเสี้ยวในเรื่องราวของคุณ เอามานับรวมกันยังไม่ได้เท่าจิตวิญญาณของคุณด้วยซ้ำ
ความในใจ - 5
ฉันรู้ดีว่าเส้นทางของคุณทอดยาวออกไปไกลลิบรินาซิตา ซึ่งเราแยกจากกันตรงนั้น ฉัน Augusta เอฟอร์แห่งเซปติมอนต์ ถือกำเนิดที่ดินแดนแห่งนี้ แล้วสักวันหนึ่งฉันจะกลับไปที่นั่น สายตาของฉันทอดไปยังทุกเนินและยอดเขาแห่งเซปติมอนต์ แต่ก็สิ้นสุดที่ทะเล แต่คุณน่ะ เป็นผู้ที่ต้องโอบรับโลกใบนี้ไว้ ไปเถอะ ไปค้นหาดินแดนที่กว้างไกลออกไป นั่นคือที่ที่ลานประลองของคุณรออยู่
งานอดิเรกของ Augusta
จากวังเอฟอร์ที่อยู่สูง เรามองเห็นได้ทั่วทั้งเมืองเซปติมอนต์ เมื่อไหร่ที่ฉันทำงานเสร็จ จะชอบปีนขึ้นหลังคาไปรับลม ตอนนั้นพวก Griffrex ที่กลับมาจากที่ราบสูงแซงกวิสบินทะยานเหนือราชวัง ฉันฟังเสียงร้องของพวกมัน มองตามปีกที่บินกวาดไปทั่วทุกตารางนิ้วของดินแดนเซปติมอนต์ ดินแดนที่พวกเราและบรรพบุรุษของเราชิงกลับมาจากเขี้ยวเล็บแห่งภัยพิบัติ เราชาวเซปติมอนต์ไม่ค่อยจมอยู่กับความเจ็บปวดในความลำบาก พวกเราเข้าใจว่าเส้นทางสู่ชัยชนะไม่เคยราบรื่น และฉันจะนำพาเกียรติยศที่สั่งสมนี้ไปข้างหน้า เป็นสัญญาที่ฉันให้ไว้กับปวงชน และให้ไว้กับดินแดนนี้ที่จะลุกโชติช่วงไปด้วยความภาคภูมิ
ความกังวลของ Augusta
ปัญหาเหรอ ที่วังเอฟอร์นี้ ไม่ใช่แปลกที่จะเจอกับความท้าทาย แต่ตราบใดที่ยังมีใจ "สู้" ก็จะแก้ไขทุกอย่างได้ทันเวลา เหอะ ปัญหาที่จัดการได้น่ะไม่ใช่ปัญหาจริงๆ หรอกน่า
อาหารที่ชอบ
อาหารโปรดของฉันเหรอ? ฮ่าๆ คำถามยากจังเลย อาหารในเซปติมอนต์ถูกปากฉันอยู่แล้วแหละ แต่บางครั้งฉันก็ชอบอาหารต่างถิ่นเหมือนกัน ถ้าให้ฉันแนะนำอะไรสักอย่างล่ะก็... ฉันจะไม่ลำบากเธอนั่งฟังหรอกนะ แต่ Iuno มักจะบอกว่าฉันเลือกกินของแปลกๆ ที่ไม่ค่อยมีรสนิยม ยังไงก็ตาม ถ้าเธออยากกินอะไรก็บอกฉันได้เลย ฉันจะเลี้ยงเอง ของอร่อยต้องกินกับเพื่อนถึงจะอร่อยที่สุด
อาหารที่ไม่ชอบ
อืมม ฉันไม่ใช่พวกเลือกกินเท่าไหร่ ตราบใดที่ทำให้อิ่มท้อง อะไรฉันก็กินได้ทั้งนั้นแหละ ส่วนของหวาน ฉันไม่ค่อยกินมากเท่าไหร่ ตอนที่ยังเป็นเด็ก Angel ชอบกินของหวานมาก เพราะงั้นฉันเลยชอบเก็บขนมที่พวกผู้ใหญ่ให้เรามาไว้ให้เธอ ที่ผ่านมาฉันก็เลยเฉยๆ กับของหวาน แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบนะ
อุดมคติ
ตอนที่ฉันได้รับแต่งตั้งให้เป็นเอฟอร์ ฉันสาบานว่าจะปกป้องเกียรติภูมิแห่งเซปติมอนต์จนตราบสิ้นลมหายใจ ตั้งแต่ตอนนั้นมา ความมุ่งมั่นของฉันไม่เคยสั่นคลอนแม้แต่น้อย เส้นทางแห่งกาลเวลาไม่เคยทำให้คำมั่นของฉันเสื่อมถอย ในทางกลับกัน ยิ่งได้ปะทะดาบ ยิ่งได้ออกล่า ความมุ่งมั่นของฉันก็ยิ่งมั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น นี่คือภารกิจที่ฉันเลือก และเป็นเส้นทางที่ฉันต้องพิชิตให้ได้
พูดคุย - 1
ดาบใหญ่เล่มนี้หลอมขึ้นจากดาบของกลาดิเอเตอร์นับไม่ถ้วน คุณคงอาจเคยได้ยินเรื่องราวของมันมาแล้ว ในตอนแรก ฉันชิงดาบพวกนั้นมาเพื่อเป็นการไว้ชีวิตผู้แพ้ ฉันเอาดาบมาแล้วปล่อยให้พวกเขามีชีวิตรอดต่อไป ฉันมักจะเชื่อเสมอว่าเลือดของกลาดิเอเตอร์ควรจะหลั่งเพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมของเซปติมอนต์ แน่นอนว่าในตอนนั้น ฉันอยากได้ดาบพวกนั้นมาประดับเป็นเหมือนเขี้ยวเล็บเท่านั้น แต่ตอนนี้พวกกลาดิเอเตอร์ไม่ได้สู้กันจนตายไปข้างในโคลอสเซียมอีกต่อไป และฉันก็ไม่จำเป็นต้องเอาดาบมาเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองอีกแล้ว แต่ในระหว่างทางนั้นเอง อาวุธนี้ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวฉันไป หลอมรวมเข้ากับเลือดเนื้อของฉันเอง มันเป็นสักขีพยานถึงตัวตนในอดีตของฉัน... และสร้างตัวตนที่ฉันจะต้องเป็นให้ได้
พูดคุย - 2
มีไม่กี่คนที่รู้เรื่องอดีตของฉัน ยิ่งอดีตทั้งหมดยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ มันไม่ได้มีความลับดำมืดที่ต้องปกปิดนักหรอก ก็แค่... เรื่องที่เคยทำสมัยที่ยังอายุน้อยกว่านี้ กล้าบ้าบิ่นกว่านี้ นึกแล้วยังรู้สึกแหยงหน่อยๆ แต่กับคุณแล้ว ฉันไม่รู้สึกว่าจะต้องปิดบังอะไร ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งเล็กน้อยที่สุดที่ฉันจะตอบแทนความไว้วางใจของคุณได้
เกี่ยวกับ Avidius
ศัตรูที่น่าเกรงขาม แน่ละว่าคำพูดและการกระทำของเขาเป็นที่โปรดปรานของวุฒิสภา ฉันรู้ดีว่าสภานั้นห่างไกลจากคำว่าขาวสะอาด แต่ฉันก็ไว้ใจว่า Avidius ไม่มีเจตนาจะลงไปแปดเปื้อนความโสมมนั้นเองหรอก แต่ที่ฉันสงสัยก็คือ ความทะเยอทะยานของเขาจะแผดเผารุนแรงแค่ไหน... หรือความสับสนที่ฉันเห็นในดวงตาของเขาจะกลืนกินเขาในสักวันจนเหลือเพียงเถ้าถ่านเย็นเฉียบหลังจากไฟมอดดับหรือไม่
เกี่ยวกับ Lupa
อัจฉริยะที่เกิดมาเพื่อลานประลอง ผู้มีใจสู้อันบริสุทธิ์ ถ้าได้เจอกันในช่วงที่เข้าโคลอสเซียมใหม่ๆ เราอาจจะได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันแบบคุณสองคนตอนนี้ แค่เห็นเธอก็ช่วยย้ำเตือนว่าความพยายามของตัวเองจะปฏิรูปสนามประลองนั้นไม่สูญเปล่า โคลอสเซียมมีไว้เป็นเวทีสำหรับแพชชันและเกียรติยศอยู่เสมอ ไม่ใช่เป็นที่แห่งการฉ้อโกงและโสมม
เกี่ยวกับ Buling
Buling... เอ ถ้าจากชื่ออย่างเดียว ฉันคงเดาว่าเธอมาจากหวงหลง นับตั้งแต่ตอนที่เราพบกัน สตรีวัยเยาว์ผู้นี้ทำให้ฉันประทับใจ ฉันรู้สึกตื้นตันที่เธอรักษาสัญญาและให้โอกาสเซปติมอนต์ได้สู้ น้ำใจที่เธอมอบให้เป็นหนี้บุญคุณที่เราจะไม่มีวันลืม ทั้งตัวฉันเอง และทุกคนในดินแดนนี้ด้วย
เกี่ยวกับ Angel
Angel... ฉันไม่มีวันลืมฟาเบียนัม แม้แต่อดีตที่มีร่วมกันมาด้วย ตอนที่บ้านเกิดเราล่มสลาย... ฉันไม่รู้ว่าเธอเจอกับฝันร้ายอะไรในวันนั้นที่โพรงต้นโอ๊ก แต่เสียงในใจของฉันไม่ได้จางหายไป... เสียงนั้นบอกฉันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และฉันเชื่อว่าสักวันหนึ่ง Angel จะหาทางกลับบ้านได้และกลับไปยังดินแดนของเรา
เกี่ยวกับ Iuno
ฉันกับ Iuno เป็นเพื่อนกันเพราะเราคล้ายกันมาก คือทั้งดื้อดึง หัวแข็ง และไม่เคยยอมอ่อนข้อต่อความพ่ายแพ้ ในหลายๆ ทางแล้ว เราก้าวเดินเหมือนๆ กัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอีกฝ่ายนำหน้า จนสุดท้าย... ก็กลายเป็นเพื่อนร่วมทางเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้น บางครั้งฉันก็หวังว่าเธอจะมีชีวิตที่อิสระมากกว่านี้ ฉันรู้ดีว่า ความเจ็บปวดที่เธอเก็บไว้ในใจนั้นลึกกว่าที่เธอเคยเล่าให้ใครฟัง สำหรับคนอื่นแล้ว เธออาจดูหยิ่งหรือเอาแต่ใจ แต่ความดื้อรั้นนั้น มาจากความเชื่อมั่นของเธอ ที่เชื่อมั่นว่าทุกย่างก้าวที่เธอเดินต้องเป็นก้าวที่ถูกต้อง และความเชื่อมั่นนั้น... ย่อมมีบางอย่างที่ต้องแลกมาด้วยเสมอ
คำอวยพรวันเกิด
สุขสันต์วันเกิดนะ {PlayerName} รับนี่ไว้สิสหาย! นี่คือดาบที่สร้างโดยช่างตีเหล็กที่เก่งที่สุดในเซปติมอนต์เลยนะ ช่างคู่ควรกับคุณจริงๆ ฉันรู้ว่าดาบคมๆ ไม่เคยขาดมือคุณเลย แต่กลาดิเอเตอร์ที่แท้จริงคนไหนจะพูดว่ามีดาบมากเกินไปล่ะ ถ้าของขวัญชิ้นนี้ไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวังก็บอกนะ เพื่อนของฉันน่ะ ควรได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้น
ขณะยืนรอ - 1
ดาบที่สึกหรอมากที่สุด มักจะเป็นดาบที่คมที่สุด
ขณะยืนรอ - 2
พลังถึงจะรางเลือน... ก็ยังเป็นพลังบัญชาที่ไม่อาจละสายตาได้
ขณะยืนรอ - 3
แหะๆ... เด็กดี ไปเอามาสิ
คำแนะนำตัว
ฉันคือ Augusta เอฟอร์แห่งเซปติมอนต์ จงจดจำชื่อฉันไว้ให้ดี นี่คือชื่อของผู้ที่อยู่เหนือคนทั้งปวง ตราประทับของฉันจะไม่มีวันจางหาย ไม่ว่าเราจะได้พบกันในฐานะมิตรหรือศัตรู ดาบของฉันก็พร้อมเสมอสำหรับการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างเรา
ทักทาย
ให้ตะวันแรงกล้าเป็นสักขีพยาน... เกียรติยศจงคำนับแด่เรา
เข้าร่วมทีม - 1
ทุกสิ่งที่แสงตะวันส่องถึงเป็นของเราที่ต้องต่อสู้เพื่อมัน
เข้าร่วมทีม - 2
ออกเดินไปสู่ชัยชนะที่โชคชะตาลิขิต
เข้าร่วมทีม - 3
การล่าไม่มีวันสิ้นสุด
เลื่อนขั้น - 1
จู่โจมอย่าได้หยุด ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า... แต่ละศึกจะหล่อหลอมดาบฉันให้แกร่งขึ้น แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในเนื้อดาบ แต่เป็นเจตจำนงของผู้ที่ควบคุมต่างหาก
เลื่อนขั้น - 2
เลือดเซปติมอนต์ไหลเวียนไปทั่วตัวฉัน แต่เลือดในกายฉันนั้นไม่ได้ตอบสนองต่อวุฒิสภาหรือโคลอสเซียมเลย ชีวิตจิตใจฉันหยั่งรากลึกไปในดินแดนบ้านเกิดแล้วแพร่กระจายไปตามที่ที่ฉันไป แต่ละศึกที่ฉันสู้ แต่ละเส้นทางที่ฉันเลือก มันยิ่งสูบฉีดแรงขึ้น
เลื่อนขั้น - 3
ฉันจะไม่หยุดแค่นี้... การล่มสลายของบ้านเกิดฉันได้เปิดเผยความจริงข้อหนึ่ง: มีเพียงดวงตะวันที่โชติช่วงเท่านั้นที่จะทำให้ความมืดไร้ที่หลบซ่อน
เลื่อนขั้น - 4
เมื่อกฏเกณฑ์บิดเบือนไม่เป็นธรรม อำนาจก็กลับกลายเป็นอาวุธแห่งการทำลายล้าง ยิ่งพอฉันเขียนกฎเหล่านั้นขึ้นใหม่ด้วยอำนาจของตัวเอง ก็ยิ่งได้รู้ว่ามีอะไรอีกมากมายที่ฉันต้องเรียนรู้เพื่อให้เซปติมอนต์มีดุลยภาพ และเพื่อการปกครองในฐานะผู้นำที่แท้จริง
เลื่อนขั้น - 5
มีครั้งหนึ่งที่ฉันเคยหลงทางบนเขาคาปิโตลิเน ไม่ใช่เพราะสิ่งที่เจอในปัจจุบัน แต่เพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่างหาก เมื่อฉันอายุมากขึ้น เมื่อภาระที่ต้องแบกรับหายไป เมื่อไม่เป็นที่ต้องการของเซปติมอนต์อีกต่อไป... แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อล่ะ ฉันจะได้ใช้ชีวิตเงียบสงบในเมืองเล็กๆ ไหมนะ หรือไปเป็นช่างทำอาวุธดีล่ะ ตอบยากนะ แต่ถ้าเลือกได้ ฉันอยากกลับไปที่สนามประลองทั้งๆ ที่หัวหงอกแบบนั้นแหละ เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่คู่ควรให้ฝูงชนกู่ร้อง... เหอะ เลือดในกายฉันคงไม่มีวันแก่ลงเลย
โจมตีหนัก
เสียงคำรามพิชิต
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
ดิ้นรนสมเพช
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
เพลงแห่งชัยชนะของฉัน
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
เพื่อเซปติมอนต์
สกิลเรโซแนนซ์ - 4
ช่วงเวลาแห่งชัยชนะ
สกิลเรโซแนนซ์ - 5
ม้วนเดียวจบ
สกิลเรโซแนนซ์ - 6
เกียรติยศอมตะ!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
ผู้ปกครองได้ปกครอง ผู้ชนะได้ชัยชนะ
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
ยืนหยัดต่อดวงตะวันนิรันดร์!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
ขอถวายเกียรติยศแด่เซปติมอนต์
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 4
มันจบแล้ว
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 5
ทีเดียวก็พอ
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 6
ความกล้าหาญไม่มีวันจางหาย
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 7
ไร้เปรียบปาน
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 8
คงกระพัน
สกิลอินโทร - 1
เริ่มการพิชิต ณ บัดนี้
สกิลอินโทร - 2
นี่คือช่วงเวลาของฉัน
สกิลอินโทร - 3
จงสู้เคียงข้างฉัน
สกิลอินโทร - 4
ในนามแห่งเกียรติยศ
สกิลอินโทร - 5
เกียรตินี้แด่ท่าน สหาย
ถูกโจมตี - 1
เล่นได้ดีนี่
ถูกโจมตี - 2
คู่ต่อสู้ที่คู่ควร
บาดเจ็บ - 1
แทบไม่รู้สึก
บาดเจ็บ - 2
...ไม่มีวันถอย
หมดสติ - 1
ตะวันที่... ไม่เคยตกดิน...
หมดสติ - 2
ฉันจะล้มตรงนี้ไม่ได้...
หมดสติ - 3
สู้... หรือสิ้น...
อัญเชิญเอคโค่
เตรียมอาวุธ
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
คุมอยู่
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
เกียรติไม่อาจแปดเปื้อน
เครื่องร่อน
สู่ดินแดนห่างไกล
เซ็นเซอร์
เรียกว่าความแม่นยำ
พุ่งตัว
มาอยู่ข้างหลังฉัน
หีบเสบียง - 1
การล่าจะไม่เสร็จสมบูรณ์หากไม่ได้รางวัล
หีบเสบียง - 2
คุ้มที่จะไล่ล่า
หีบเสบียง - 3
ถ้วยรางวัลสวยดี
หีบเสบียง - 4
ขุมทรัพย์แห่งท้องทะเล