GenshinBuilds logo
ข้อมูล

Changli

Changli VA

ชาวจีน: Mufei
ญี่ปุ่น: Chiwa Saitô
เกาหลี: Shin Na Ri
ภาษาอังกฤษ: Ashleigh Haddad

Changli รายงานการสอบ Forte

พลังกำทอน

เปลวเพลิงนิรันดร์

รายงานการประเมินเสียงสะท้อน

พื้นฐานการประเมิน: [Resonance Assessment 2326-G] ช่วงเวลาที่แน่ชัดของการปลุกพลังของเรโซเนเตอร์ Changli ยังคงไม่แน่นอน รายงานระบุว่าเรโซเนเตอร์ Changli แสดงให้เห็นสัญญาณแรกเริ่มของการควบคุมไฟระหว่างช่วงวัยเด็ก โดยมักจะควบคุมไม่ค่อยได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อ Changli เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความถี่และความเสถียรของการสำแดงพลังเหล่านี้ก็พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สัญลักษณ์ทาเซ็ตของเรโซเนเตอร์ Changli อยู่ที่บริเวณหน้าอกส่วนล่างของเธอ การตรวจสอบหลังจากการปลุกพลังพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ชัดเจนในตัวเธอ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้รวมถึงสีผมบริเวณปลายผมที่ค่อยๆ ซีดจางลงและรอยไหม้คล้ายขนนกที่แขนซ้ายของเธอ ซึ่งจะเปล่งประกายร้อนแรงออกมาเมื่อได้รับอิทธิพลจากพลังเรโซแนนซ์ของเธอ รูปแบบเรโซแนนซ์สเปกตรัมของ Changli สะท้อนลักษณะของไฟ ซึ่งแสดงให้เห็นปฏิกิริยาสอดประสานที่แข็งแกร่งในการทดสอบ แม้ตัวกระตุ้นที่แน่ชัดของการปลุกพลังของเธอจะยังคงไม่แน่นอน แต่ก็ไม่พบตัวอย่างอื่นใดที่มีรูปแบบเรโซแนนซ์สเปกตรัมคล้ายคลึงกันเกิน 60% พลังเรโซแนนซ์ของเรโซเนเตอร์ Changli มีความใกล้เคียงอย่างมากกับวิหควิญญาณจากตำนานพื้นบ้านของหวงหลง ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากการที่เธอเคยหมกมุ่นอยู่กับนิทานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตในตำนานตัวนี้ตั้งแต่ในวัยเด็ก เรโซเนเตอร์ Changli มีความสามารถพิเศษในการบีบอัดเปลวเพลิงให้กลายเป็นกระสุนรูปขนนกที่สวยงาม เมื่อพลังเรโซแนนซ์ของเธอถูกปลดปล่อย มันจะสามารถสร้างไฟที่ร้อนระอุเป็นพิเศษ ซึ่งมีอานุภาพล้างผลาญพื้นที่บริเวณกว้างได้ หนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าเธอกำลังใช้งานพลังเรโซแนนซ์ของเธออยู่คือการปรากฏให้เห็นขนนกเร่าร้อนเส้นเดียวที่มีรูปแบบคล้ายดวงตาบนหน้าผากของเธอ ซึ่งเธอเรียกว่า "Mind's Eye" การวิเคราะห์ตัวอย่างทดสอบเผยให้เห็นเส้นโค้งราเบลล์ที่ไม่บรรจบกันโดยมีการเพิ่มขึ้นแบบคงที่ มีการตรวจพบความแปรปรวนเป็นครั้งคราวภายในช่วงค่าปกติ ดังนั้น Changli จึงถูกระบุว่าเป็นเรโซเนเตอร์ธรรมชาติ

รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก

กราฟคลื่นของเรโซเนเตอร์ Changli แสดงความแปรปรวนเป็นรูปวงรี รูปแบบของขอบเขตเวลามีความเสถียร โดยไม่มีรูปแบบคลื่นที่ผิดปกติ ค่าวิกฤตเรโซแนนซ์: สูง ความถี่ของเรโซเนเตอร์ Changli แสดงความเสถียรสูง และความเสี่ยงต่อโอเวอร์คล็อกมีน้อยมาก เรโซเนเตอร์ Changli มีประวัติการโอเวอร์คล็อกที่ถูกบันทึกไว้ ระดับการโอเวอร์คล็อกสูงสุดที่บันทึกไว้: เล็กน้อย จากรายงานของ Changli เธอเคยประสบกับการโอเวอร์คล็อกในระหว่างช่วงวัยเด็กเนื่องจากได้รับสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายเป็นเวลานาน สิ่งนี้ทำให้พลังพิเศษของเธอเข้าสู่สภาวะเบิร์สต์หลายครั้งเพื่อป้องกันตัวเองหรือปกป้องผู้อื่น ส่งผลให้มีรอยแผลไหม้ถาวรบนแขนซ้ายของเธอ อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอโตขึ้นและสามารถควบคุมพลังพิเศษได้มากขึ้น การแปรปรวนของความถี่ก็มีความเสถียรและรอยไหม้ก็ไม่ได้แย่ลง อาจมีความเสียหายทางกายภาพที่ไม่สามารถย้อนกลับได้จากพลังพิเศษที่ปะทุขึ้น ซึ่งอาจทำให้อายุขัยของเรโซเนเตอร์ Changli สั้นลงได้ แนะนำให้มีการตรวจร่างกายเป็นประจำ แต่ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องเข้ารับการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา

Changli รายการหวงแหน

คู่มือหมากล้อมแห่งภูผา
คู่มือหมากล้อมแห่งภูผา
คู่มือหมากล้อมโทรมๆ ที่ได้บันทึกเกมแข่งขันในตำนานซึ่งถูกทิ้งไว้โดยผู้มาเยือนแสนประหลาดที่ภูผาสวรรค์ หน้ากระดาษนั้นเป็นสีเหลืองจากเวลาที่ผ่านไปหลายปีและถูกพับมุมโดยนักอ่านนับไม่ถ้วน ต้นฉบับเล่มนี้อยู่เคียงข้างเจ้าของที่ผ่านเส้นทางแสนอันตรายและโดดเดี่ยวมามากมาย ในตอนนี้เมื่อมันถูกฟื้นฟูและกลับมาเข้าเล่มใหม่ พร้อมจำนวนหน้าที่เพิ่มขึ้นและพร้อมบันทึกเกมการแข่งขันครั้งใหม่ ในตอนนี้ที่คู่ต่อสู้ผู้สมเกียรติที่เธอคอยตามหาได้มาอยู่ตรงหน้าเธอ เกมการแข่งขันในประวัติศาสตร์ที่จะเป็นที่จดจำและศึกษาไปเป็นเวลาหลายศตวรรษกำลังจะอุบัติขึ้น ตราบใดที่ยังมีผู้เล่น หน้ากระดาษก็จะถูกเติมเต็มต่อไป
ผ้าชุ่มเพลิง
ผ้าชุ่มเพลิง
ผืนผ้าไม่ทราบวัสดุ ผิวสัมผัสนุ่มมือและมีคุณสมบัติกันไฟ เมื่อชำระล้างด้วยไฟแล้ว ผ้าผืนนี้ก็สะอาดและสว่างขึ้นราวกับหิมะที่ร่วงลงมาใหม่ๆ พืชที่ใช้ทอผ้าชนิดนี้สูญพันธุ์ไปแล้วในช่วงอาดูรการณ์ และแทบหาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ผ้าผืนที่หลงเหลืออยู่จึงประมาณค่าไม่ได้ หลังจากพิธีแต่งตั้ง เจ้าเมืองคนใหม่ของจินโจวได้มอบผ้าผืนนี้เป็นของขวัญแก่อาจารย์ผู้ทรงเกียรติของเธอ
ขนนกเปลวเพลิง
ขนนกเปลวเพลิง
ขนนกคู่หนึ่งที่เกิดจากเปลวไฟของ Changli ขนนกเส้นหนึ่งในนั้นได้ถูกมอบให้กับแขกคนสำคัญของจินโจว ส่วนอีกเส้น Changli เก็บไว้กับตัวเอง แม้เปลวไฟจะดูลุกโชติช่วง แต่ขนนกนี้เพียงแผ่ความอบอุ่นที่นุ่มนวลเมื่อถือในมือเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถอันแทบไร้ที่ติในการควบคุมพลังเรโซแนนซ์ของ Changli ขนนกนี้สร้างขึ้นมาจากเปลวไฟเช่นเดียวกับชุดของเธอ ในนิทานก่อนนอนที่เล่าให้เด็กหญิงตัวน้อยฟัง นกฟีนิกซ์ที่ถือกำเนิดจากไฟจะมอบขนหางอันล้ำค่าที่สุดให้แก่คนที่มันรักใคร่หวงแหนที่สุด

Changli เรื่องราว

ภายใต้เสียงกระซิบ
ว่ากันว่าผู้ที่ไปทำธุระ ณ ที่ว่าการเมืองช่วงนี้แทบจะไม่มีใครได้พบกับที่ปรึกษาในตำนานอย่าง Changli เลย

แม้ว่าที่ปรึกษา Changli จะไม่ได้เป็นบุคคลสาธารณะก็ตาม แต่ในฐานะเสนาธิการผู้เป็นที่ไว้วางใจที่สุดของเจ้าเมืองแห่งจินโจว ก็ยากนักที่จะไม่มีใครในจินโจวที่ไม่รู้จักเธอ กระนั้น กลับมีข่าวลือแปลกประหลาดต่างๆ มากมายแพร่สะพัดมาไม่ขาดสาย

กล่าวกันว่าเมื่อครั้งที่อยู่ในเมืองหลวง ที่ปรึกษา Changli เคยเสนอให้มีการซ่อมแซมปรับปรุงสถานสงเคราะห์ทั่วทั้งหวงหลงเพื่อให้ผู้ลี้ภัยซึ่งสูญเสียบ้านไปในช่วงหลังอาดูรการณ์ได้ใช้เป็นที่พักพิงที่ดีขึ้น นอกจากนั้นเธอยังผลักดันให้มีการลดภาษีการค้าในจินโจว รวมถึงจัดสรรอาหารและเงินทุนเพื่อบรรเทาจินโจวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังศึกเสี้ยวจันทรา

กล่าวกันว่าทันทีที่ที่ปรึกษา Changli มาถึงที่ว่าการเมือง เธอก็สามารถจัดการกับกองโจร 2 กลุ่มที่ตั้งมั่นอยู่รอบจินโจวมานานแสนนานได้อย่างง่ายดาย แค่การพูดคุยและ "กับดักที่ดูยังไงก็เป็นกับดัก" ก็เพียงพอที่จะทำให้กองกำลังทั้งสองสงสัยกันเองและเข้าต่อสู้กัน จนกระทั่งไม่มีฝ่ายใดมีกำลังพอจะเป็นภัยคุกคามอีกต่อไป

กล่าวกันว่าที่ปรึกษา Changli ไม่ได้ขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาหลังจากที่เซนติเนลเลือกเจ้าเมืองจินโจว แต่เธอเสนอตัวอาสามายังจินโจวตั้งแต่ไหนแต่ไรเพื่อมาสอน Jinhsi ตัวน้อย และช่วยสาวน้อยที่ยังเด็กเกินไปแบกรับพลังอันใหญ่หลวงเอาไว้

"จริงเหรอ ที่ได้ยินมา ทั้งหมดที่ว่านั่นเป็นฝีมือของเลขาธิการคนก่อน แล้วจริงๆ Changli ถูกลดตำแหน่งให้มาอยู่ชายแดนเพราะเธอไปขัดผู้มีอำนาจในตอนนั้นไม่ใช่เหรอ?"

"จากที่ได้ยินมา เธอได้เป็นศิษย์สายตรงของนักพรต Xuanmiaoและเลขาธิการคนก่อนเป็นคนแนะนำเธอมา คำโวหารและคำอภิปรายที่เธอตระเวนให้ไว้ทั่วทั้งอาณาจักรโน้มน้าวผู้เป็นมันสมองของประเทศเราให้เชื่อมั่น แล้ว Changli จะเพียงผู้ที่เก่งแต่ยกยอปอปั้นได้ยังไง?"

"พูดอะไรกัน นี่ได้ยินมาว่าเธอเป็นลูกหลานของนักพรตผู้ยิ่งใหญ่ และที่มาที่จินโจวก็เพราะครอบครัวต้องการให้มีใครสักคนในตระกูลอยู่ในศูนย์กลางอำนาจ..."

ขณะที่ผู้คนติฉินนินทา Changli ก็ไม่สะทกสะท้านใดๆ เมื่อเธอเดินผ่านผู้คนที่กระซิบกระซาบลับหลัง Changli ก็เพียงแค่ส่งสายตาอ่อนโยนแต่แน่วแน่กลับไปจนใครก็ไม่กล้าเอ่ยปากต่อ

ข่าวลือแพร่สะพัดราวกับไฟป่าเกี่ยวกับเจ้าเมืองจินโจวคนใหม่ที่ได้รับเลือกโดยเซนติเนล เด็กสาวคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ แต่กลับดำรงตำแหน่งอันทรงอำนาจนี้ บ้างก็กระซิบว่า Changli มีอิทธิพลมากเกินไป แถมยังพยายามโค่นล้มเจ้าเมืองคนปัจจุบันเพื่อที่จะขึ้นครองอำนาจเอง

หลังพิธีเสร็จสิ้น Changli ได้สละอำนาจให้กับ Jinhsi และกลายมาเป็นที่ปรึกษาของเด็กสาว ผ่านไป 3 ปี ชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนในจินโจวก็ดีขึ้น และชาวเมืองก็รู้สึกขอบคุณท่านเจ้าเมืองเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า Changli คอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังมากน้อยเพียงใด

ผู้ที่เคยพบ Changli ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเธอมีรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ และปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกันตั้งแต่นายพลจนถึงพลทหาร แต่เมื่อเธออยู่คนเดียว Changli กลับแผ่รัศมีอันน่าเกรงขามจนผู้มาเยือนไม่กล้าเข้าใกล้

"ครั้งล่าสุดที่ได้พบกับที่ปรึกษา Changli ที่สถานีลาดตระเวน ไม่รู้ว่าทำไมท่านดูสนอกสนใจต้นไม้ในลานเป็นพิเศษ... ฉันคิดว่าท่านคงมีภารกิจสำคัญที่ต้องไปจัดการ แต่กลับใช้เวลาทั้งบ่ายไปกับการ... เฝ้าดูมด..."

"แล้วหลังจากนั้นล่ะ"

"จากนั้น จู่ๆ ผู้ต้องสงสัยก็เข้ามามอบตัวเฉยเลย! ตอนแรกพวกเราก็ระแวงนะ คิดว่าเป็นกับดักหรือเปล่า แต่พอที่ปรึกษา Changli เข้ามา คนร้ายก็หวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็สารภาพทุกอย่าง แม้แต่คดีเก่าๆ ที่ยังไม่คลี่คลายด้วยซ้ำ นั่นเป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดในอาชีพการงานของฉันเลย..."

"แล้วที่ปรึกษา Changli ล่ะ"

"จากไปตอนไหนก็ไม่รู้ เราไม่ทันสังเกตเลย อืม สมกับเป็นคนที่สุดแสนจะที่เข้าใจยากจริงๆ..."
อาจารย์และรัฐมนตรี
ก่อนที่จะมาเป็นอาจารย์พิเศษของ Jinhsi Changli เคยพบเธอเพียงครั้งเดียวตอนที่อีกฝ่ายยังอยู่ในวัยเยาว์

ตอนที่อยู่ในจินโจว ขณะ Changli กำลังเดินอยู่ในที่ว่าการเมืองก็ได้ยินเสียงท่องงุบงิบลอยมาจากห้องใกล้ๆ เด็กสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางกองหนังสือ พยายามทำความเข้าใจทฤษฎีต่างๆ ที่ซับซ้อนเกินวัยของตนเอง

"'ผู้ใดมองไม่เห็นต้นตอของความเป็นระเบียบหรือความวุ่นวาย ผู้นั้นก็จะไม่สามารถบัญญัติกฎหมายได้'... แต่เราจะมองเห็นรากเหง้าของทุกสิ่งได้ยังไง เราจะไปเอาความเข้าใจลึกซึ้งมาจากไหน" ขณะที่ท่องอยู่นั้น เด็กสาวก็อดไม่ได้ที่จะหมดกำลังใจ

ร่างเล็กที่ขยันขันแข็งนั้นทำให้ Changli นึกถึงอดีตของตนเองที่เคยดิ้นรนอย่างสุดใจเพื่อจดจำความรู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพียรพยายามที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่นำหน้าอายุที่วิ่งไปไม่ทัน

เธออดใจเอนตัวไปข้างหน้าเพื่อตอบข้อสงสัยของเด็กหญิงตัวน้อยไม่ได้

"ขอบคุณค่ะ ท่านหญิง ท่านช่วยให้หนูเข้าใจมากขึ้น" เด็กสาวเอ่ยขอบคุณทีละคำด้วยน้ำเสียงที่ยังเจื้อยแจ้ว หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เด็กน้อยก็เงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง แล้วถามว่า "ถ้าอย่างนั้น เราจะเป็นเจ้าเมืองที่ดี ทำให้เมืองนี้สงบสุขได้ยังไงคะ?"

"ทำไมถามแบบนี้ล่ะ?"

"ชาวเมืองจินโจวตกเป็นเหยื่อของสงครามมายาวนาน หนูอยากนำความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาให้พวกเขา"

"...สิ่งที่อยากทำไม่ง่ายเลยนะ"

"ก็จริงค่ะ แต่หนูต้องพยายามทำทุกอย่างที่ทำได้"

"ความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง..."

ขณะที่ Changli มองเข้าไปในดวงตาของเด็กสาว เธอเห็นถึงความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งราวกับประกายแห่งแสงดาวเล็กๆ

"ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันจะช่วยทำให้ความปรารถนาของหนูเป็นจริงเอง" Changli กล่าว

ในท้ายที่สุด เด็กสาวก็ได้เป็นเจ้าเมืองจินโจวจากการแต่งตั้งของเซนติเนล ในขณะที่ Jinhsi ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ณ ที่ว่าการเมือง Changli ก็ยังคงอยู่เคียงข้างเธอ คอยตอบคำถามและให้คำแนะนำเมื่อใดก็ตามที่จำเป็น

สำหรับคนส่วนใหญ่ เรื่องราวแห่งวีรชนนั้นยิ่งใหญ่เกินไปและไม่สลักสำคัญ พวกเขาให้คุณค่ากับความสะดวกสบายเล็กๆ น้อยๆ อย่างอาหารอุ่นๆ และการได้นอนพักเป็นหนทางพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นเสียมากกว่า

"เจ้าเมืองไม่ควรเสียเวลาไปกับระบบราชการ แต่ควรเข้าไปมีส่วนร่วมกับประชาชน" Changli เตือน Jinhsi

"ค่ะ ท่านอาจารย์" Jinhsi กล่าวอย่างเชื่อฟัง ด้วยพิธีกรรมขอพรแบบดั้งเดิมของจินโจว Jinhsi สามารถสานสัมพันธ์กับชาวเมือง และพัฒนาบ้านเมืองไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและเปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจได้สำเร็จ

Changli เฝ้ามอง Jinhsi ที่ห้อมล้อมไปด้วยฝูงชนผู้กำลังตื่นเต้น ใบหน้าของเหล่าชาวเมืองปลดเปลื้องความทุกข์และความเหนื่อยล้าที่เคยมี เต็มไปด้วยความสุขและความซาบซึ้งที่แท้จริง

บัดนี้ที่จินโจวมีผู้ว่าราชการอันชาญฉลาดแล้ว ทั้งประชาชนและเมืองหลวงไม่คิดสงสัยในความสามารถของ Jinhsi อีกต่อไป

"ทำตามใจตัวเองเถอะ ฉันจะคอยให้การสนับสนุนเอง" Changli กล่าวขณะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้และสาดแสงไปยังเส้นทางเบื้องหน้าของ Jinhsi คบเพลิงจุดประกายให้ท้องฟ้าลุกโชน ส่องสว่างอนาคตของเด็กสาวผู้นี้

แม้ Jinhsi จะยังคงสลัดความเยาว์ไม่หมดสิ้น แต่ Changli ก็รู้ว่าวันหนึ่งเด็กสาวผู้นี้จะเป็นเจ้าเมืองผู้เก่งกาจที่ปกป้องจินโจวทุกตารางนิ้ว ดังนั้น เธอจะคอยชี้นำลูกศิษย์และนำทางไปข้างหน้า เฉกเช่นกับที่ครั้งหนึ่งอาจารย์ของเธอเคยทำให้กับเธอ
ขนนกหนึ่งเดียวในตรอก
ฉางชิ่ง เจ้าของร้านหนังสือเหยียนชิ่ง พบเจอกับเรื่องประหลาด 2 อย่างเมื่อไม่นานมานี้

อย่างแรกเกี่ยวกับธุรกิจของเขา

ดินแดนอันกว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์อย่างหวงหลงมีสินค้ามากมายให้เลือกสรร สินค้ายอดนิยมในจินโจวจึงสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อไม่นานมานี้ หนังสือกระดาษได้กลายเป็นสิ่งตกยุค ร้านหนังสือท้องถิ่นจึงประสบปัญหา

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกลับมาคึกคักอย่างไม่คาดคิดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และร้านหนังสือของฉางชิ่งก็มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก

เมื่อดูจากการแต่งกายแล้ว ลูกค้าหลายรายในร้านหนังสือดูเหมือนจะเป็นเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง

เมื่อฉางชิ่งผู้กำลังสับสนถามลูกค้าในเรื่องนี้ คนส่วนใหญ่ก็ตอบว่าท่านเลขาธิการเป็นคนแนะนำร้านนี้ให้โดยเฉพาะ

ท่านเลขาธิการเนี่ยนะ แม้ฉางชิ่งจะรู้ว่าในเมืองมีเลขาธิการคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมคนอย่างเขา เจ้าของร้านหนังสือผู้ต่ำต้อย ถึงได้อยู่ในสายตาของบุคคลระดับสูงเช่นนี้

เหตุการณ์แปลกประหลาดอย่างที่สองเกิดขึ้นแถวหน้าร้านหนังสือเหยียนชิ่งที่ถูกปล่อยปละละเลย

เพราะว่าท้อแท้ใจอย่างหนักหน่วง เจ้าของร้านจึงได้ปล่อยหน้าร้านทิ้งไว้ไม่มีใครดูแลมานานเกินไป แม้แต่ร้านขายของชำข้างๆ ยังแนะนำให้ฉางชิ่งซ่อมแซมประตูก่อนที่ลูกค้าจะเห็นแล้วเปลี่ยนใจไม่เข้าร้าน

"ฉางชิ่ง คุณควรซ่อมประตูเสียหน่อยนะ ถ้ามันพังมากไปกว่านี้ จะไม่มีใครเข้าร้านกัน!"

"ไม่ต้องห่วงหรอก ถึงร้านของฉันจะไม่หรูหราเท่าร้านในเมืองหลวง แต่ก็มีหนังสือโบราณและหนังสือคลาสสิกสะสมไว้มากที่สุด ถ้ามีคนรู้ ยังไงก็มีคนเข้าร้าน!"

แม้ฉางชิ่งจะดูมั่นใจ แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะปรับปรุงซ่อมแซมร้านเก่าด้วยตัวเองได้ไหม พลางคิดว่าอาจจะต้องจ้างคนมาช่วยจัดการในตอนที่ธุรกิจกำลังเฟื่องฟูอยู่นี้

วันรุ่งขึ้น ฉางชิ่งมาถึงร้าน และพบว่าหน้าร้านได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าอัศจรรย์ภายในชั่วข้ามคืน ป้ายร้านและประตูร้านสะอาดเอี่ยมสะท้อนแสงแวววาว เห็นคำว่า "ร้านหนังสือเหยียนชิ่ง" อย่างชัดเจน

มีกระดาษโน้ตบนเคาน์เตอร์เขียนไว้ว่า "เพื่อเป็นการขอบคุณความมีน้ำใจของเจ้าของร้านหนังสือ ฉันจึงขออนุญาตทำการปรับปรุงร้านเพื่อเป็นการขอบคุณนะคะ"

กระดาษโน้ตใบนั้นไม่ได้ลงชื่อ แต่ลวดลายขนนกสีแดงชาดบนกระดาษกลับดูคุ้นตา ฉางชิ่งถือกระดาษใบนั้นไว้ แล้วนั่งลงอย่างช้าๆ พลางรำลึกถึงความหลัง

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ร้านหนังสือแห่งนี้เติบโตรุ่งเรือง มีลูกค้าเข้าออกร้านตลอดเวลา วันหนึ่ง เด็กหญิงตัวน้อยวัยประมาณ 8 หรือ 9 ขวบเริ่มแอบเข้ามาอ่านหนังสือตลอดทั้งบ่าย

ในตอนแรก ฉางชิ่งไม่คิดอะไรมากหากลูกค้าจะอ่านหนังสือโดยไม่ซื้อ ตราบใดที่ไม่ทำให้หนังสือเสียหายหรือส่งผลต่อธุรกิจ

แต่หลังจากยอดขายลดลงติดต่อกันหลายวันและมีลูกค้าน้อยลงเรื่อยๆ เขาก็เริ่มกังวลขึ้นมา

"ร้อนจังเลย ในนี้ร้อนเกินไปแล้ว! ทนไม่ไหวแล้ว ไปที่อื่นกันเถอะ!"

แม้จะเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงก็ตาม แต่อากาศในร้านกลับร้อนอบอ้าวผิดปกติ ฉางชิ่งปาดหน้าผาก พลางเดินหาอย่างระมัดระวัง ในที่สุดก็พบเด็กหญิงตัวน้อยกำลังคุดคู้อยู่ใต้ชั้นหนังสือ จดจ่ออยู่กับหนังสือตรงหน้า

เบื้องหน้าเด็กน้อยมีดวงไฟลุกโชนอยู่ลูกหนึ่ง แผ่ความร้อนใส่ทุกสิ่งรอบตัวขณะที่เด็กสาวเพ่งสมาธิอยู่กับโลกแห่งหนังสือ ภาพที่เห็นทำให้ฉางชิ่งเดือดดาลขึ้นมา

"ทำอะไรเนี่ย นังหนู! ร้านได้ไหม้กันพอดี!"

เด็กน้อยตกใจกับเสียงตะโกน แล้วรีบดับไฟทันที ฉางชิ่งมองดูกระดาษที่เด็กสาวเผลอกำไว้ในมือแน่นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ราวกับว่าอีกไม่นานมันก็จะติดไฟ

"นังหนู เธอกำลังจะ...!"

เด็กสาวรีบโยนหนังสือทิ้ง ใบหน้าแดงก่ำเผยให้เห็นทั้งความตื่นตระหนกและความรู้สึกผิดปนเปกัน ขณะที่สอดส่องสายตามองหน้ากระดาษต่างๆ ที่ไหม้เกรียม

"ขอโทษค่ะ ในนี้มันมืดไปหน่อย หนูแค่อยากให้มันสว่างขึ้นสักนิด..."

เมื่อฉางชิ่งเห็นหนังสือที่เขารักพังเสียหาย เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงยอดขายที่ลดฮวบลงในช่วงนี้ สีหน้าของเขาขุ่นมัวขณะคว้าไม้กวาดจากข้างชั้นวางหนังสือมาเตรียมจะหวดใส่เด็กสาวผู้เป็นต้นเหตุ

แต่เด็กน้อยกลับว่องไวอย่างน่าประหลาดเมื่อเทียบกับรูปร่างที่ผอมเพรียว เมื่อฉางชิ่งไล่ตามเธอออกไปจากร้านหนังสือ สิ่งเดียวที่เขาเห็นคือผมสีแดงเพลิงหายวับไปในตลาดที่พลุกพล่าน ฉางชิ่งยืนอยู่ที่ปากประตูด้วยความโมโหและความงุนงง

"อย่ากลับมาอีกนะ!"

"เกิดอะไรขึ้น?" เจ้าของร้านขายของชำข้างๆ เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม แล้วถามว่า "นั่นหนูน้อยที่ควบคุมไฟได้ใช่ไหม?"

"รู้จักนังหนูนั่นด้วยเหรอ? เธอเกือบทำร้านฉันไหม้แล้วเนี่ย!"

"โอ๊ย ยัยหนูนั่นเป็นเด็กดี นี่พูดจากใจเลย เธอช่วยฉันเมื่อสองสามวันก่อนเพื่อแลกกับซาลาเปาสองสามลูกเอง น่าเสียดายที่ต้องเดินทางมาที่นี่คนเดียวทั้งๆ ที่อายุยังน้อย ได้ยินมาว่าบ้านเกิดของหนูเขาโดนโจมตีจากการแพร่กระจายของทาเซ็ตดิสคอร์ดและไม่มีใครรอดเลย ไม่รู้เธอหนีรอดมาได้ยังไง..."

"งั้นทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก?"

"ก็ไม่ได้ถามนี่! แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว... ยัยหนูนั่นคงไม่กลับมาแล้วล่ะมั้ง"

เด็กหญิงตัวน้อยหายลับไปในตรอก แว่วเสียงเด็กๆ เล่นกันดังลอยมาจากกำแพงข้างเคียง ฉางชิ่งจ้องมองหนังสือที่ตกอยู่บนพื้น ไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกอย่างไร
รัศมีหวนคืน
ธุรกิจที่ร้านหนังสือเหยียนชิ่งกลับมาเป็นปกติแล้ว มีผู้รักหนังสือแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แต่เด็กหญิงตัวน้อยที่เคยนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ระหว่างชั้นหนังสือกลับหายหน้าไป

ฉางชิ่งจึงประหลาดใจอย่างมากเมื่อเด็กน้อยกลับมาอีกครั้งในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา

"นี่คือเงินทั้งหมดที่หนูมี หนูสาบานว่าหามาเองนะคะ ขอโทษด้วยที่ทำหนังสือไหม้... หนังสือที่หนูตามหาอยู่มีแค่ในร้านนี้เท่านั้น ได้โปรดเถอะ ขอหนู..."

เด็กสาวกัดริมฝีปาก วางเหรียญเชลล์ที่กระจัดกระจายอยู่ในฝ่ามือลงบนเคาน์เตอร์อย่างกล้าๆ กลัวๆ ร่างเล็กของหนูน้อยยังสูงไม่เท่าเคาน์เตอร์ด้วยซ้ำ มองเห็นแต่หัวของเธอโผล่ขึ้นมาเพียงครึ่งเดียว หนูน้อยเขย่งเท้าอยู่ ตัวสั่นเล็กน้อย แต่ดวงตาที่สดใสและออกจะดื้อรั้นยังคงจ้องมองเขาและไม่หลบเลี่ยงสายตา

"...ก็ได้"

หลังจากผ่านไปหลายวัน ความโกรธของฉางชิ่งมลายหายไปนานแล้ว เขาโบกมือ "เอาเงินคืนไปเถอะ แล้วอย่าทำอะไรเกะกะธุรกิจเป็นพอ"

หนูน้อยโค้งคำนับแล้วเดินออกไปโดยไม่พูดไม่จา แต่กลับหยุดเดินและหันกลับมามองเป็นระยะๆ ฉางชิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองร่างผอมแห้งและเสื้อผ้าเก่าๆ ของเด็กน้อยอยู่เงียบๆ เขาลุกขึ้น หยิบตะเกียง แล้วยื่นให้หนูน้อยพร้อมกับกุญแจสำรองของร้าน

"รับนี่ไป แล้วอย่าใช้ลูกไฟมาส่องแสงอีกล่ะ หนูค่อยมาอ่านหนังสือตอนกลางคืนที่ไม่มีลูกค้าละกัน"

"..."

"ฉันไม่ได้จะให้หนูอ่านฟรีหรอกนะ หนูต้องมาเปิดร้านให้ฉันตอนเช้า"

"ขะ-ขอบคุณค่ะ..."

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นรอยยิ้มอันไร้เดียงสาและสดใสของสาวน้อย

หลังจากตอนที่ได้พบกันครั้งแรก เด็กน้อยก็กลายมาเป็นขาประจำร้านหนังสือของฉางชิ่ง ตามที่ตกลงกันไว้ หนูน้อยจะแวะมาเฉพาะตอนเย็นและใช้เวลาทั้งหมดไปกับการอ่านหนังสือ ในตอนเช้า เมื่อฉางชิ่งกลับมา เขาจะพบเสมอว่าร้านสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย

ในวันที่อากาศหนาวเย็น เด็กหญิงก็จะแวะมาเยี่ยมเยียนในช่วงกลางวันเช่นกัน แม้จะมีลมกระโชกแรงจากภายนอก แต่ภายในห้องก็อบอุ่นสบาย แม้ฉางชิ่งจะเหลือบมองหนังสือที่ยัยหนูอ่านอยู่บ้างเป็นครั้งคราว แต่เขาเห็นเพียงหนังสือเกี่ยวกับวรรณกรรมและประวัติศาสตร์เท่านั้น

ท่าทีอันสงบนิ่งของเด็กสาวช่างขัดกับความเยาว์วัยของเธอ และฉางชิ่งจะมองเห็นหนูน้อยมีชีวิตชีวาก็เมื่อกำลังดื่มด่ำไปกับหนังสือเท่านั้น

วันหนึ่ง เด็กสาวหายตัวไป ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ว เธอถูกทาเซ็ตดิสคอร์ดลักพาตัวไปหรือเปล่า หรือเธอได้รับบาดเจ็บระหว่างเดินทางไปเมืองหลวงไหมนะ

เมื่อเห็นลวดลายเปลวไฟบนจดหมาย ฉางชิ่งก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา เด็กน้อยคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม?

"ขอโทษนะคะ"

สตรีร่างสูงสง่างามที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์เอ่ยขัดจังหวะฉางชิ่งที่กำลังรำลึกถึงความหลัง ดวงตาอ่อนหวานและผมสีเพลิงของเธอพลิ้วไหวไปตามสายลมราวกับขนนกในตำนาน หญิงสาววางเหรียญเชลล์ไว้บนเคาน์เตอร์ พลางถามด้วยรอยยิ้ม "มีแต่คุณเท่านั้นที่มีหนังสือที่ฉันกำลังหาอยู่ ไม่ทราบว่าจะขอยืมหน่อยจะได้ไหมคะ"

หญิงสาวเติบโตไปมาก จากเด็กน้อยบอบบาง ไปเป็นเลขาธิการสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ผู้ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วเมือง เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและแสงยามเช้าสาดส่องไปทั่วร้าน เจ้าของร้านหนังสือสูงวัยก็หัวเราะเบาๆ และส่งสัญญาณให้หญิงสาวไปอ่านหนังสือต่อ

"เชิญเลย... อ่านตามสบาย ต่อให้ไม่จ่ายเงิน ตอนนี้คงบังคับอะไรเธอไม่ได้แล้วล่ะ"
ผู้มาโปรดในตำนาน
นักพรต Xuanmiaoตามหาบุคคลผู้หนึ่งอยู่

สาวน้อย Changli ร่วมเดินทางกับท่านอาจารย์ผู้สูงวัยไปทั่วดินแดนแห่งหวงหลง แม้ว่าในตอนแรก นักพรต Xuanmiaoจะลังเลว่าควรรับศิษย์อีกคนหนึ่งดีไหม แต่ผู้อาวุโสผู้เป็นที่เคารพนับถือผู้นี้ก็ตัดสินใจอุทิศตนเพื่อถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้แก่ Changli ในช่วงเวลาอันจำกัดที่ได้อยู่ร่วมกัน

นักพรต Xuanmiaoเป็นผู้เล่นหมากล้อมมือฉมัง ในตอนที่ทั้งคู่แวะพักระหว่างการเดินทางอันเหนื่อยล้า พวกเขาก็จะตั้งหลักปักฐานข้างทางเพื่อประลองฝีมือกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เขาใช้ช่วงเวลานี้ไม่เพียงแต่เพื่อเล่นหมากล้อมเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นโอกาสในการสั่งสอน Changli ผ่านการถ่ายทอดวิชาการคิดเชิงกลยุทธ์และพลวัตแห่งอำนาจในแต่ละตา บางครั้งนักพรต Xuanmiaoจะวิเคราะห์เกมหมากล้อมที่ยังเล่นไม่จบกับหญิงสาว แต่ทุกครั้งก็ดูเหมือนเขายังไม่ค่อยพอใจกับคำตอบของ Changli เท่าไหร่นัก

ในช่วงเวลาเหล่านี้ นักพรต Xuanmiaoจะเอ่ยถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่ง ราวกับบอกใบ้ว่าอยากเชื่อมต่อกับบุคคลนี้อีกครั้งผ่านการสั่งสอน Changli แต่แม้ Changli จะอยากรู้เกี่ยวกับตัวตนและที่อยู่ของบุคคลลึกลับผู้นี้ ทว่าอาจารย์ของเธอกลับส่ายหัวและบอกกับสาวน้อยว่า "เวลานั้นยังมาไม่ถึง"

ในวันที่นักพรต Xuanmiaoสัมผัสได้ว่าวาระสุดท้ายของตนกำลังใกล้เข้ามา เขาได้ฝากบันทึกเกมหมากล้อมและสมุดบันทึกประจำวันอันล้ำค่าของตนไว้กับ Changli ผู้เฒ่าเอ่ยกับลูกศิษย์ผู้ภักดีของตนด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ในเกมที่ยังเล่นไม่จบนี้ เจ้าจะได้ค้นพบสัจธรรมสูงสุด"

เพื่อสานต่อสิ่งที่สืบทอดมาจากนักพรต Xuanmiao Changli จึงได้เริ่มออกเดินทางในเส้นทางของตนเอง

"...ตัวตนจากสวรรค์ที่ลงมาเยือน ถือครองไว้ซึ่งพลังไร้ห้วงจำกัดแห่งจักรวาล โอบรับเอคโค่อันเป็นปฐมฤกษ์ภายใน..."
"...ร่างลึกลับที่มีดวงตาสีทองท่ามกลางมวลเมฆม้วนวนและแสงที่ค่อยๆ เหลือบหาย"
"...มั่นคงเคียงข้างเซนติเนลJué ในสายสัมพันธ์แห่งสหายอันชิดเชื้อ"

หลังจากอ่านบันทึกของท่านอาจารย์ผู้ล่วงลับไปแล้ว สาวน้อยก็มุ่งหน้าค้นหาต่อไปจนพบร่องรอยของบุคคลลึกลับผู้นั้นในสถานที่หลากหลายแห่งซึ่งคาดไม่ถึง บางครั้งก็พบในเรื่องราวอันน่าดึงดูดใจที่แต่งขึ้นโดยนักเล่าเรื่องราวมากประสบการณ์ บ้างก็พบเป็นเพียงเศษเสี้ยวข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่รวบรวมมาจากคลังเอกสารโบราณ บุคคลผู้นี้เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์อันเงียบงัน คอยทำหน้าที่เป็นสมอที่มั่นคงในทะเลอันปั่นป่วน นำพามวลมนุษยชาติให้ก้าวผ่านซากปรักหักพังจากภัยพิบัติในอดีตไปสู่ขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยความหวัง ร่องรอยประทับเล็กๆ น้อยๆ ที่คนผู้นี้ฝากไว้นั้นถักทอเป็นเส้นใยที่แทบจะสังเกตไม่เห็นแต่หาได้เปราะบาง เชื่อมโยงช่วงเวลาและประวัติศาสตร์อันยาวนานสุดลูกหูลูกตาเกินกว่าช่วงชีวิตธรรมดาของมนุษย์ไว้ด้วยกัน

Changli ได้ยินมาว่าเมื่อท่านผู้นั้นเดินทางมาถึง เธอจะสัมผัสได้ทันที เนื่องจากบุคคลปริศนานี้มีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองที่สาวน้อยต้องการนั้นต้องอาศัยมากกว่าแค่การรอคอยอย่างมีความหวังให้ผู้อื่นยื่นมือมาช่วย เมื่อเข้าใจว่าการบรรลุความฝันจำเป็นต้องอาศัยอำนาจและอิทธิพลอันมหาศาล Changli จึงออกเดินทางผ่านดินแดนอันหลากหลาย ตั้งหน้าตั้งตาสั่งสมปัญญา และยืนหยัดฝ่าฟันทุกความท้าทายโดยไม่ย่อท้อเพื่อให้บรรลุตามความคาดหวังที่ได้รับมา

เมื่อได้ขึ้นรับตำแหน่งเลขาธิการอันทรงเกียรติ ในที่สุด Changli ก็ได้สิทธิ์เข้าสู่หอสมุดใหญ่อันเป็นที่เทิดทูน ท่ามกลางมวลความรู้มหาศาลซึ่งเก็บเอาไว้ภายหลังกำแพงเหล่านั้น หญิงสาวได้ค้นพบความจริงอันสำคัญ นั่นก็คือเบาะแสที่นำเธอไปสู่จินโจว เมืองชายแดนในหวงหลง

นับแต่นั้นมา ทุกสิ่งก็คลี่คลายไปอย่างที่เซนติเนล Jué ทำนายไว้ บุคคลที่เธอตามหาได้ปรากฏตัวขึ้นในจินโจว และปกป้องเมืองจากเธรโนเดียนที่ฟื้นคืนชีพ บุคคลผู้ครั้งหนึ่งเป็นเพียงเงาเลือนรางในหน้าบันทึกและตำนานโบราณบัดนี้กลับกลายมามีตัวตนชัดเจนในจิตใจของหญิงสาว

ในวันที่ทั้งสองต้องได้พบกันตามที่ทำนายไว้ Changli เดินทางกลับจากหมิงถิง เมืองหลวงของหวงหลง มายังจินโจว เธอพบว่าแขกผู้มีเกียรติของจินโจวกำลังยืนรออยู่ที่ท่าเรือข้ามฝั่งท่ามกลางสายฝน ท่าทางดูเหมือนไม่ค่อยแน่ใจในอะไรบางอย่าง

ตามคำทำนายของ Jué หญิงสาวมั่นใจว่าเส้นทางของทั้งสองจะมาบรรจบกันในเวลาที่เหมาะสม
และช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง

ซุกซ่อนอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไว้เบื้องหลังแววตาหนักแน่น แล้วก้าวเดินเข้าไปหาบุคคลตรงหน้าด้วยฝีเท้ามั่น หญิงสาวค่อยๆ เอียงร่มกระดาษที่ประดับด้วยลวดลายนกแห่งวิญญาณเพื่อบังฝน ขณะที่คนทั้งคู่สบตากันโดยไม่เอ่ยสิ่งใด สิ่งเดียวที่ได้ยินคือเสียงท่วงทำนองอันแผ่วเบาของเม็ดฝนที่กระทบกับร่มของ Changli

หญิงสาวอมยิ้มและถามเบาๆ ว่า "ติดฝนอยู่หรือเปล่าคะ?"

Changli เส้นเสียง

ความในใจ - 1
อ้าว ดูสิว่าใครมา แขกผู้หาตัวจับยาก โชคดีเลยที่ฉันเสร็จงานวันนี้แล้ว อยากจะมาเล่นหมากล้อมกันสักตาไหมล่ะถ้าไม่รีบไปไหน
ความในใจ - 2
คุณคิดว่าฉันรู้เรื่องอดีตของคุณงั้นเหรอ *หัวเราะเบาๆ* ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ฉันคิดว่าคุณอาจจะทิ้งเบาะแสพวกนั้นเมื่อนานมาแล้วไว้ให้กับตัวตนในปัจจุบันของคุณก็ได้ และฉันก็บังเอิญพบมันเข้าระหว่างศึกษาบันทึกประวัติศาสตร์ เป็นเกียรติมากที่ฉันจะได้นำทางคุณไปพบกับความเชื่อมโยงระหว่างอดีตและปัจจุบันของคุณ
ความในใจ - 3
สมองของนักยุทธศาสตร์เป็นสิ่งที่กว้างขวางและซับซ้อน เช่นเดียวกับมหาสมุทร ภายนอกที่ดูนิ่งสงบอาจจะปกปิดกระแสน้ำเชี่ยวกรากแห่งความคิดที่ไหลอยู่ข้างในก็ได้ ท่านอาจารย์เคยเตือนฉันให้ระวังคนที่นิ่งเฉยในยามที่ไม่แน่นอน แต่กับคุณ ฉันกลับรู้สึกถึงความอุ่นใจในช่วงเวลาอันเงียบสงบในความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องเอ่ยปากของเรา
ความในใจ - 4
นักพรต Xuanmiao สอนวิชาดาบให้กับฉัน แต่เขาก็จากโลกนี้ไปก่อนที่ฉันจะซึมซับวิชาของเขาได้อย่างเต็มที่ นับแต่นั้นฉันก็พยายามทำความเข้าใจบันทึกของเขาและฝึกด้วยตัวเองต่อไป ครั้งแรกที่ฉันเห็นคุณกวัดแกว่งดาบ มันก็ทำให้ฉันประทับใจ และตอนนี้ฉันก็เข้าใจแล้วว่าทำไม ไม่ใช่เพราะว่าความสามารถของคุณดูคล้ายกับท่านนักพรตจากไปแล้ว แต่เป็นเพราะเขาเรียนมันมาจากคุณต่างหาก
ความในใจ - 5
ฉันพบคุณและพาคุณออกมาจากมิติเสียงสะท้อน นั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าฉันเหมาะสมที่จะอยู่เคียงข้างคุณและช่วยในการบรรลุเป้าหมายที่เรามีร่วมกัน การเข้าไปในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอย่างเต็มใจนั้นต้องใช้ความกล้าหาญและปัญญาอันแข็งแกร่ง และฉันเชื่อว่าคุณจะบรรลุผลลัพธ์ตามที่คุณต้องการ ความรู้และพลังของฉันพร้อมช่วยเหลือคุณเสมอทุกเมื่อที่คุณต้องการ
งานอดิเรกของ Changli
การเคลื่อนไหวในเกมหมากล้อมนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนในโลกของเราที่มีสภาพอันแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ... น่าประทับใจใช่ไหมล่ะ
ความกังวลของ Changli
อุณหภูมิในร่างกายของฉันสูงกว่าปกติเพราะฟอร์เตควบคุมไฟของฉัน ถึงมันจะไม่ขัดขวางการทำงานในแต่ละวัน แต่มันก็มีผลกระทบแปลกๆ ตามมาอยู่ ขนมปังน้ำแข็งของ Jinhsi และนกหิมะอันบอบบางของ Sanhua ก็ละลายลงในมือฉันเร็วกกว่าที่คาดไว้ซะอีก... เฮ้อ
อาหารจานโปรด
อาหารทุกจานมีความแตกต่างของมันเอง จะให้เลือกเพียงจานเดียวก็ทำได้ยาก แต่ถ้าจะให้เลือก ก็มีอาหารจานนั้นที่ฉันได้กินตั้งแต่ตอนเป็นเด็กผู้หิวโหย เป็นการแสดงความเมตตาที่ทิ้งความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน รสชาตินั้นยังคงติดตัวฉันมาจนถึงทุกวันนี้
อาหารที่เกลียด
ฉันไม่ชอบกินอะไรหรอ ฉันไม่ค่อยนึกถึงเรื่องนี้เลยแฮะ
พอได้เดินทางไปยังดินแดนอันแห้งแล้ง พบเห็นผู้คนอดอยากหิวโหย ก็เลยได้เรียนรู้ที่จะเห็นคุณค่าของอาหารทุกอย่าง
นอกจากนี้ นอกเขตแดนจินโจวยังมีอาหารเลิศรสให้ลิ้มลองไม่รู้จบด้วย
ต่อให้มีเวลาอีกเป็นปีๆ ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ลิ้มลองครบทุกอย่างมั้ย
อุดมคติ
ฉันฝันอยากจะเห็นโลกที่มีแต่ความสงบสุขและความมั่งคั่งมาโดยตลอด แม้จะไม่มีโอกาสได้เห็นกับตาในชีวิตนี้ ฉันจะทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือคนที่จะมาสานต่อเพื่อเดินหน้าสู่อนาคตที่วาดฝันไว้นี้ และเมื่อวันนั้นมาถึง หากคุณได้มีโอกาสกลับมาที่จินโจว อย่าลืมแวะมาที่หลุมศพของฉันสักครู่ แล้วมอบน้ำชาให้ฉันสักถ้วยนะ
พูดคุย - 1
ขนที่ฉันให้คุณไปก่อนหน้านี้น่ะเหรอ มันเกิดมาจากไฟในจิตใจของฉันน่ะ มีอยู่แค่สองอันเท่านั้นนะ
ตราบใดที่คุณมีขนนกอันนั้นไว้ ไฟของฉันจะไม่มีทางทำอันตรายคุณ อันที่จริงแล้ว ฉันสามารถใช้มันตามหาคุณได้ถ้าคุณต้องการ อย่างไรก็ตาม ถ้ามันตกไปอยู่ในมือศัตรูของเราแล้วล่ะก็นะ... แหะๆ
พูดคุย - 2
ทำไมฉันถึงลาออกจากเมืองหลวงแล้วขอย้ายมาอยู่จินโจวน่ะเหรอ เอาจริงๆ ไม่เห็นยากเลย หลังจากศึกเสี้ยวจันทรายุติลบ จินโจวก็ไม่มีเจ้าเมืองอยู่ ส่วนรัฐบาลกลางก็คงไม่อาจอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้แผ่นดินตกอยู่ใต้ความโกลาหลได้ นอกจากนี้ นายท่านของฉันก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภูผาสวรรค์ เขาเคยเล่าให้ฟังว่าฉันจะเจอคนที่อยากพบที่ภูผาสวรรค์แห่งนี้ ตอนนั้น ฉันไม่เข้าใจเลยว่าหมายความว่าอย่างไร แต่ตอนนี้... ก็อย่างที่เห็น ลิขิตแห่งโชคชะตาช่างชวนให้ประหลาดใจไม่น้อย
เกี่ยวกับ Jinhsi
Jinhsi เป็นคนขยันและชาญฉลาด อีกสักหน่อย เธอจะเปล่งประกายเป็นเจ้าเมืองผู้มากความสามารถแน่นอน เธอทุ่มเทให้กับงานมาโดยตลอด ออกจะมากไปเสียด้วยซ้ำ เธอแค่ต้องเอาเวลามาหาจุดสมดุลแล้วเป็นตัวของตัวเองให้เต็มที่ ฝากดูแลเธอด้วยนะ ผู้พเนจร
เกี่ยวกับ Jiyan
เมื่อฉันมาถึงจินโจวเป็นครั้งแรก ฉันได้รับหน้าที่ให้จัดการงานเอกสารที่ที่ว่าการเมืองเป็นการชั่วคราว ในเอกสารที่เกี่ยวกับมิดไนท์เรนเจอร์ไม่เคยมีข้อผิดพลาดใดๆ ในช่วงที่จินโจวไม่มีเจ้าเมือง แม่ทัพ Jiyan ก็คอยช่วยปกป้องดูแลสวัสดิภาพให้กับผู้คนของเราอย่างไม่ย่อท้อ
เกี่ยวกับ Sanhua
Sanhua มักจะสุขุมและเงียบขรึมอยู่เสมอ ในฐานะองครักษ์ประจำตัว เธอจะระแวดระวังและตื่นตัวอยู่เสมอ แต่ทั้ง Jinhsi และฉันต่างก็อยากให้เธอได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และปล่อยให้คนอื่นแบกรับภาระพวกนั้นบ้าง
เกี่ยวกับ Jianxin
ถึงแม้เราจะนับถือคำสอนเต๋าคนละนิกายกัน แต่ฉันก็พบว่าเธอมีบางอย่างที่เหมือนกัน จิตใจที่บริสุทธิ์และเปิดกว้างของหาได้ยากในทุกวันนี้ ฉันเชื่อว่ามุมมองต่อโลกของเธอนั้นชัดเจนเหมือนสายตาของเธอ เราเจอกันครั้งแรกที่โรงน้ำชา ในตอนนั้น ดูเหมือนว่าเธอจะสัมผัสถึงบางอย่างเกี่ยวกับอาการของฉันได้ และเสิร์ฟซุปเม็ดบัวให้กับฉัน ช่างเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก
เกี่ยวกับ Chixia
Chixia เป็นเด็กสาวร่าเริงสดใส เปล่งประกายไปด้วยความอบอุ่นและความมุ่งมั่นดุจเปลวไฟที่ลุกโชน เธอพาฉันไปชมรอบๆ จินโจวอย่างใจดี แนะนำให้ฉันได้รู้จักกับอัญมณีในท้องถิ่นและอาหารอร่อยๆ ทุกอย่าง อ้อ ใช่ ฉันจำได้แล้ว... ไก่ฉีกน้ำมันพริกอาจดูจัดจ้านเกินไปสำหรับใครหลายๆ คน แต่ฉันว่าเผ็ดกำลังพอดีเลยล่ะ
คำอวยพรวันเกิด
สุขสันต์วันเกิดนะ ตอนฉันอายุน้อยกว่านี้ ฉันออกเดินทางไปมากมายหลายแห่งและได้เห็นประเพณีในการฉลองวันเกิดที่หลากหลาย แต่ละประเพณีนั้นแตกต่างและน่าสนใจ โปรดรับของขวัญกล่องนี้ไปด้วยเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของฉัน ขอให้คุณพบกับความสงบและความสุขในปีต่อๆ ไปราวกับดวงจันทร์และอาทิตย์ที่ขึ้นอยู่สม่ำเสมอ นี่มากหน่อยเหรอ แหะๆ ถือว่าเป็นของขวัญเผื่อสำหรับวันเกิดของคุณในอนาคตก็แล้วกัน และถ้าฉันยังอยู่ถึงตอนนั้นแล้วล่ะก็ ฉันจะหาของอย่างอื่นมาให้เอง
ขณะยืนรอ - 1
(อืม...)
ขณะยืนรอ - 2
(ครุ่นคิด)
ขณะยืนรอ - 3
ถึงเวลาแล้ว... ตอนนี้แหละคือเวลาที่เหมาะที่สุด
คำแนะนำตัว
ฉันชื่อ Changli เป็นที่ปรึกษาของจินโจวในจินโจว ยินดีที่ได้รู้จักนะ ผู้พเนจร ในที่สุดเราก็ได้พบกันเสียที ถ้าจะให้ฉันช่วยเรื่องอะไรในจินโจว ก็บอกได้เลยนะ
ทักทาย
เวลาผ่านไปมากมายในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้และทั้งหมดก็ถูกรวมกันอยู่ในเกมอันแสนเรียบง่าย...
ฉันโชคดีจริงๆ ที่ได้คุณเป็นคู่ต่อสู้
เข้าร่วมทีม - 1
ได้เวลาเริ่มเกมใหม่แล้ว
เข้าร่วมทีม - 2
วางแผนให้เป็นระเบียบ จากนั้นก็พิชิตด้วยความหลักแหลม
เข้าร่วมทีม - 3
ครั้งนี้ใครกันที่จะนั่งอยู่อีกฝั่งของกระดาน
เลื่อนขั้น - 1
กระบวนท่าดาบนั้นไม่มีรูปลักษณ์ตายตัว มันจะเปลี่ยนแปลงไปตามศัตรูที่พบ... เช่นเดียวกัน กลยุทธ์ก็จะต้องเปลี่ยนไปตามคู่ต่อสู้
เลื่อนขั้น - 2
หือ ความรู้สึกแห่งพลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวฉัน... มันรู้สึกแตกต่างออกไป ได้โปรดประมือกับฉันอีกสักรอบ
เลื่อนขั้น - 3
หลังจากที่ท่านอาจารย์จากไป ฉันก็ใช้เวลาหลายปีในการศึกษาวิทยายุทธ์และศาสตร์แขนงอื่นด้วย... สารพัดวิธีนอกรอบก็ทำให้เกิดเรื่องตลกๆ อยู่บ้าง อย่างเจ้าของร้านหนังสือที่กำลังโกรธวิ่งไล่ฉันไปรอบๆ แต่ตอนนี้ ฉันมีคุณมาช่วยสอนทุกอย่างโดยไม่ต้องถูกคาดหวัง นั่นเป็นสิ่งที่ตัวฉันเมื่อก่อนได้แต่ฝันไปเท่านั้น
เลื่อนขั้น - 4
ฉันไม่เคยคิดว่าฉันจะสามารถพัฒนาความสามารถเพิ่มได้อีก คำสอนของคุณนั้นประเมินค่าไม่ได้ และฉันควรจะช่วยเหลือคุณเป็นการตอบแทน ดังนั้น... ให้ฉันทำอะไรได้บ้าง
เลื่อนขั้น - 5
คุณสอนฉันเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูดได้... ฉันเชื่อว่าฉันทำใจยอมรับความตายได้แล้ว ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งฉันจะได้เห็นมุมมองของสิ่งมีชีวิตที่เป็นอมตะ ฉันรู้สึกขอบคุณมาก ตราบใดที่เปลวเพลิงของฉันยังคงลุกไหม้ ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป ผู้พเนจรที่รัก
โจมตีปกติ - 1
ชัดแจ้งดั่งเปลวเพลิง
โจมตีปกติ - 2
คมดาบเพรียกหา
โจมตีปกติ - 3
ดวงตาของจิตใจ
โจมตีบนอากาศ
มอดไหม้ไปซะ!
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
จงสลายไปในเปลวเพลิง
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
ขนนกมอดไหม้
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
ฟาดฟัน หั่นสะบั้น
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
เรียกหาเปลวเพลิงอันศักดิ์สิทธิ์
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
ใครกันแน่ที่เป็นนกในกรง
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 4
จงแตกหัก!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 5
ผ่า
หลบหลีกสำเร็จ
คิดให้ไว
จู่โจมสวนกลับ - 1
พลิกรับเป็นรุก
ถูกโจมตี - 1
ยุ่งยากหน่อยนะ
ถูกโจมตี - 2
โง่เขลายิ่งนัก...
ถูกโจมตี - 3
ฉันไม่เป็นไร
บาดเจ็บ - 1
ไม่เสียสละชัยชนะไม่เกิด
บาดเจ็บ - 2
ไม่ต้องมัวพะวง
หมดสติ - 1
วัฏจักรชีวิต...
หมดสติ - 2
พลาดท่า... แค่หนึ่งครั้ง...
หมดสติ - 3
การเสียสละที่จำเป็น...
อัญเชิญเอคโค่
จงเผยตัวซะ
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
ก่อร่าง
สกิลอินโทร - 1
เราจะฝ่าฟันไปด้วยกัน
สกิลอินโทร - 2
โจมตี!
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
แขกไม่ได้รับเชิญ
เครื่องร่อน
สายลมเอ๋ย จงตอบรับ!
สลิง
(เสียงออกแรง)
เซนเซอร์
*หัวเราะเบาๆ*... อยู่นี่เอง
พุ่งตัว
ให้ไวเลย
หีบเสบียง - 1
ชอบอะไรแบบนี้ไหม
หีบเสบียง - 2
เอ้ย... ดูนั่น ของแวววาว
หีบเสบียง - 3
ดีใจด้วยนะที่เป็นประโยชน์กับคุณ