ข้อมูล
Ciaccona
Ciaccona VA
ชาวจีน: Ye Zhiqiu
ญี่ปุ่น: Hasegawa Ikumi
เกาหลี: Kim Ye Rim
ภาษาอังกฤษ: Rebecca Hanssen
Ciaccona รายงานการสอบ Forte
พลังกำทอน
ท่วงทำนองที่ถักทอ
รายงานการประเมินเสียงสะท้อน
เนื้อหาจากสมุดบันทึกของ Veron Toccata หัวหน้าตระกูล Toccata
ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ลูกของฉันได้รับเป็นพรหรือคำสาป
ลูกของฉันเรียนรู้วิธีเล่นเครื่องดนตรีมากมายได้อย่างง่ายดาย เธอบอกฉันว่าท่วงทำนองในโน้ตเพลงไม่ได้ปรากฏเป็นเพียงตัวโน้ตสำหรับเธอ แต่แสดงเป็นฉากหลายฉาก เรื่องราวของเครื่องดนตรีและผู้เล่นมัน... เธอจับมือฉันและแบ่งปันมุมมองที่เธอเห็น และนั่นคือตอนที่ฉันค้นพบว่า Ciaccona สามารถสร้างองค์ประกอบของโลกผ่านท่วงทำนอง กลายเป็นมิติของเธอเอง
ตราบใดที่เธอสามารถสัมผัสท่วงทำนองเหล่านี้ได้ Ciaccona ก็สามารถเปลี่ยนบทกวีและดนตรีของเธอให้เป็นทุกสิ่งอย่างได้ เด็กคนนั้นเองก็มีความอยากรู้เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง และง่ายที่จะเห็นใจเรื่องราวหรือการประสบพบเจอของผู้อื่น ฉันกลัวว่าความสามารถนี้อาจจะนำพาความโชคร้ายมาสู่เธอ ฉันกลัวว่าเธออาจจะได้ยินเศษเสี้ยวความถี่ จากที่มืดมิดนั้น
รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก
เนื้อหาจากสมุดบันทึกของ Veron Toccata หัวหน้าตระกูล Toccata
สุดท้ายภาคีก็รับรู้ถึงความสามารถของ Ciaccona และภาคีก็มองว่าเธอคือนักร้องประสานเสียงที่เฉิดฉายที่สุดของตระกูล Toccata พวกเขาตรวจสอบพลังเรโซแนนซ์ของเธอตามกระบวนการ และผลลัพธ์เป็นดังนี้:
กราฟคลื่นของสมาชิกคนนี้แสดงให้เห็นความแปรปรวนเป็นรูปวงรี โดยมีรูปแบบขอบเขตเวลาเป็นปกติ และสังเกตไม่พบสัญญาณของความแปรปรวนที่ผิดปกติ ผลการทดสอบประเมินว่าอยู่ในเฟสที่ปกติ
ค่าวิกฤตเรโซแนนซ์: สูง สมาชิกคนนี้มีความเสถียรสูงและมีความเสี่ยงต่อโอเวอร์คล็อก น้อยมาก
บันทึกระบุว่าไม่มีประวัติการโอเวอร์คล็อก
ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องเข้ารับการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา
ข้อมูลทั้งหมดดูปกติ อาจจะเป็นเพราะเธอมองท่วงทำนองว่าเต็มไปด้วยความวิเศษและความหวัง เมื่อเธอโตเป็นผู้ใหญ่ ฉันก็หวังให้เธอมีความสุขเช่นนี้ตลอดไป... แต่ฉันรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ทันทีที่เธอได้รับกุญแจดอกนั้น
Ciaccona รายการหวงแหน
ขนนกแห่งบทกวี
ปากกาขนนกที่ทำขึ้นอย่างประณีตจนเห็นได้จากขนของมัน ในมือของกวี มันสามารถสร้างแรงบันดาลใจไม่รู้จบ สามารถเล่าเรื่องราวสนุกสนานจากโรงเตี๊ยมเกี่ยวกับแผ่นน้ำแข็งพันปี ซากปรักหักพังใหญ่ของเมืองใต้ดิน และป่ามหัศจรรย์
คราวนี้ตำนานของผู้กล้าจะเกิดขึ้นที่ไหนกัน?
เครื่องบรรเลงขนาดจิ๋ว
เครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ Ciaccona ซื้อจากตลาด มีคนบอกเธอว่ามันคือเครื่องดนตรีขนาดจิ๋วที่ทำให้เกิดเสียงได้
เธอมักพูดว่าสภาพจิตใจของผู้แสดงนั้นเชื่อมโยงกับดนตรีอย่างลึกซึ้ง และเครื่องดนตรีไม่ได้ถูกนิยามด้วยราคา แม้จะมีขนาดเล็กก็ตาม...
ฝูงชนต่างเฝ้ารอด้วยความตื่นเต้น เพื่อให้เด็กสาวคนนี้บรรเลงเสียงที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้
สิ่งรำลึกทางดนตรี
กล่องดนตรีที่ทำขึ้นอย่างประณีตที่พ่อค้าคนหนึ่งมอบให้ Ciaccona หลังได้ฟังการเล่นของเธอ แค่หมุนด้ามจับเบาๆ ก็สามารถเล่นทำนองของ Ciaccona ซ้ำได้ ทำให้เธอตระหนักว่าดนตรีสามารถคงอยู่ตลอดกาลในอีกรูปแบบหนึ่ง
Ciaccona เรื่องราว
ดนตรีและโลก
เด็กหญิงตัวน้อยชอบมองขึ้นท้องฟ้าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นฟ้าสดใสตอนกลางวันหรือฟ้าสีครามระยิบระยับตอนกลางคืน เธอเคยนึกสงสัยกับตัวเองว่าทำไม แต่ก็ไม่รู้ว่าคำใดจะอธิบายความรู้สึกนั้นได้ เธอแค่รู้ว่าตัวเองมีความรู้สึกทึ่งต่อสิ่งลึกลับอันยิ่งใหญ่และปริศนาที่อยู่เบื้องหลัง... ท้ายที่สุดเธอก็เลิกสงสัย เพราะค้นพบว่าการจ้องมองท้องฟ้าเป็นความงามที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้
พอค้นพบเช่นนี้ เธอจึงเริ่มมองขึ้นฟ้าในขณะอ่านหนังสือ ขณะนอนหลับ และกระทั่งขณะเดิน...
"เฮ้ เฮ้ มองข้างหน้า คุณ Ciaccona ทำไมเอาแต่จ้องเพดานอยู่ล่ะ? ดูทางบ้างสิ!" หลังจากเดินแล้วหัวชนอย่างแรง Ciaccona ในวัยเด็กก็ตัดสินใจว่าไม่ควรมองฟ้ามากเกินไป... อย่างน้อยก็ระหว่างที่เดิน ทว่าครั้งต่อไปที่เธอแหงนมอง เธอก็ได้เห็นสิ่งที่กลายเป็นความหลงใหลไปตลอดชีวิต
มันเป็นบ่ายวันธรรมดาวันหนึ่งเมื่อ Ciaccona ผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ วัตถุที่ซ่อนอยู่บนตู้คือสิ่งแรกที่เธอสังเกตหลังมองขึ้นไป เธอค่อยๆ เอามันลงมา มันคือไวโอลินนั่นเอง และนี่คือครั้งแรกของเธอที่ได้เห็นเครื่องดนตรี พอลองนึกภาพที่พ่อของเธอเคยเล่น เธอจึงตัดสินใจลองเล่นดู
"ครืด..."
เป็นเสียงที่ฟังดูแย่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่เธอรู้สึกถึงความประหลาดใจ เหมือนกำลังจมลงไปยังก้นทะเล เสียงทั้งหมดยกเว้นไวโอลินเริ่มเลือนหาย แสงและเงาของพระอาทิตย์ตกเริ่มพร่ามัว ดั่งโลกตรงหน้าปิดม่านลง และเมื่อเปิดออกอีกครั้ง โลกใหม่ก็ปรากฏตรงหน้าเธอ บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยโน้ตดนตรีที่ลอยละลิ่ว และที่อยู่ไกลๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นดนตรีอยู่
"สะ...สวัสดี?"
ไม่มีใครตอบเด็กหญิงคนนี้ เธอเดินเข้าไปใกล้ และแม้จะเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ไม่ชัดเจน แต่เธอกลับได้ยินทำนองที่คุ้นเคย
"นี่คือเพลงที่พ่อเล่นบ่อย ประพันธ์โดยตระกูลของเรา" Ciaccona ตัวน้อยจำที่มาของเพลงได้
คนกลุ่มนั้นดูเหมือนไม่รู้สึกถึงตัวตนของเธอขณะเล่นเพลง แล้วบรรเลงทำนองอยู่รอบตัวเด็กหญิงที่ฟังดูเหมือนเสียงร้องของทารกแรกเกิด รวมทั้งเสียงของความสุขและโศกนาฏกรรมของชีวิต...
"ตุบ" เพลงหยุดลงกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู หลังจากเห็นไวโอลินในมือ Ciaccona พ่อของเธอก็ลูบหัวเธอเบาๆ พร้อมกับแววตาที่เหมือนยอมแพ้ก่อนเก็บมันเข้าที่
"พ่อจะสอนลูกเล่นเมื่อโตขึ้นอีกหน่อยนะ" เขาพูด พร้อมจับมือ Ciaccona และพาเธอออกจากห้อง ก่อนที่ประตูจะปิด Ciaccona ก็หันกลับไปโบกมือบ๊ายบายไวโอลิน
ตั้งแต่วันนั้น Ciaccona ก็เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับดนตรี ยิ่งรู้มากขึ้น เธอก็ยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่สัมผัสเครื่องดนตรี
เธอไม่เคยบอกใครเลยว่าเห็นอะไรในวันนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไป Ciaccona จึงได้รู้ว่านั่นเป็นเพราะพลังเรโซแนนซ์ของเธอ ที่เป็นพลังในการสร้างอดีตผ่านท่วงทำนอง
ผู้คนจากยุคต่างๆ มารวมตัวกันเพราะดนตรีและบทกวี นี่คือปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เด็กหญิงคนนี้เคยจินตนาการไว้
พอค้นพบเช่นนี้ เธอจึงเริ่มมองขึ้นฟ้าในขณะอ่านหนังสือ ขณะนอนหลับ และกระทั่งขณะเดิน...
"เฮ้ เฮ้ มองข้างหน้า คุณ Ciaccona ทำไมเอาแต่จ้องเพดานอยู่ล่ะ? ดูทางบ้างสิ!" หลังจากเดินแล้วหัวชนอย่างแรง Ciaccona ในวัยเด็กก็ตัดสินใจว่าไม่ควรมองฟ้ามากเกินไป... อย่างน้อยก็ระหว่างที่เดิน ทว่าครั้งต่อไปที่เธอแหงนมอง เธอก็ได้เห็นสิ่งที่กลายเป็นความหลงใหลไปตลอดชีวิต
มันเป็นบ่ายวันธรรมดาวันหนึ่งเมื่อ Ciaccona ผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ วัตถุที่ซ่อนอยู่บนตู้คือสิ่งแรกที่เธอสังเกตหลังมองขึ้นไป เธอค่อยๆ เอามันลงมา มันคือไวโอลินนั่นเอง และนี่คือครั้งแรกของเธอที่ได้เห็นเครื่องดนตรี พอลองนึกภาพที่พ่อของเธอเคยเล่น เธอจึงตัดสินใจลองเล่นดู
"ครืด..."
เป็นเสียงที่ฟังดูแย่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่เธอรู้สึกถึงความประหลาดใจ เหมือนกำลังจมลงไปยังก้นทะเล เสียงทั้งหมดยกเว้นไวโอลินเริ่มเลือนหาย แสงและเงาของพระอาทิตย์ตกเริ่มพร่ามัว ดั่งโลกตรงหน้าปิดม่านลง และเมื่อเปิดออกอีกครั้ง โลกใหม่ก็ปรากฏตรงหน้าเธอ บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยโน้ตดนตรีที่ลอยละลิ่ว และที่อยู่ไกลๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นดนตรีอยู่
"สะ...สวัสดี?"
ไม่มีใครตอบเด็กหญิงคนนี้ เธอเดินเข้าไปใกล้ และแม้จะเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ไม่ชัดเจน แต่เธอกลับได้ยินทำนองที่คุ้นเคย
"นี่คือเพลงที่พ่อเล่นบ่อย ประพันธ์โดยตระกูลของเรา" Ciaccona ตัวน้อยจำที่มาของเพลงได้
คนกลุ่มนั้นดูเหมือนไม่รู้สึกถึงตัวตนของเธอขณะเล่นเพลง แล้วบรรเลงทำนองอยู่รอบตัวเด็กหญิงที่ฟังดูเหมือนเสียงร้องของทารกแรกเกิด รวมทั้งเสียงของความสุขและโศกนาฏกรรมของชีวิต...
"ตุบ" เพลงหยุดลงกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู หลังจากเห็นไวโอลินในมือ Ciaccona พ่อของเธอก็ลูบหัวเธอเบาๆ พร้อมกับแววตาที่เหมือนยอมแพ้ก่อนเก็บมันเข้าที่
"พ่อจะสอนลูกเล่นเมื่อโตขึ้นอีกหน่อยนะ" เขาพูด พร้อมจับมือ Ciaccona และพาเธอออกจากห้อง ก่อนที่ประตูจะปิด Ciaccona ก็หันกลับไปโบกมือบ๊ายบายไวโอลิน
ตั้งแต่วันนั้น Ciaccona ก็เริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับดนตรี ยิ่งรู้มากขึ้น เธอก็ยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่สัมผัสเครื่องดนตรี
เธอไม่เคยบอกใครเลยว่าเห็นอะไรในวันนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไป Ciaccona จึงได้รู้ว่านั่นเป็นเพราะพลังเรโซแนนซ์ของเธอ ที่เป็นพลังในการสร้างอดีตผ่านท่วงทำนอง
ผู้คนจากยุคต่างๆ มารวมตัวกันเพราะดนตรีและบทกวี นี่คือปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เด็กหญิงคนนี้เคยจินตนาการไว้
บทกวีและโลก
สาวน้อยเอนตัวลงบนโต๊ะพร้อมกับปากกาขนนกในมือ ปล่อยกายรู้สึกถึงความเย็นของโลหะที่ปลายนิ้วขณะที่ความคิดเหี่ยวเฉาไปในทะเลทรายแห่งแรงบันดาลใจอันแห้งแล้ง
นอกหน้าต่างเต็มไปด้วยด้วยฝูงชน นก สายลม และนักบวช กำลังอธิษฐาน... ในสายตาของ Ciaccona ฉากทัศน์เหล่านั้นสามารถแปลงเป็นคำศัพท์และวรรคตอนได้ แต่พวกมันไม่ยอมรวมกันเป็นประโยค คำเหล่านั้นช่างกลวงโบ๋ไร้ชีวิตชีวาเมื่อเรียบเรียงไว้ข้างกัน มันช่าง... ห่างไกลจากการเป็นบทกวีนัก
"ท่านหญิง Ciaccona ขอรบกวนคุณสักครู่ได้ไหมคะ?" สาวใช้เคาะประตูและเข้ามาหลังจากหญิงสาวพยักหน้าให้
"คือฉันกำลังคิดว่าจะขอความช่วยเหลือจากคุณได้ไหมน่ะค่ะ ฉันเห็นคุณใช้คำพูดเก่ง เลยอยากจะขอให้คุณช่วยเขียนจดหมายถึงครอบครัวให้หน่อยได้ไหมคะ?"
Ciaccona โบกมือให้สาวใช้นั่งลงและเริ่มเขียนลงบนกระดาษเปล่า "ถึง..."
เมื่อสาวใช้ได้รับจดหมายจากที่บ้านตอบกลับมา เธอก็นำมันไปอ่านกับ Ciaccona ทั้งคู่เริ่มเขียนฉบับที่สองด้วยกัน...
ถ้อยคำที่เขียนลงไปคือเรื่องราวชีวิตและความคิดของสาวใช้จากใจจริง Ciaccona ยิ้มไปกับความสุขใจของสาวใช้และร้องไห้ไปกับความเศร้าโศกของเธอ
ความสามารถอันยอดเยี่ยมของ Ciaccona เริ่มเป็นที่เล่ากันปากต่อปาก และจากนั้นก็เริ่มมีคนมาขอให้เธอเขียนจดหมายให้มากขึ้น เธอจึงเริ่มเข้าใจเจตนาของแต่ละคนอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ถ้อยคำที่เธอบรรจงเขียนจะเต็มไปด้วยกลิ่นไอทะเลสำหรับคนที่อยากเขียนไปถึงกะลาสีในทะเล และจะอบอวลไปด้วยกลิ่นข้าวสาลีสำหรับลูกที่อยากเขียนไปถึงพ่อที่ทำงานในทุ่งข้าวสาลี แน่นอนว่าเธอเก็บเรื่องราวของทุกคนไว้เป็นความลับ
พอรู้ตัวอีกที เธอก็พบว่าถ้อยคำที่เธอบรรจงเขียนในจดหมายฟังดูเป็นบทกวีที่มีจิตวิญญาณขึ้นแล้ว
เธอหยิบปากกาขนนกขึ้นมาและมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง แต่ฉากทัศน์เหล่านั้นก็ยังดื้อดึงไม่เปลี่ยนแปลง และหน้ากระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าเธอก็ยังคงว่างเปล่า พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ดูเหมือนมีใครสักคนมาขอให้เขียนจดหมายให้อีกแล้ว แต่ขณะที่หญิงสาวลุกไปเปิดประตู เสียงของแขกที่มาเยือนก็ดังปะปนขึ้นมาพร้อมกับเสียงพื้นลั่นดังเอี๊ยด และจังหวะนั้นเอง เธอก็เข้าใจสิ่งที่รั้งเธอไว้มานานแสนนาน หากจะเขียนออกมาได้ เธอต้องรับฟังให้ได้เสียก่อน
"มาแล้วค่ะ! วันนี้อยากให้ฉันเขียนถึงใครดีล่ะ?"
Ciaccona รีดรอยยับบนกระดาษให้เรียบขณะที่ลมพัดพาเสียงคำอธิษฐานจากมหาวิหารแห่งเมอร์คิวรี เข้ามาในห้อง เธอยังคงประทับใจกับความสุขและความเศร้าจากเรื่องราวนับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันก็ค้นหาความโรแมนติกและจิตวิญญาณภายในบทกวีแห่งเรื่องราวเหล่านั้น
นอกหน้าต่างเต็มไปด้วยด้วยฝูงชน นก สายลม และ
"ท่านหญิง Ciaccona ขอรบกวนคุณสักครู่ได้ไหมคะ?" สาวใช้เคาะประตูและเข้ามาหลังจากหญิงสาวพยักหน้าให้
"คือฉันกำลังคิดว่าจะขอความช่วยเหลือจากคุณได้ไหมน่ะค่ะ ฉันเห็นคุณใช้คำพูดเก่ง เลยอยากจะขอให้คุณช่วยเขียนจดหมายถึงครอบครัวให้หน่อยได้ไหมคะ?"
Ciaccona โบกมือให้สาวใช้นั่งลงและเริ่มเขียนลงบนกระดาษเปล่า "ถึง..."
เมื่อสาวใช้ได้รับจดหมายจากที่บ้านตอบกลับมา เธอก็นำมันไปอ่านกับ Ciaccona ทั้งคู่เริ่มเขียนฉบับที่สองด้วยกัน...
ถ้อยคำที่เขียนลงไปคือเรื่องราวชีวิตและความคิดของสาวใช้จากใจจริง Ciaccona ยิ้มไปกับความสุขใจของสาวใช้และร้องไห้ไปกับความเศร้าโศกของเธอ
ความสามารถอันยอดเยี่ยมของ Ciaccona เริ่มเป็นที่เล่ากันปากต่อปาก และจากนั้นก็เริ่มมีคนมาขอให้เธอเขียนจดหมายให้มากขึ้น เธอจึงเริ่มเข้าใจเจตนาของแต่ละคนอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ถ้อยคำที่เธอบรรจงเขียนจะเต็มไปด้วยกลิ่นไอทะเลสำหรับคนที่อยากเขียนไปถึงกะลาสีในทะเล และจะอบอวลไปด้วยกลิ่นข้าวสาลีสำหรับลูกที่อยากเขียนไปถึงพ่อที่ทำงานในทุ่งข้าวสาลี แน่นอนว่าเธอเก็บเรื่องราวของทุกคนไว้เป็นความลับ
พอรู้ตัวอีกที เธอก็พบว่าถ้อยคำที่เธอบรรจงเขียนในจดหมายฟังดูเป็นบทกวีที่มีจิตวิญญาณขึ้นแล้ว
เธอหยิบปากกาขนนกขึ้นมาและมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง แต่ฉากทัศน์เหล่านั้นก็ยังดื้อดึงไม่เปลี่ยนแปลง และหน้ากระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าเธอก็ยังคงว่างเปล่า พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ดูเหมือนมีใครสักคนมาขอให้เขียนจดหมายให้อีกแล้ว แต่ขณะที่หญิงสาวลุกไปเปิดประตู เสียงของแขกที่มาเยือนก็ดังปะปนขึ้นมาพร้อมกับเสียงพื้นลั่นดังเอี๊ยด และจังหวะนั้นเอง เธอก็เข้าใจสิ่งที่รั้งเธอไว้มานานแสนนาน หากจะเขียนออกมาได้ เธอต้องรับฟังให้ได้เสียก่อน
"มาแล้วค่ะ! วันนี้อยากให้ฉันเขียนถึงใครดีล่ะ?"
Ciaccona รีดรอยยับบนกระดาษให้เรียบขณะที่ลมพัดพาเสียงคำอธิษฐานจาก
โชคชะตาและประตู
หญิงสาวยืนอย่างกระวนกระวายใจอยู่หน้าประตู ถึงกระนั้น เธอก็ยังยืนเขย่งเท้าและเลื่อนกุญแจเข้าไปในล็อก
เมื่อคุณพ่อของเธอและคนอื่นๆ ในครอบครัวยุ่งอยู่กับการซ้อมคณะประสานเสียง ไม่มีใครอยู่รอบข้างคอยจับตาดูเธอ Ciaccona จึงรู้ว่านี่คือโอกาสเดียวของเธอที่จะเปิดประตูบานนี้
ประตูค่อยๆ เปิดออกมา เผยเพียงแต่ความมืดที่อยู่ด้านใน Ciaccona พิงกำแพงและคลำหาทางไปที่สวิตช์ไฟ
พ่อของเธอสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าห้องนี้ เขาบอกเธอว่าเป็นห้องหนังสือเก่าที่เขาเลิกใช้แล้วและไม่มีเวลามาทำความสะอาด ทั้งยังเตือนว่าพื้นกระดานผุมากจนอาจพังลงไปได้ แต่คำพูดเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะยับยั้งความอยากรู้อยากเห็นของ Ciaccona อย่างที่บทกวีในหนังสือที่เธอเคยอ่านว่าไว้ "อย่ายินยอมพร้อมลาลับเมื่ออับแสง จงฝืนแรงแข็งขืนในคืนหาญ..."
เมื่อไฟเปิดขึ้นส่องสว่างไปทั่วห้อง Ciaccona ก็รู้ได้ทันทีว่าพ่อของเธอโกหก ถึงจะเป็นห้องหนังสือจริงๆ แต่กลับเก็บกวาดเป็นระเบียบไร้ที่ติ
ชั้นหนังสือเรียงรายตามผนัง เครื่องดนตรีต่างๆ วางอยู่ตามมุม ดั่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กหญิงผู้หลงรักบทกวีและเสียงดนตรี
เธอแตะเครื่องดนตรีเบาๆ เหมือนปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน จากนั้นเธอก็เริ่มร้องเพลงและกระโดดไปมา... จนกระทั่งเธอไปชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ ทำเอาหนังสือเล่มหนึ่งหล่นลงมาแทบเท้า Ciaccona หยิบขึ้นเปิดอ่านหน้าแรก
"กวีนิพนธ์นี้มาจาก"บทเพลงทองคำ" ขอให้บทกวีเหล่านี้นำความหวังแม้ริบหรี่มาสู่ผู้พลัดหลงจากเส้นทางแห่งโชคชะตา..."
Ciaccona ท่องคำนำซ้ำด้วยความหลงใหลในถ้อยคำ เธอนั่งเงียบๆ พลิกอ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่า และในขณะที่เธอพลิกหน้ากระดาษ โชคชะตาของเธอเองก็เริ่มพลิกผันเช่นกัน...
เมื่อคุณพ่อของเธอและคนอื่นๆ ในครอบครัวยุ่งอยู่กับการซ้อมคณะประสานเสียง ไม่มีใครอยู่รอบข้างคอยจับตาดูเธอ Ciaccona จึงรู้ว่านี่คือโอกาสเดียวของเธอที่จะเปิดประตูบานนี้
ประตูค่อยๆ เปิดออกมา เผยเพียงแต่ความมืดที่อยู่ด้านใน Ciaccona พิงกำแพงและคลำหาทางไปที่สวิตช์ไฟ
พ่อของเธอสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าห้องนี้ เขาบอกเธอว่าเป็นห้องหนังสือเก่าที่เขาเลิกใช้แล้วและไม่มีเวลามาทำความสะอาด ทั้งยังเตือนว่าพื้นกระดานผุมากจนอาจพังลงไปได้ แต่คำพูดเหล่านี้ไม่เพียงพอที่จะยับยั้งความอยากรู้อยากเห็นของ Ciaccona อย่างที่บทกวีในหนังสือที่เธอเคยอ่านว่าไว้ "อย่ายินยอมพร้อมลาลับเมื่ออับแสง จงฝืนแรงแข็งขืนในคืนหาญ..."
เมื่อไฟเปิดขึ้นส่องสว่างไปทั่วห้อง Ciaccona ก็รู้ได้ทันทีว่าพ่อของเธอโกหก ถึงจะเป็นห้องหนังสือจริงๆ แต่กลับเก็บกวาดเป็นระเบียบไร้ที่ติ
ชั้นหนังสือเรียงรายตามผนัง เครื่องดนตรีต่างๆ วางอยู่ตามมุม ดั่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กหญิงผู้หลงรักบทกวีและเสียงดนตรี
เธอแตะเครื่องดนตรีเบาๆ เหมือนปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน จากนั้นเธอก็เริ่มร้องเพลงและกระโดดไปมา... จนกระทั่งเธอไปชนเข้ากับชั้นวางหนังสือ ทำเอาหนังสือเล่มหนึ่งหล่นลงมาแทบเท้า Ciaccona หยิบขึ้นเปิดอ่านหน้าแรก
"กวีนิพนธ์นี้มาจาก
Ciaccona ท่องคำนำซ้ำด้วยความหลงใหลในถ้อยคำ เธอนั่งเงียบๆ พลิกอ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่า และในขณะที่เธอพลิกหน้ากระดาษ โชคชะตาของเธอเองก็เริ่มพลิกผันเช่นกัน...
เพื่อเรื่องราว เธอจักขับขาน
"อัศวินผู้สวมชุดเกราะยับเยินจากการต่อสู้เดินโซเซไปยังบ้านเกิดของเขา ทิ้งรอยเท้าแห่งความมุ่งมั่นไว้เบื้องหลังทีละก้าวตามเส้นทางที่เทพเจ้าลิขิตไว้ โชคชะตาคือสิ่งใด? อัศวินมิอาจรู้ แต่หากในตอนนี้เทพเจ้าจะประทานพรให้สักข้อ เขาก็มีคำอธิษฐานเพียงข้อเดียวที่ปรารถนา นั่นก็คือการได้กลับบ้านเยี่ยงวีรบุรุษ และใช้ชีวิตเรียบง่ายที่เขาเคยรู้จัก..."
คำบรรยายของ Ciaccona จบลงเมื่อเสียงเพลงจางหายไป เสียงปรบมือดังขึ้นรอบตัวเธอราวกับประกายไฟที่ปะทุจากกองไฟ
"พี่ Ciaccona พรุ่งนี้พี่จะไปไหนอีกไหม?" เด็กๆ มารวมตัวกันรอบๆ เธอและรบเร้าจะฟังเรื่องราวอื่นอีก
Ciaccona ได้เติบโตขึ้นมาเป็นกวีพเนจร หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งบทกวีและดนตรีในทุกที่ที่การเดินทางของเธอนำพาเธอไป
สายลมโชยพัดพาคนเลี้ยงแกะกลับบ้านที่จากมา เมฆบนฟ้าพาความคิดล่องลอยทั่วแดนไกล ฝนโปรยปรายพรางน้ำตาที่แอบซ่อน เฝ้าเว้าวอนรอคอยรุ่งอรุณที่ฝันไว้
อัศวินผู้กล้าหาญเสมอมาตรงไปที่ริมแม่น้ำ ขนมปังก้อนแบกรับน้ำหนักแห่งความโศกเศร้าอันเงียบงันของครอบครัวในยามต้องพรากจากกัน
นกบนท้องฟ้าคือจิตวิญญาณของรินาซิตา ที่มุ่งมั่น สยายปีกออกอย่างกล้าหาญแม้ในยามฝ่าพายุ
แม้ Ciaccona จะขับลำนำเรื่องราวมามากมาย แต่เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องราวของเธอเองเลยสักครั้ง เมื่อมีใครถามถึงอดีตของเธอและเหตุผลที่เธอมาเป็นกวีขับลำ เธอก็จะยิ้มและตอบว่า "อดีตควรเป็นเรื่องราวของอดีต" ทุกครั้งไป
เมื่อถึงเวลาที่ Ciaccona จะต้องเปิดเผยอดีตของเธอในที่สุด เรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชื่อครอบครัวของเธออาจกลายเป็นบทที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิต
คำบรรยายของ Ciaccona จบลงเมื่อเสียงเพลงจางหายไป เสียงปรบมือดังขึ้นรอบตัวเธอราวกับประกายไฟที่ปะทุจากกองไฟ
"พี่ Ciaccona พรุ่งนี้พี่จะไปไหนอีกไหม?" เด็กๆ มารวมตัวกันรอบๆ เธอและรบเร้าจะฟังเรื่องราวอื่นอีก
Ciaccona ได้เติบโตขึ้นมาเป็นกวีพเนจร หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งบทกวีและดนตรีในทุกที่ที่การเดินทางของเธอนำพาเธอไป
สายลมโชยพัดพาคนเลี้ยงแกะกลับบ้านที่จากมา เมฆบนฟ้าพาความคิดล่องลอยทั่วแดนไกล ฝนโปรยปรายพรางน้ำตาที่แอบซ่อน เฝ้าเว้าวอนรอคอยรุ่งอรุณที่ฝันไว้
อัศวินผู้กล้าหาญเสมอมาตรงไปที่ริมแม่น้ำ ขนมปังก้อนแบกรับน้ำหนักแห่งความโศกเศร้าอันเงียบงันของครอบครัวในยามต้องพรากจากกัน
นกบนท้องฟ้าคือจิตวิญญาณของ
แม้ Ciaccona จะขับลำนำเรื่องราวมามากมาย แต่เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องราวของเธอเองเลยสักครั้ง เมื่อมีใครถามถึงอดีตของเธอและเหตุผลที่เธอมาเป็นกวีขับลำ เธอก็จะยิ้มและตอบว่า "อดีตควรเป็นเรื่องราวของอดีต" ทุกครั้งไป
เมื่อถึงเวลาที่ Ciaccona จะต้องเปิดเผยอดีตของเธอในที่สุด เรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชื่อครอบครัวของเธออาจกลายเป็นบทที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิต
เพื่อตัวเอง เธอจักขับขาน
"แท้จริงแล้วดนตรีไม่มีอารมณ์ในตัวเอง แต่หัวใจต่างหากที่มอบความหมายให้มัน ดังนั้น ผู้ฟังที่รัก บอกฉันทีว่าบทเพลงของฉันทำให้คุณรู้สึกยังไง"
ในเมืองเอ็กลา ผู้คนนับไม่ถ้วนอาจพบและจากกันในทุกช่วงเวลาที่ผ่านไป ในฐานะกวีพเนจร Ciaccona มักจะเป็นผู้สังเกตเรื่องราวต่างๆ อยู่เสมอ ทั้งได้เห็นจุดเริ่มต้น ความเป็นไป และจุดจบ...
จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง เมื่อเธอมองเห็นคนต่างแดนอยู่ไกลๆ ในแสงยามเช้า เธอก็รู้ทันทีว่าทำนองเพลงใหม่กำลังจะบรรเลงขึ้น
นั่นเป็นการสนทนาครั้งแรกของ Ciaccona กับคุณ แต่สำหรับเธอแล้ว นี่อาจไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณทั้งสองได้พบกัน
ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยดอกไม้ไฟ เธอได้เห็นคนต่างแดนสวมหน้ากากอ้างสิทธิ์เหนือรางวัลลอเรล ตัวตนผู้ส่องแสงเจิดจรัสเหนือดวงดาวและประกายไฟท่ามกลางเสียงเชียร์ของฝูงชน
อะไรคือตัวกำหนดว่าใครคือวีรชนที่ผู้คนยกย่องในตำนาน? ความแข็งแกร่งหรือ? ความกล้าหาญ? ความเมตตา? หรือความยุติธรรม...?
คุณสมบัติเหล่านั้นล้วนมาบรรจบกันที่เงาร่างเปล่งประกายผู้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
"หากมีโอกาส ฉันก็อยากจะเขียนบทกวีให้กับคุณนะ คุณผู้ครองลอเรล"
สายลมโชยอ่อนของที่พำนักลมกระซิบพัดไปอย่างเงียบสงบผ่านกระแสน้ำ ผ่านกังหันลมและปล่องไฟ และผ่านไปทั่วแดนวิเวกห่างไกลจนกระทั่งพัดไปถึงหญิงสาวผมสีแดงมีเขากวาง เธอกำลังเล่นพิณท่ามกลางฝูงนกเริงระบำ และไม่นานสายลมที่พัดเอื่อยก็พัดพาบทเพลงของเธอไปยังสถานที่อันห่างไกล
"ในโลกของเธอนั้น บทกวีและดนตรีต่างก็มีอิทธิพลอย่างเท่าเทียมกัน..."
ขณะที่หญิงสาวมีเขากวางมองดูคุณและ Carlotta ปรากฏกายจากสายลม มีบางอย่างบอกเธอว่าเธออาจถูกพัดพาเข้าสู่เรื่องราวในไม่ช้าเช่นกัน
ผู้เป็นกวีย่อมหลบฉากอยู่ในเงาเพื่อเฝ้าดูตำนานของคนอื่นเสมอ แต่เมื่อก้าวออกจากหน้ากระดาษ Ciaccona ก็พบว่าตัวเองถูกดึงเข้าสู่เรื่องราวไปแล้ว เรื่องราวที่ทั้งน่าตื่นเต้นและแอบซ่อนความน่ากังวล
ครั้งนี้ เพื่อตัวเอง เธอจักขับขาน
ในเมืองเอ็กลา ผู้คนนับไม่ถ้วนอาจพบและจากกันในทุกช่วงเวลาที่ผ่านไป ในฐานะกวีพเนจร Ciaccona มักจะเป็นผู้สังเกตเรื่องราวต่างๆ อยู่เสมอ ทั้งได้เห็นจุดเริ่มต้น ความเป็นไป และจุดจบ...
จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง เมื่อเธอมองเห็นคนต่างแดนอยู่ไกลๆ ในแสงยามเช้า เธอก็รู้ทันทีว่าทำนองเพลงใหม่กำลังจะบรรเลงขึ้น
นั่นเป็นการสนทนาครั้งแรกของ Ciaccona กับคุณ แต่สำหรับเธอแล้ว นี่อาจไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณทั้งสองได้พบกัน
ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยดอกไม้ไฟ เธอได้เห็นคนต่างแดนสวมหน้ากากอ้างสิทธิ์เหนือ
อะไรคือตัวกำหนดว่าใครคือวีรชนที่ผู้คนยกย่องในตำนาน? ความแข็งแกร่งหรือ? ความกล้าหาญ? ความเมตตา? หรือความยุติธรรม...?
คุณสมบัติเหล่านั้นล้วนมาบรรจบกันที่เงาร่างเปล่งประกายผู้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
"หากมีโอกาส ฉันก็อยากจะเขียนบทกวีให้กับคุณนะ คุณผู้ครองลอเรล"
สายลมโชยอ่อนของที่พำนักลมกระซิบพัดไปอย่างเงียบสงบผ่านกระแสน้ำ ผ่านกังหันลมและปล่องไฟ และผ่านไปทั่วแดนวิเวกห่างไกลจนกระทั่งพัดไปถึงหญิงสาวผมสีแดงมีเขากวาง เธอกำลังเล่นพิณท่ามกลางฝูงนกเริงระบำ และไม่นานสายลมที่พัดเอื่อยก็พัดพาบทเพลงของเธอไปยังสถานที่อันห่างไกล
"ในโลกของเธอนั้น บทกวีและดนตรีต่างก็มีอิทธิพลอย่างเท่าเทียมกัน..."
ขณะที่หญิงสาวมีเขากวางมองดูคุณและ Carlotta ปรากฏกายจากสายลม มีบางอย่างบอกเธอว่าเธออาจถูกพัดพาเข้าสู่เรื่องราวในไม่ช้าเช่นกัน
ผู้เป็นกวีย่อมหลบฉากอยู่ในเงาเพื่อเฝ้าดูตำนานของคนอื่นเสมอ แต่เมื่อก้าวออกจากหน้ากระดาษ Ciaccona ก็พบว่าตัวเองถูกดึงเข้าสู่เรื่องราวไปแล้ว เรื่องราวที่ทั้งน่าตื่นเต้นและแอบซ่อนความน่ากังวล
ครั้งนี้ เพื่อตัวเอง เธอจักขับขาน
Ciaccona เส้นเสียง
ความในใจ - 1
คุณคงเหนื่อยล้าจากการเดินทางมานานสินะ เอาล่ะ มานั่งก่อน พักผ่อน แล้วเพลิดเพลินไปกับบทกวีและเสียงเพลงกันดีกว่า วันนี้คุณอยากฟังเรื่องแบบไหนดี? เป็นมหากาพย์วีรบุรุษ หรือเรื่องรื่นเริงของชีวิตในชนบทล่ะ?
ความในใจ - 2
ถึงความเป็นจริงจะไม่มีดาบวิเศษหรือเวทมนตร์โบยบินเหมือนในตำนาน แต่ก็ใช่ว่ามันจะไร้ความหมาย ความดีงามและความงดงามที่ยังอยู่ในเรื่องราวพวกนั้น จะช่วยให้เราหลงรักโลกใบนี้ยิ่งกว่าเดิมนะ
ความในใจ - 3
วิธีหาตัวฉันให้เจอง่ายๆ เหรอ? ขอคิดก่อนนะ... บางทีคุณอาจเจอฉันตามร้านอาหารดึกๆ ตามหัวมุมถนนสักแห่งหนึ่ง หรือบนหลังคา... ฟังดูไม่ค่อยช่วยเลยใช่ไหม ฮ่าๆ เอาเป็นว่า แค่ตามเสียงดนตรีและบทกวีมา แล้วเราก็จะได้พบกันอีก
ความในใจ - 4
คุณสังเกตสินะว่าฉันไม่เคยพูดคำอำลาในบทกวีเลย ก็เพราะสำหรับฉันแล้ว คำอำลาเป็นแค่บทนำของการพบกันใหม่ หากฉันทำให้ตอนจบเต็มไปด้วยความเศร้าชวนหลั่งน้ำตา มันก็คงน่าอึดอัดเวลาเรากลับมาพบกันอีก จริงไหม?
ความในใจ - 5
คนแปลกหน้าล่องเรือจากชายฝั่งแสนห่างไกล และหลังจากการเปิดตัวอย่างอลังการก็ได้มาเป็นรางวัลลอเรล แห่งงานคาร์นิวัล เรื่องราวยิ่งใหญ่ไหม? ฉันจะทำให้ตำนานนี้ถูกเล่าขานไปทุกยุคทุกสมัย ฉันจะให้สายลมพัดพาเรื่องราวข้ามทะเลไร้ขอบเขตของกาลเวลา ให้มันดังก้องตราบชั่วนิรันดร์
งานอดิเรกของ Ciaccona
ฉันชอบดนตรีแบบบรรเลงหลายทำนองพร้อมกันมากๆ ที่เรียกว่า "ชาคอนน์" มันสะท้อนให้เห็นการเดินทางแสนสั้นของชีวิตคน ตั้งแต่เสียงร้องแรกเกิด ยันดราม่าและความสุขของการใช้ชีวิต และจบลงที่ความเศร้าจากความแก่ชราและการสูญเสีย ฉันคิดว่าบทกวีของฉันก็ควรเป็นไปในทางเดียวกัน ความสำเร็จนั้นคู่ควรกับการฉลอง แต่ก็ควรทำให้รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานด้วย เราต้องโอบรับทั้งแสงสว่างและความมืดถึงจะเรียนรู้ที่จะรักโลกใบนี้ได้อย่างแท้จริง
ความกังวลของ Ciaccona
ฉันเคยนอนบน "เตียง" มาทุกรูปแบบระหว่างเดินทาง ทั้งเต็นท์ บ้านต้นไม้ โขดหินบนภูเขา ผ่านมาหมด จะนอนที่ไหนก็ไม่เกี่ยงหรอก แต่สิ่งที่กวนใจที่สุดคือทุกครั้งที่ฉันเปลี่ยนท่านอน เขาของฉันมันเกะกะตลอด เฮ้อ ถ้ามีหมวกคลุมตอนนอนหรือที่ครอบเขาขนาดพอดีคงจะดีไม่น้อยเลยจริงๆ
อาหารที่ชอบ
อาหารอะไรก็อร่อยขึ้นได้เมื่อมีบทกวีและดนตรีคู่กัน มาลองไวน์กับพิซซ่าดูหน่อยไหม เพื่อนเอ๋ย? ถ้าใส่ซอสพิเศษอย่าง "บทกวีและดนตรี" ลงไปนะ พอโน้ตแรกๆ ดังขึ้น คุณก็จะรู้เองว่าถึงเวลากินอย่างเพลิดเพลิน
อาหารที่ไม่ชอบ
ชื่ออาหารบางทีก็หลอกเราได้นะ ครั้งหนึ่งฉันเคยเจอพ่อค้าที่สอนทำ "ขนมรสเลิศ" เรียกว่า "แครกเกอร์กวาง" มันเป็นบิสกิตอย่างหนึ่งที่อบจากเกล็ดขนมปังกับแป้ง ชื่อฟังดูน่ารักนะ ฉันเลยคิดว่ามันต้องมีรสชาติที่เป็นธรรมชาติและสดชื่นแน่ๆ แต่พอกัดเข้าไปคือแห้งและจืดสนิทเลย พอพ่อค้าเห็นก็คว้าแครกเกอร์จากมือฉัน แล้วกวางตัวหนึ่งก็โผล่มาจากพุ่มไม้ก่อนจะกินอย่างเอร็ดอร่อยเลย สุดท้ายแล้วชื่อมันก็ตรงตัวจริงๆ "แครกเกอร์กวาง" หรือแครกเกอร์ให้กวางกิน
อุดมคติ
ฉันอยากเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางแบบเด็กๆ แบบบ้าบอ แบบเต็มไปด้วยสีสัน หรือแบบนักพเนจร... อะไรก็ได้ การเดินทางทำให้ฉันเจอผู้คนมากมายและฟังเรื่องราวของพวกเขา เรื่องราวความรักในชีวิต การแชทเรื่อยเปื่อย และความฝันบ้าบิ่นของพวกเขามันเหมือนดอกไม้ไฟที่ระเบิดเป็นสีสันสวยงามและดูน่าตื่นเต้น
พูดคุย - 1
นี่คือเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ฉันเคยมี ถึงมันจะไม่สามารถบรรเลงเหมือนเดิมได้แล้ว แต่ด้วยพลังเรโซแนนซ์ของฉัน ฉันเลยสัมผัสถึงความสุขที่มันเคยมอบให้ได้เป็นครั้งคราว... ที่มีเด็กสาวคนหนึ่ง ยืนอยู่บนเวทีท่ามกลางแสงอาทิตย์ตกยามเย็น บรรเลงเพียงลำพังต่อหน้าผู้ชมในจินตนาการ
พูดคุย - 2
ตอนยังเด็ก พ่ออยากให้ฉันอยู่ห่างจากบทกวีและเสียงดนตรี ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจเลย โดยเฉพาะเมื่อพ่อเองก็เป็นผู้นำคณะนักร้องประสานเสียง แต่พอบทกวีและดนตรีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ฉันก็เริ่มมองเห็นอีกด้านหนึ่ง คือเรื่องเศร้าที่มักถูกมองข้าม เรื่องเศร้าที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งตัวนักดนตรีเอง
เกี่ยวกับ Carlotta
เธอเป็นผู้ซื้อที่ตาถึง และเป็นผู้ขายที่เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะศิลปะยุคใหม่หรือยุคโบราณ Carlotta จะประเมินค่าอย่างยุติธรรมและลึกซึ้งเสมอ เธอสอนฉันว่าความงามของศิลปะนั้นอยู่เหนือกาลเวลา และสุดท้ายศิลปินทุกคนจะเจอผู้เสพผลงานที่เข้าใจวิสัยทัศน์ของพวกเขา
เกี่ยวกับ Phoebe
มีครั้งหนึ่งที่ฉันคิดจะบอกเธอเกี่ยวกับความจริงของภาคี แต่หลังจากที่เห็นความศรัทธาของเธอขณะที่เธอยืนอยู่หน้ารูปปั้นของเซนติเนล เพื่อภาวนาให้ผู้คนของรากูนน่า ฉันก็ละทิ้งความคิดนั้น สำหรับนักบวช ที่จิตใจดีงามอย่างเธอแล้ว ความเป็นจริงอาจจะทำร้ายเธอมากกว่าช่วยเหลือ แบบที่มันทำร้ายฉัน
เกี่ยวกับ Brant
เขาเป็นนักแสดงที่สะกดผู้ชมบนเวทีได้ บางครั้งฉันก็สงสัยเกี่ยวกับชะตากรรมของ Brant เขาจะถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์หลังผจญภัยมานับครั้งไม่ถ้วนหรือเปล่า? หรือเขาจะเกษียณไปแล้วเที่ยวเล่าเรื่องราวตำนานของตัวเองบนเรือสักลำ พลางถือขวด "เครื่องดื่มชูกำลังคณะละคร" ในมือกันแน่นะ?
เกี่ยวกับ Cartethyia
เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นวายร้าย? เรื่องราวของ Cartethyia ยังเหลือปริศนามากมายที่ไม่มีคำตอบ ฉันไม่มีทางบรรเลงเรื่องราวที่ยังไม่สมบูรณ์แน่นอน เพราะเรื่องราวต้องมีบทสรุปที่ถูกต้อง นักกวีถึงจะทำให้มันถูกกล่าวขานในประวัติศาสตร์ได้จริง
คำอวยพรวันเกิด
ในค่ำคืนที่มีหมู่ดาวระยิบระยับเช่นนี้ ฉันขออวยพรจากดวงใจแก่ดวงดาวผู้โชคดีที่ถือกำเนิดในวันนี้ คุณคิดคำอธิษฐานวันเกิดไว้หรือยัง? เดี๋ยวก่อน... อย่าเพิ่งพูดออกมานะ พอคิดออกแล้วให้มานั่งก่อน เพราะเดี๋ยวการแสดงจะเริ่มแล้ว
ขณะยืนรอ - 1
หืมม เหมือนขาดอะไรไป... ใช่แล้ว...
ขณะยืนรอ - 2
ทีนี้ก็พอดีแล้ว
ขณะยืนรอ - 3
(เสียงออกแรง)
คำแนะนำตัว
นักกวีคือผู้ส่งสารแห่งเรื่องราววีรบุรุษ ไม่ต้องการเสียงปรบมือหรือดอกไม้หรอก ฉันก็แค่นักเล่าเรื่องราวคนหนึ่ง ยินดีที่ได้เจอคุณนะ วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ คุณเรียกฉันว่า Ciaccona ก็ได้
ทักทาย
ได้ยินไหม? ดาวระยิบระยับเพิ่งร่วงลงมา!
เข้าร่วมทีม - 1
ไปกันเถอะ! ขอให้บทกวีของฉันนำทางไปบนเส้นทางของคุณ!
เข้าร่วมทีม - 2
บางคนบอกว่าสุดท้ายแล้วนักเล่าเรื่องราวก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเหมือนกัน
เข้าร่วมทีม - 3
แรงบันดาลใจฉันกำลังพรั่งพรู!
เลื่อนขั้น - 1
เห็นแล้วทึ่งใช่ไหมล่ะที่คำพูดกับเสียงดนตรีมันสร้างปาฏิหาริย์ได้ขนาดนี้
เลื่อนขั้น - 2
นี่คือการฝึกเสียงร้องแบบหนึ่ง อยากฝึกกับฉันไหม?
เลื่อนขั้น - 3
ดูสิ แมนโดลินที่ทำจากโถคุกกี้! กับลูกแซ็กที่ทำจากขวดน้ำใส่เม็ดถั่ว! น่าทึ่งเนอะ? เราคือคนนิยามเองว่าเครื่องดนตรีคืออะไร นักแสดงจะไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงเพี้ยนเลยถ้าสิ่งที่ถ่ายทอดมาจากความรู้สึกที่จริงใจ
เลื่อนขั้น - 4
ในโลกอันกว้างใหญ่ เราเดินทางผ่านทุ่งหญ้าและสำรวจซากโบราณใต้ดิน และสุดท้าย เราก็ดันประตูหนักอึ้งของโรงเตี๊ยม วางถุงเหรียญเชลล์ บนโต๊ะ และเริ่มร่ำร้องตำนานของเรา ถ้าถามว่าเรื่องราวพวกนี้แต่งแต้มเกินความจริงไหม... ฮ่า ฉันเชื่อว่าเราควรมองโลกด้วยสายตาสุนทรีย์นะ
เลื่อนขั้น - 5
ถึงเวลาปิดฉากเรื่องราวนี้แล้ว เรื่องราวแห่งการผจญภัยทั้งหมดของเรา และนี่คือชื่อตอนสุดท้าย นั่นคือ "โปรดติดตามต่อไป"
โจมตีปกติ - 1
แต่นแต๊น! เพลงโหมโรงชุดใหญ่
โจมตีปกติ - 2
ได้เวลาฉายเดี่ยว
โจมตีปกติ - 3
จบบริบูรณ์
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
เพลงโหมโรง
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
เสียงประสาน
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
เร็วอีก
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
เริ่มการแสดงได้!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
ฟังสิ สามเสียงแห่งโชคชะตา
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
ขอนำเสนอ บทกวีส่งท้าย
สกิลอินโทร
ขอบคุณที่รับชม
ถูกโจมตี - 1
อุ๊ย โน้ตเพี้ยน
ถูกโจมตี - 2
ต้องเอาจริงแล้ว
บาดเจ็บ - 1
ระดับเสียงลดแล้ว
บาดเจ็บ - 2
เรื่องอัศจรรย์กับเรื่องเศร้ามักมาคู่กัน
บาดเจ็บ - 3
บรรเลงโน้ตสุดท้าย...
หมดสติ - 1
ฉันได้ยินบทเพลงแห่งความเศร้า...
หมดสติ - 2
สักวันจะได้ขับร้องบทกวีอีกครั้ง...
หมดสติ - 3
ท่วงทำนอง... หายไปแล้ว...
อัญเชิญเอคโค่
เป็นคอร์ดที่ไร้ที่ติ
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
ต้องเห็นกับตาตัวเอง
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
กำลังจูนเสียง
เครื่องร่อน
ร่อนไปสบายๆ
เซนเซอร์
เซอร์ไพรส์ชวนยิ้ม
พุ่งตัว
เร่งจังหวะหน่อยนะ
หีบเสบียง - 1
เฮ่อ ดีนะคราวนี้ไม่ใช่ "Chest Mimic" จากในนิทาน
หีบเสบียง - 2
ดูสิ ท่าทางคุณเองก็หาแรงบันดาลใจเก่งเหมือนกัน
หีบเสบียง - 3
โชคชะตากำลังขับขาน