ข้อมูล
Jinhsi
Jinhsi VA
ชาวจีน: Jiang Yue
ญี่ปุ่น: Yoshino Aoyama
เกาหลี: Park Ha Jin
ภาษาอังกฤษ: Anna Devlin
Jinhsi รายงานการสอบ Forte
พลังกำทอน
เหมันต์เปลี่ยนผัน วสันต์หวนคืน
รายงานการประเมินเสียงสะท้อน
พื้นฐานการประเมิน: [Resonance Assessment 2100-G]
ช่วงเวลาที่แน่ชัดของการปลุกพลังของเรโซเนเตอร์ Jinhsi ยังคงไม่ชัดเจน สัญญาณของการปลุกพลังของเธอสำแดงให้เห็นตั้งแต่เธอยังเด็ก ซึ่งทำให้เกิดเรโซแนนซ์อย่างลึกซึ้งกับเซนติเนล "Jué"
สัญลักษณ์ทาเซ็ต ของ Jinhsi นั้นเป็นลักษณะที่โดดเด่นโดยอยู่ที่บริเวณกลางหลังของเธอ เมื่อใช้พลังเรโซแนนซ์ โครงสร้างผลึกที่คล้ายกับเขาของมังกรจะปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเธอ
ด้วยพรสวรรค์เฉพาะตัว Jinhsi สามารถควบคุมแสงเพื่อสร้างภาพโฮโลแกรมที่สะท้อนภาพของเซนติเนล Jué ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังที่เทียบเท่ากับความสามารถของเซนติเนล เอง
ข้อมูลจากการสังเกตชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการเติบโตที่ยอดเยี่ยมของพลังเรโซแนนซ์ของผู้รับการทดสอบ โดยมีข้อมูลบ่งชี้ว่าที่จุดสูงสุดของความสามารถนี้อาจสามารถเปลี่ยนแปลงกาลเวลาได้อย่างน่าทึ่ง
การวิเคราะห์รูปแบบเรโซแนนซ์สเปกตรัมของ Jinhsi อย่างละเอียดเผยให้เห็นความคล้ายคลึงอย่างชัดเจนกับเซนติเนล Jué การทดสอบอย่างเข้มงวดเผยให้เห็นปฏิกิริยาสอดประสานที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ตัวกระตุ้นที่แน่นอนเบื้องหลังการปลุกพลังของ Jinhsi ยังคงเป็นปริศนาเนื่องจากตำแหน่งพิเศษของเซนติเนล
การวิเคราะห์ตัวอย่างทดสอบเผยให้เห็นเส้นโค้งราเบลล์ ที่ไม่บรรจบกัน โดยมีรูปแบบคลื่นเป็นช่วงๆ ที่สังเกตได้ ซึ่งทำให้จัดประเภท Jinhsi เป็นเรโซเนเตอร์โดยกำเนิด
รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก
กราฟคลื่นของเรโซเนเตอร์ Jinhsi แสดงความแปรปรวนเป็นรูปวงรี รูปแบบของขอบเขตเวลามีความเสถียรโดยไม่มีรูปแบบคลื่นที่ผิดปกติ
ค่าวิกฤตเรโซแนนซ์: สูงมาก ความถี่ของเรโซเนเตอร์ Jinhsi แสดงความเสถียรสูง แทบจะแน่นอนว่าเธอไม่มีความเสี่ยงต่อโอเวอร์คล็อก
เรโซเนเตอร์ Jinhsi ไม่มีบันทึกการโอเวอร์คล็อกในอดีต
แนะนำให้มีการตรวจร่างกายเป็นประจำ แต่ขณะนี้ยังถือว่าไม่จำเป็นต้องเข้ารับการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา
Jinhsi รายการหวงแหน
ซาลาเปามังกร
ซาลาเปามังกรหนึ่งจานที่ทำขึ้นโดยฝีมือของ Jinhsi แต่ละลูกมีสีชมพูและโรยด้วยน้ำตาลดอกหอมหมื่นลี้อันเป็นประกาย
ซาลาเปามังกรแต่ละลูกมีไส้ไม่เหมือนกัน ทั้งคัสตาร์ด เม็ดบัวบด หรือถั่วหวานบด...
"แขกผู้มีเกียรติของเราอยู่ข้ามธรณีนี้ไปเอง... ฉันสงสัยจังเลยว่ารสไหนจะตรงใจที่สุด..."
รายการที่ต้องทำ
เกล็ดมังกร
ตอนเด็กๆ Jinhsi ฝันร้ายอยู่บ่อยๆ
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอฝันว่ากำลังจมน้ำ ถูกคลื่นซัด และกำลังจะดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร แต่มีขอนไม้ลอยน้ำมา เธอจึงเกาะไว้และฝ่ากระแสน้ำกลับเข้าฝั่งได้ในที่สุด
เมื่อตื่นขึ้นมา สิ่งที่อยู่ในมือเธอกลับเป็นเกล็ดชิ้นหนึ่งที่เมื่อมองดูใกล้ๆ จะเห็นว่าคล้ายกับเกล็ดบนตัวของเซนติเนล ...
Jinhsi เรื่องราว
เธอผู้เป็นผู้นำ
เมืองเมืองจินโจวตั้งอยู่ที่เขตชายแดน ผู้คนมักนึกภาพเมืองนี้เป็นดินแดนรกร้างและเทือกเขาอันแห้งแล้ง
ดังนั้นเมื่อพ่อค้าคนหนึ่งได้รับมอบหมายให้เดินทางไปยังจินโจว เขาจึงปฏิเสธทันควันว่า "ฉันไม่ค่อยสบาย" แถมยังกล่าวต่อ "ฉันคงตายกลางทางก่อนจะไปถึง" แต่เพื่อนของเขากลับยิ้มตอบ "เดี๋ยวพอได้เห็นกับตาก็จะเข้าใจเอง"
แม้จะลังเล แต่ทั้งสองก็ออกเดินทางไปเมืองจินโจว พวกเขาเดินทางผ่านดินแดนรกร้างว่างเปล่านับไม่ถ้วนและป่าดงดิบมากอันตราย จนในที่สุดก็มาถึงสถานที่งดงามที่ล้อมรอบด้วยภูเขาเขียวขจีและน้ำใสไหลริน
เมื่อผ่านพ้นเส้นทางกลางป่าก็ได้เจอกับประตูเมืองสูงตระหง่าน ทหารรักษาการณ์ต้อนรับพวกเขาอย่างเป็นมิตร และเปิดทางให้เข้าเมืองหลังจากตรวจสอบเอกสารคร่าวๆ
พวกเขาก้าวเข้าสู่เมืองจินโจว มองภาพตรงหน้าที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ภาพที่แตกต่างจากที่คิดโดยสิ้นเชิง เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมที่คึกคัก ไม่มีร่องรอยของความรกร้างหรือความเปล่าเปลี่ยว ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องที่ออกแบบสวยงามและบ่อน้ำเงียบสงบที่เต็มไปด้วยปลาคาร์ปหลากสีสัน พวกเขาเห็นวิวทิวทัศน์ตระการตาที่เทียบเคียงได้กับดินแดนเขียวชอุ่มของภูมิภาคตอนใน ทั้งสองดื่มด่ำกับบรรยากาศชุ่มชื่นชีวิต จิบชากังฟูที่ร้านน้ำชาลิ่วเซี่ยน ลิ้มลองอาหารจานเด็ดที่ร้านอาหารพานฮวา และเพลิดเพลินไปกับละครวีรชนที่โรงละครเมืองจินโจว แต่ละประสบการณ์ช่วยคลายความเหนื่อยล้า แทนที่ด้วยพลังที่เปี่ยมล้นของเมืองจินโจวและการต้อนรับอันอบอุ่นของผู้คน
"ไม่น่าเชื่อเลย! ใครจะไปคิดว่าเมืองแถบชายแดนจะเจริญขนาดนี้ เหมือนโลกในฝันเลย บ้านเมืองสวยงามขนาดนี้คงต้องลงทุนลงแรงกันไปมาก"
"เจ้าเมือง ของเราย้ำถึงคุณค่าของความพยายามเสมอ ไม่ว่าชีวิตจะเป็นยังไง ถ้ามีความมุ่งมั่นตั้งใจและความพยายาม ก็ทำความฝันให้เป็นจริงได้ เพราะอย่างนั้นถึงจะต้องเผชิญกับภูเขาที่แห้งแล้งกับพวกทาเซ็ตดิสคอร์ด แต่เราก็ยังคงสร้างบ้านและดื่มด่ำกับช่วงเวลาดีๆ ก่อนที่ความยากลำบากจะมาเยือน"
"น่าทึ่งจริงๆ ที่ทุกคนร่วมใจกันจนทำสำเร็จได้ คงไม่ง่ายเลยสินะ แต่เพราะช่วยกันคนละไม้คนละมือเลยเป็นไปได้จริง น่าประทับใจมาก"
"อืม จริงๆ ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอก เรามีเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่คอยนำทาง แค่ทำตามที่เธอชี้แนะก็พอ เธอจะคอยดูแลทุกอย่างที่นี่เอง"
"ฟังดูเหมือนเธอเป็นคนฉลาดและเก่งมากเลยนะ คงมีประสบการณ์มานานหลายปีล่ะสิ"
"ไม่เลย เธออายุไม่เยอะ ยังวัยรุ่นอยู่เลย!"
"วัยรุ่นงั้นเหรอ?!"
ดังนั้นเมื่อพ่อค้าคนหนึ่งได้รับมอบหมายให้เดินทางไปยัง
แม้จะลังเล แต่ทั้งสองก็ออกเดินทางไปเมืองจินโจว พวกเขาเดินทางผ่านดินแดนรกร้างว่างเปล่านับไม่ถ้วนและป่าดงดิบมากอันตราย จนในที่สุดก็มาถึงสถานที่งดงามที่ล้อมรอบด้วยภูเขาเขียวขจีและน้ำใสไหลริน
เมื่อผ่านพ้นเส้นทางกลางป่าก็ได้เจอกับประตูเมืองสูงตระหง่าน ทหารรักษาการณ์ต้อนรับพวกเขาอย่างเป็นมิตร และเปิดทางให้เข้าเมืองหลังจากตรวจสอบเอกสารคร่าวๆ
พวกเขาก้าวเข้าสู่เมืองจินโจว มองภาพตรงหน้าที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ภาพที่แตกต่างจากที่คิดโดยสิ้นเชิง เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์รวมกิจกรรมที่คึกคัก ไม่มีร่องรอยของความรกร้างหรือความเปล่าเปลี่ยว ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องที่ออกแบบสวยงามและบ่อน้ำเงียบสงบที่เต็มไปด้วยปลาคาร์ปหลากสีสัน พวกเขาเห็นวิวทิวทัศน์ตระการตาที่เทียบเคียงได้กับดินแดนเขียวชอุ่มของภูมิภาคตอนใน ทั้งสองดื่มด่ำกับบรรยากาศชุ่มชื่นชีวิต จิบชากังฟูที่ร้านน้ำชาลิ่วเซี่ยน ลิ้มลองอาหารจานเด็ดที่ร้านอาหารพานฮวา และเพลิดเพลินไปกับละครวีรชนที่โรงละครเมืองจินโจว แต่ละประสบการณ์ช่วยคลายความเหนื่อยล้า แทนที่ด้วยพลังที่เปี่ยมล้นของเมืองจินโจวและการต้อนรับอันอบอุ่นของผู้คน
"ไม่น่าเชื่อเลย! ใครจะไปคิดว่าเมืองแถบชายแดนจะเจริญขนาดนี้ เหมือนโลกในฝันเลย บ้านเมืองสวยงามขนาดนี้คงต้องลงทุนลงแรงกันไปมาก"
"
"น่าทึ่งจริงๆ ที่ทุกคนร่วมใจกันจนทำสำเร็จได้ คงไม่ง่ายเลยสินะ แต่เพราะช่วยกันคนละไม้คนละมือเลยเป็นไปได้จริง น่าประทับใจมาก"
"อืม จริงๆ ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอก เรามีเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่คอยนำทาง แค่ทำตามที่เธอชี้แนะก็พอ เธอจะคอยดูแลทุกอย่างที่นี่เอง"
"ฟังดูเหมือนเธอเป็นคนฉลาดและเก่งมากเลยนะ คงมีประสบการณ์มานานหลายปีล่ะสิ"
"ไม่เลย เธออายุไม่เยอะ ยังวัยรุ่นอยู่เลย!"
"วัยรุ่นงั้นเหรอ?!"
เธอผู้มีเวทมนตร์บันดาลพร
Jinhsi ได้รับตำแหน่งเจ้าเมือง ตอนอายุยังน้อยและขาดประสบการณ์ ถึงชาวจินโจวจะเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเธอ แต่เธอรู้ว่าผู้คนไม่ได้มอบศรัทธาให้เพียงเพราะตัวเธอเอง หากแต่ยังรวมถึงบทบาทของเธอในฐานะเรโซเนเตอร์ของเซนติเนล ด้วย
แม้จะพบเจอความยากลำบากในช่วงแรกเริ่ม แต่ Jinhsi ผู้แบกรับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะนำพาจินโจว ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เธอยังเข้าใจดีว่าจะสร้างความเชื่อใจได้ต้องอาศัยความพยายามและความทุ่มเท
แม้ผู้คนจะตั้งข้อสงสัยกับเธอ แต่ Jinhsi กลับรู้สึกกังวลใจกับความเหนื่อยล้าที่ปรากฏบนใบหน้าของผู้คนมากกว่า เป็นความเหนื่อยล้าที่เกิดจากความยากลำบากในชีวิตและความสิ้นหวัง
เธอตระหนักได้ว่านอกจากจะต้องจัดการกับปัญหาที่ปรากฏชัดอย่างการขาดแคลนวัตถุดิบและภัยคุกคามจากภายนอกแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงของเธอคือการฟื้นคืนความหวังและความมั่นใจของชาวจินโจวที่เหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิต
ในช่วงเวลานี้ สิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุดคือผู้มอบความหวังที่พึ่งพาได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
ในระหว่างดำเนินงานปรับปรุงโครงสร้าง เจ้าเมืองวัยเยาว์ได้แสดง "ปาฏิหาริย์" ที่รู้จักกันในชื่อ "เซนติเนลประทานพร" หมู่บ้านห่างไกลแห่งนี้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้ายมาหลายปี แม้ว่าทาเซ็ตดิสคอร์ดจะหยุดลงแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังคงต้องทนทุกข์ทรมานกับความหนาวเย็นและความเศร้าโศกอย่างที่สุด
Jinhsi ขอให้ชาวบ้านบอกความปรารถนาของตน ซึ่งในตอนแรกมีแต่ความเงียบงันสะท้อนกลับมา จนกระทั่งมีเสียงจามดังขึ้นทำลายความเงียบ ตามมาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า "หนาวจัง... อยากให้ที่นี่อุ่นขึ้นกว่านี้หน่อย"
Jinhsi ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เธอถือเกล็ดมังกรเอาไว้แล้วหลับตา ก่อนจะพยักหน้า "ฉันจะส่งความปรารถนาของคุณไปถึงเซนติเนล"
ทันทีที่พูดจบ เขามังกรก็งอกออกมาจากหัวของเธอ และแสงสว่างรูปร่างคล้ายเซนติเนลก็ส่องทะลุเมฆดำและหิมะบนพื้นดิน ในชั่วพริบตาน้ำแข็งพลันละลาย ผืนดินกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ฝูงชนผู้ได้เห็นปรากฏการณ์อัศจรรย์โห่ร้องออกมา "เซนติเนล... เซนติเนลปรากฏตัวแล้ว!" ชาวประชาต่างมองดูแสงรูปมังกรด้วยความชื่นชม ในดวงตามีประกายแสงแห่งความหวังอีกครั้ง
ข่าวคราวเรื่องเจ้าเมืองอายุน้อยที่สามารถประทานพรได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในจินโจว การขอพรกลายเป็นธรรมเนียมที่ทำกันแพร่หลาย ผู้คนส่งคำขอพรมาให้เธอ ณ ที่ว่าการเมือง เธอตรวจสอบพรแต่ละข้ออย่างละเอียดถี่ถ้วน และวางแผนดำเนินการที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำให้พรนั้นเป็นจริง
"ถึงท่านเจ้าเมือง ฉันกังวลเกี่ยวกับทาเซ็ตดิสคอร์ด ที่คืบคลานเข้ามาในเมืองของเรา" Taoqi ผู้อำนวยการกองป้องกันกระทรวงการพัฒนา จึงได้รับมอบหมายให้เสริมแนวป้องกันของกำแพงเมือง
"ถึงท่านเจ้าเมือง ฉันขอพรให้พ่อเดินทางกลับมาโดยสวัสดิภาพและขอให้สงครามสิ้นสุดลง" Jinhsi จึงให้ความสำคัญกับการวิจัยอาวุธทาเซไทต์และวิศวกรรมวัสดุ ผลักดันให้คิดค้นอาวุธใหม่ที่ใช้ต่อต้านดิสคอร์ดและให้เพิ่มประสิทธิภาพแนวป้องกันได้รวดเร็วขึ้น
"ถึงท่านเจ้าเมือง เราเจอผู้ถูกเนรเทศหลายคนในเมือง ฉันกลัว" Jinhsi จึงขยายสถานีลาดตระเวน เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน ในเมือง และสั่งการให้มิดไนท์เรนเจอร์ เพิ่มกำลังรักษาการณ์ที่ด้านนอก
ภายในเวลาเพียง 3 ปี กำแพงเมืองได้รับการบูรณะ มีการคิดค้นอาวุธใหม่ และทาเซ็ตดิสคอร์ดถูกขับไล่ออกไป ในที่สุดจินโจวก็ได้พบกับสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนเริ่มตระหนักว่าปรากฏการณ์ "เซนติเนลประทานพร" เป็นเพียงคำโกหกที่หวังดีของเจ้าเมืองอายุน้อยคนนี้
อย่างไรก็ตาม ชาวเมืองยังเห็นถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริงของเธอในการแก้ไขปัญหาและข้อกังวลของชาวประชา อย่างที่เธอได้จัดการให้ตรงจุดอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าใครเสมอมา
แสงไฟในที่ว่าการเมืองไม่เคยดับลงแม้ในวันหยุด Jinhsi ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนถึงเที่ยงคืน คิดหาแผนงานที่ใช้ได้จริงเพื่อตอบสนองความปรารถนาของประชาชน
ในท้ายที่สุด ผู้คนก็เข้าใจว่าเธอมีพลังที่น่าเหลือเชื่อ แม้จะไม่มีเกล็ดมังกร แต่เธอสามารถเรียกแสงสว่างอันเจิดจ้าที่ส่องทะลุผืนน้ำแข็งและนำพาไปสู่ยุคสมัยใหม่ได้
...
ในปัจจุบัน การขอพรได้กลายเป็นเรื่องปกติของชาวจินโจว ราวกับสัญญาใจที่ไม่ต้องเอ่ยปากระหว่างประชาชนกับเจ้าเมืองรุ่นเยาว์
"ถึงท่านเจ้าเมือง ฉันหวังว่าคุณจะมีเวลาพักผ่อนและมาชมการแสดงล่าสุดของเรา" นี่เป็นความปรารถนาสุดท้ายของปีนี้
Jinhsi ยิ้มแล้วปิดแฟ้มในมือ เอนกายพิงหน้าต่างในสำนักงานของเธอ และฟังเสียงร้องอันไพเราะที่ดังมาจากโรงละครจินโจวซึ่งกำลังแสดงบทละครวีรชนเรื่องใหม่ที่ชื่อ มังกรสาวและคำอธิษฐาน
แม้จะพบเจอความยากลำบากในช่วงแรกเริ่ม แต่ Jinhsi ผู้แบกรับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะนำพา
แม้ผู้คนจะตั้งข้อสงสัยกับเธอ แต่ Jinhsi กลับรู้สึกกังวลใจกับความเหนื่อยล้าที่ปรากฏบนใบหน้าของผู้คนมากกว่า เป็นความเหนื่อยล้าที่เกิดจากความยากลำบากในชีวิตและความสิ้นหวัง
เธอตระหนักได้ว่านอกจากจะต้องจัดการกับปัญหาที่ปรากฏชัดอย่างการขาดแคลนวัตถุดิบและภัยคุกคามจากภายนอกแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงของเธอคือการฟื้นคืนความหวังและความมั่นใจของชาวจินโจวที่เหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิต
ในช่วงเวลานี้ สิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุดคือผู้มอบความหวังที่พึ่งพาได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
ในระหว่างดำเนินงานปรับปรุงโครงสร้าง เจ้าเมืองวัยเยาว์ได้แสดง "ปาฏิหาริย์" ที่รู้จักกันในชื่อ "เซนติเนลประทานพร" หมู่บ้านห่างไกลแห่งนี้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้ายมาหลายปี แม้ว่าทาเซ็ตดิสคอร์ดจะหยุดลงแล้ว แต่ชาวบ้านก็ยังคงต้องทนทุกข์ทรมานกับความหนาวเย็นและความเศร้าโศกอย่างที่สุด
Jinhsi ขอให้ชาวบ้านบอกความปรารถนาของตน ซึ่งในตอนแรกมีแต่ความเงียบงันสะท้อนกลับมา จนกระทั่งมีเสียงจามดังขึ้นทำลายความเงียบ ตามมาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า "หนาวจัง... อยากให้ที่นี่อุ่นขึ้นกว่านี้หน่อย"
Jinhsi ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เธอถือเกล็ดมังกรเอาไว้แล้วหลับตา ก่อนจะพยักหน้า "ฉันจะส่งความปรารถนาของคุณไปถึงเซนติเนล"
ทันทีที่พูดจบ เขามังกรก็งอกออกมาจากหัวของเธอ และแสงสว่างรูปร่างคล้ายเซนติเนลก็ส่องทะลุเมฆดำและหิมะบนพื้นดิน ในชั่วพริบตาน้ำแข็งพลันละลาย ผืนดินกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ฝูงชนผู้ได้เห็นปรากฏการณ์อัศจรรย์โห่ร้องออกมา "เซนติเนล... เซนติเนลปรากฏตัวแล้ว!" ชาวประชาต่างมองดูแสงรูปมังกรด้วยความชื่นชม ในดวงตามีประกายแสงแห่งความหวังอีกครั้ง
ข่าวคราวเรื่องเจ้าเมืองอายุน้อยที่สามารถประทานพรได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในจินโจว การขอพรกลายเป็นธรรมเนียมที่ทำกันแพร่หลาย ผู้คนส่งคำขอพรมาให้เธอ ณ ที่ว่าการเมือง เธอตรวจสอบพรแต่ละข้ออย่างละเอียดถี่ถ้วน และวางแผนดำเนินการที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำให้พรนั้นเป็นจริง
"ถึงท่านเจ้าเมือง ฉันกังวลเกี่ยวกับ
"ถึงท่านเจ้าเมือง ฉันขอพรให้พ่อเดินทางกลับมาโดยสวัสดิภาพและขอให้สงครามสิ้นสุดลง" Jinhsi จึงให้ความสำคัญกับการวิจัยอาวุธทาเซไทต์และวิศวกรรมวัสดุ ผลักดันให้คิดค้นอาวุธใหม่ที่ใช้ต่อต้านดิสคอร์ดและให้เพิ่มประสิทธิภาพแนวป้องกันได้รวดเร็วขึ้น
"ถึงท่านเจ้าเมือง เราเจอผู้ถูกเนรเทศหลายคนในเมือง ฉันกลัว" Jinhsi จึงขยาย
ภายในเวลาเพียง 3 ปี กำแพงเมืองได้รับการบูรณะ มีการคิดค้นอาวุธใหม่ และทาเซ็ตดิสคอร์ดถูกขับไล่ออกไป ในที่สุดจินโจวก็ได้พบกับสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนเริ่มตระหนักว่าปรากฏการณ์ "เซนติเนลประทานพร" เป็นเพียงคำโกหกที่หวังดีของเจ้าเมืองอายุน้อยคนนี้
อย่างไรก็ตาม ชาวเมืองยังเห็นถึงความมุ่งมั่นที่แท้จริงของเธอในการแก้ไขปัญหาและข้อกังวลของชาวประชา อย่างที่เธอได้จัดการให้ตรงจุดอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าใครเสมอมา
แสงไฟในที่ว่าการเมืองไม่เคยดับลงแม้ในวันหยุด Jinhsi ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจนถึงเที่ยงคืน คิดหาแผนงานที่ใช้ได้จริงเพื่อตอบสนองความปรารถนาของประชาชน
ในท้ายที่สุด ผู้คนก็เข้าใจว่าเธอมีพลังที่น่าเหลือเชื่อ แม้จะไม่มีเกล็ดมังกร แต่เธอสามารถเรียกแสงสว่างอันเจิดจ้าที่ส่องทะลุผืนน้ำแข็งและนำพาไปสู่ยุคสมัยใหม่ได้
...
ในปัจจุบัน การขอพรได้กลายเป็นเรื่องปกติของชาวจินโจว ราวกับสัญญาใจที่ไม่ต้องเอ่ยปากระหว่างประชาชนกับเจ้าเมืองรุ่นเยาว์
"ถึงท่านเจ้าเมือง ฉันหวังว่าคุณจะมีเวลาพักผ่อนและมาชมการแสดงล่าสุดของเรา" นี่เป็นความปรารถนาสุดท้ายของปีนี้
Jinhsi ยิ้มแล้วปิดแฟ้มในมือ เอนกายพิงหน้าต่างในสำนักงานของเธอ และฟังเสียงร้องอันไพเราะที่ดังมาจากโรงละครจินโจวซึ่งกำลังแสดงบทละครวีรชนเรื่องใหม่ที่ชื่อ มังกรสาวและคำอธิษฐาน
เธอผู้มีเมตตา
ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด เจ้าเมืองจินโจว Jinhsi ก็มักจะยิ้มอย่างอ่อนโยนเสมอ เธอสร้างความมั่นใจให้ทุกคน "ยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องทำ แต่วางใจได้เลย ฉันจะคอยนำทางคุณไปจนจบ"
ในสมัยก่อนทาเซ็ตดิสคอร์ด ทำลายล้างผืนแผ่นดินและเหล่านักรบต้องต่อสู้เพื่อปกป้องดินแดนทุกหนแห่ง ผู้คนหวาดกลัวที่จะต้องบอกลาคนรักที่มุ่งหน้าสู่แนวหน้า ไม่อาจรู้ได้เลยว่าการอำลาครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่
หลังจากได้เห็นความสิ้นหวังและความทุกข์ทรมานในแววตาของผู้คนเจ้าเมือง รุ่นเยาว์ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งก็ไม่อาจซ้ำเติมความโศกเศร้านี้ได้ลง เธอเข้าใจดีว่าการเปิดเผยความทุกข์ใจของตนเองรังแต่จะบั่นทอนความมั่นใจและความหวังที่ผู้คนได้มาอย่างยากลำบาก ทั้งยังเป็นสองสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คนท่ามกลางความทุกข์ระทม
ดังนั้น เธอจึงไม่เคยแสดงความสิ้นหวังออกมาเลย เธอแสดงภาพลักษณ์ที่สงบเยือกเย็นอยู่เสมอ
ภายใต้รอยยิ้มที่ไม่เคยหายไปจากใบหน้าและกิริยามารยาทที่อ่อนโยน Jinhsi ตระหนักดีว่าหากปราศจากผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม การกระทำของเธอก็อาจถูกมองว่าไม่จริงใจหรือเมินเฉยต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน เพื่อรับมือกับปัญหานี้ เธอจึงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นเจ้าเมืองที่กระตือรือร้น ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อแก้ไขปัญหาและนำพาประชาชนไปสู่ชีวิตที่สงบสุข
ขณะที่มิดไนท์เรนเจอร์ ต่อสู้อย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องเมืองจินโจว ยังมีการต่อสู้อีกสนามหนึ่งที่ยากลำบากไม่แพ้กันปะทุขึ้นภายในกำแพงเมือง
ครอบครัวเหล่าทหารต่างเผชิญกับความวิตกกังวล ใจพะวงถึงแต่ความปลอดภัยของคนที่ตนรักจนกัดกินชีวิตประจำวันของพวกเขา
โชคไม่ดีที่คลื่นรบกวนในสนามทาเซ็ต ขัดขวางไม่ให้สื่อสารกับกองทหารได้แบบทันที Jinhsi จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนา และลอลโล่โลจิสติกส์ พัฒนาบริการจัดส่งที่รวดเร็ว ลอลโล่โลจิสติกส์ให้บริการส่งจดหมายฟรีถึงมือคนในครอบครัวของทหารอย่างฉับไว ขณะเดียวกันกระทรวงการพัฒนาก็ได้สร้างทางลัดสำหรับการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ จึงช่วยบรรเทาความกังวลของครอบครัวที่อยากรู้ความเป็นไปของคนที่ตนรักที่ประจำการอยู่ในกองทัพ
อีกประเด็นเร่งด่วนที่ Jinhsi ต้องจัดการคือ การปลอบขวัญครอบครัวที่สูญเสียคนที่ตนรักในสนามรบ เธอทำงานร่วมกับกระทรวงการสงครามและกระทรวงการพัฒนาเพื่อวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ทางเมืองได้เชิดชูเกียรติทหารที่เสียชีวิตด้วยการเพิ่มเงินชดเชยให้กับครอบครัวของพวกเขาและสร้างกำแพงอนุสรณ์ที่ลานระฆัง แผ่นจารึกชื่อทหารทำจากแร่คุณภาพเยี่ยมที่สุดให้ทนทานต่อสภาพอากาศและเป็นที่ปลอบโยนจิตใจต่อไปได้อีกหลายศตวรรษ แม้ว่ามิดไนท์เรนเจอร์จะไม่ได้ต่อสู้เพื่อเกียรติยศ แต่ความเสียสละตนของพวกเขาก็สมควรได้รับการจดจำ เมื่อลานระฆังสร้างเสร็จ ผู้คนก็มีสถานที่อีกแห่งให้รำลึกและปลอบโยนจิตใจจากความสูญเสีย
ในทุกความพยายามที่ทำเพื่อปลอบประโลมและเยียวยาผลจากการต่อสู้ Jinhsi เป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างที่ดีเสมอ เมื่อใดก็ตามที่ชาวเมืองเห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยนของเธอ ทุกคนต่างรู้ว่าเธอจะออกนโยบายที่เรียกขวัญประชาชนได้เช่นเดียวกับรอยยิ้มของเธอ ความอบอุ่นเช่นนี้เปรียบเสมือนยาบรรเทาบาดแผลจากสงคราม ชโลมใจให้ชาวเมืองจินโจวผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
ในสมัยก่อน
หลังจากได้เห็นความสิ้นหวังและความทุกข์ทรมานในแววตาของผู้คน
ดังนั้น เธอจึงไม่เคยแสดงความสิ้นหวังออกมาเลย เธอแสดงภาพลักษณ์ที่สงบเยือกเย็นอยู่เสมอ
ภายใต้รอยยิ้มที่ไม่เคยหายไปจากใบหน้าและกิริยามารยาทที่อ่อนโยน Jinhsi ตระหนักดีว่าหากปราศจากผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม การกระทำของเธอก็อาจถูกมองว่าไม่จริงใจหรือเมินเฉยต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน เพื่อรับมือกับปัญหานี้ เธอจึงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นเจ้าเมืองที่กระตือรือร้น ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อแก้ไขปัญหาและนำพาประชาชนไปสู่ชีวิตที่สงบสุข
ขณะที่
ครอบครัวเหล่าทหารต่างเผชิญกับความวิตกกังวล ใจพะวงถึงแต่ความปลอดภัยของคนที่ตนรักจนกัดกินชีวิตประจำวันของพวกเขา
โชคไม่ดีที่คลื่นรบกวนใน
อีกประเด็นเร่งด่วนที่ Jinhsi ต้องจัดการคือ การปลอบขวัญครอบครัวที่สูญเสียคนที่ตนรักในสนามรบ เธอทำงานร่วมกับกระทรวงการสงครามและกระทรวงการพัฒนาเพื่อวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ทางเมืองได้เชิดชูเกียรติทหารที่เสียชีวิตด้วยการเพิ่มเงินชดเชยให้กับครอบครัวของพวกเขาและสร้างกำแพงอนุสรณ์ที่ลานระฆัง แผ่นจารึกชื่อทหารทำจากแร่คุณภาพเยี่ยมที่สุดให้ทนทานต่อสภาพอากาศและเป็นที่ปลอบโยนจิตใจต่อไปได้อีกหลายศตวรรษ แม้ว่ามิดไนท์เรนเจอร์จะไม่ได้ต่อสู้เพื่อเกียรติยศ แต่ความเสียสละตนของพวกเขาก็สมควรได้รับการจดจำ เมื่อลานระฆังสร้างเสร็จ ผู้คนก็มีสถานที่อีกแห่งให้รำลึกและปลอบโยนจิตใจจากความสูญเสีย
ในทุกความพยายามที่ทำเพื่อปลอบประโลมและเยียวยาผลจากการต่อสู้ Jinhsi เป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างที่ดีเสมอ เมื่อใดก็ตามที่ชาวเมืองเห็นรอยยิ้มอันอ่อนโยนของเธอ ทุกคนต่างรู้ว่าเธอจะออกนโยบายที่เรียกขวัญประชาชนได้เช่นเดียวกับรอยยิ้มของเธอ ความอบอุ่นเช่นนี้เปรียบเสมือนยาบรรเทาบาดแผลจากสงคราม ชโลมใจให้ชาวเมืองจินโจวผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
เธอผู้แทบไม่เคยโกรธ
"
"จริงๆ ฉันก็สงสัยเหมือนกัน เวลาเธอโกรธจะทำหน้ายังไงนะ?"
"ฉันเคยเห็นแล้ว" ฉือตอบ เขาเป็นคนงานเหมืองที่ปกติแล้วชอบก้มหน้าก้มตาทำงานไม่สุงสิงกับใคร
ตอนนั้นเป็นช่วงฤดูหนาวที่แสนโหดร้าย ผู้รับเหมาอ้างว่ามีการเอาอุปกรณ์ไปใช้งานหนักเกินไป จึงเรียกร้องเงินก้อนโตจากโครงการเหมืองแร่ ทำให้คนงานเหมืองไม่ได้รับค่าตอบแทนเลยแม้แต่น้อย
สมัยนั้นที่เพิ่งผ่านพ้นสงครามมาไม่นาน ดินแดนยังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อปริมาณงานก่อสร้างโยธาเพิ่มขึ้นความต้องการแร่ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อุปกรณ์สำรวจของ
หลังจากทำงานหนักมาทั้งปี ฉือหวังพึ่งเงินก้อนนี้เพื่อฉลองปีใหม่กับครอบครัวอย่างมีความสุข แต่ตอนนี้ ความปรารถนาอันเรียบง่ายนั้นกลับดูเลือนราง ฉือมองดูมือที่ด้านและเต็มไปด้วยบาดแผลของตน แล้วพลันนึกถึงคำพูดของเต๋อเปียวเพื่อนร่วมงานของเขาที่ว่า "...ความซื่อสัตย์ไม่ทำให้เงินในกระเป๋าเราเพิ่มขึ้นหรอก ลงมือกันเถอะ เอาสิ่งที่เราสมควรได้รับกลับมา เงินที่เราหามาเองอย่างยากลำบากน่ะ"
ภายใต้เงามืดยามค่ำคืน ฉือและเพื่อนร่วมงานแอบเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อค้า ฉือแนบหูกับประตูเพื่อตั้งใจฟังเสียงขยับตัวและเตรียมฉวยโอกาสบุกเข้าไป
"คุณจูคะ ฉันมาแจ้งข่าว" เสียงเด็กสาวดังออกมาจากข้างใน อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นชวนหวั่นใจ "คุณถูกปลดออกจากหอการค้า และใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคุณถูกเพิกถอนแล้ว นับจากนี้ไป คุณจะถูกห้ามไม่ให้ประกอบธุรกิจใดๆ ใน
"หา? ล้อกันเล่นแน่ๆ เราอยู่ที่จินโจว เมืองที่เลื่องชื่อว่าทำอะไรเป็นไปตามกฎหมาย ในเมื่อคุณเองก็เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนี้นะ คุณเจ้าเมือง ผมจะทำเป็นไม่เห็นว่าคุณไม่รู้ประสีประสาก็แล้วกัน ขอบอกอะไรไว้อย่างนะ การขับไล่ประธานหอการค้าที่นี่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และถ้าจะเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของผม ก็เอาหลักฐานมา! ไม่มีหลักฐานก็ไม่มีการเพิกถอน แค่นั้นเอง"
"ไหนๆ คุณก็พูดถึงกฎหมายแล้ว งั้นเรามาดูกฎหมายกัน ตามมาตรา 180 ของกฎหมายพาณิชย์จินโจว การขับไล่ประธานหอการค้าจำเป็นต้องมีลายเซ็นของสมาชิกมากกว่ากึ่งหนึ่ง รวมถึงลายเซ็นของรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และผู้อำนวยการกระทรวงการพัฒนา การขออนุมัติจากเจ้าเมืองอาจใช้เวลานาน เพราะงั้นฉันเลยมาบอกคุณตรงๆ เพื่อเร่งกระบวนการชดเชยเงินค่าจ้างให้กับคนงานของเรา"
"ส่วนหลักฐานที่คุณร้องขอ...
"ฉันขอตัวนะคะ ขอให้รู้ด้วยว่าการผูกขาดการค้าอุปกรณ์สำรวจของคุณสิ้นสุดลงแล้ว กระทรวงการพัฒนาได้เร่งการผลิตและอุปกรณ์ใหม่ก็ส่งมาถึงแล้ววันนี้ หมดเวลาผูกขาดแล้ว"
เสียงโวยวายข้างในฟังไม่ถนัดจนฉือพลาดบทสนทนาที่เหลือไป ดูเหมือนจะมีคนกำลังพยายามแก้ตัว แต่ฉือรู้ว่าคงไม่มีประโยชน์เมื่อต้องเผชิญกับหลักฐานมากมายและการวางแผนที่รอบคอบเช่นนี้
ไม่นานพวกเขาก็ได้รับแจ้งว่าจะได้รับค่าจ้างที่ควรได้ในเทอร์มินัล ในที่สุดพวกเขาก็ได้ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข
หลังจากคราวนั้น เหตุการณ์เช่นนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย เจ้าเมือง Jinhsi ออกกฎหมายใหม่ที่ห้ามไม่ให้มีการผูกขาดและแก้ไขขั้นตอนการจ่ายค่าตอบแทน โดยกำหนดให้ผู้รับเหมาต้องจ่ายค่าแรงคนงานก่อนจึงจะได้รับเงินค่าจ้างของตนเอง
เมื่อฤดูหนาวเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ยุคสมัยใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น
"นี่ ฉือ เล่ามาเลย! เจ้าเมืองทำหน้ายังไงตอนเธอโกรธเหรอ?"
"ก็... เธอไม่ได้ดูน่ากลัว เธอดูน่าเชื่อถือมาก ให้ความรู้สึกอุ่นใจ"
"ว่าไงนะ?!"
แขกผู้มีเกียรติของเธอ
หลายคนยกย่องเจ้าเมืองจินโจว Jinhsi ผู้อายุน้อยแต่มากด้วยสติปัญญาและไหวพริบอันเฉียบแหลม ดูเหมือนจะไม่มีความรู้ใดเกินสติปัญญาของเธอ และไม่มีความท้าทายใดที่เธอไม่อาจเอาชนะได้
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เธอได้ดูแลจัดการงานอันซับซ้อนของจินโจว อย่างคล่องแคล่ว โดยดำเนินนโยบายที่นำพาสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ประชาชน ก่อให้เกิดยุคสมัยแห่งสันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง
ในฐานะเจ้าเมืองจินโจว Jinhsi ต้องรับผิดชอบตั้งแต่เรื่องสำคัญยิ่งยวดอย่างกิจการทหารและการเมือง ไปจนถึงปัญหาที่ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อว่าแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนได้อย่างมหาศาล นี่คือมาตรฐานที่เธอยึดมั่น
แม้ว่า Jinhsi จะมีความรู้รอบด้าน แต่เธอเองก็ยังต้องพบกับปริศนาที่ไม่อาจล่วงรู้ เมื่อไม่นานมานี้ บุคคลสำคัญยิ่งของเมืองได้เดินทางมาถึงพร้อมกับความลับที่ยากจะคาดเดาได้ ความลึกลับนี้ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและความกังวลของเธอที่มีต่อเขาผู้นั้น
ตามบันทึกทางหอสมุดใหญ่ กล่าวกันว่าวีรชนในตำนานแห่งจินโจวมีพลังในการดูดกลืนทาเซ็ตดิสคอร์ด ด้วยมือเปล่า บุคคลผู้นี้ได้สร้างวีรกรรมอันน่าจดจำไว้ในประวัติศาสตร์ของจินโจวและทั่วทั้งภูมิภาคหวงหลง บัดนี้ บุคคลผู้มาใหม่ที่มีความสามารถพิเศษกำลังจะปรากฏตัวขึ้นบนโลก Jinhsi สงสัยว่าเขาอาจเกี่ยวข้องกับวีรชนในตำนาน เมื่อรู้ถึงความสำคัญของแขกผู้มีเกียรติผู้นี้ Jinhsi จึงวางแผนต้อนรับเป็นอย่างดี โดยตระหนักดีว่าเขาจะต้องเผชิญกับความขัดแย้งและแผนสมคบคิด ดังนั้น เธอจึงวางแผนอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้การต้อนรับด้วยวิธีการเฉพาะตัวของเธอเอง
เธอได้บันทึกข้อความสำหรับเผยแพร่ไปทั่วภูมิภาคเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนจินโจวทุกคนอย่างอบอุ่น ช่วยให้พวกเขารู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตร จากนั้นเธอก็จงใจทิ้งรหัสลับไว้เพื่อตามหาแขกที่รอคอย และเพื่อเปิดเผยภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ด้วยความกังวลในความปลอดภัยของแขกผู้มีเกียรติ เธอจึงส่งองครักษ์ประจำตัวไปคุ้มกันอย่างลับๆ เธอระดมทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมแก่แขกของเธอในการไขปริศนาไปทีละอย่าง Jinhsi ยังคงมุ่งมั่นที่จะกลับจินโจวให้ทันเวลา 3 วันที่ตกลงกันไว้ แม้จะต้องเผชิญความยากลำบาก
ภูผาสวรรค์ที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความสงบสุขในที่แห่งนี้ถูกรบกวนจากภัยอันตรายของเซนติเนล และเหล่าบริวารของแฟรกต์ซิดัส ด้วยความปรารถนาให้จินโจวสงบสุข เจ้าเมือง หญิงสาวจึงออกไปเสี่ยงอันตรายเพียงลำพัง เผชิญหน้ากับความยากลำบากต่างๆ ขณะเดียวกันก็แสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับเซนติเนล
การรักษาตัวให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากความทุกข์ยากเช่นนี้เป็นเรื่องท้าทายแม้แต่กับผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งอย่าง Jinhsi แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอรู้สึกท้อแท้หรือหมดหวังในตัวเอง เธอจะนึกถึงคนคนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมา คนคนนั้นก็เข้าใจสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว อดทนรอการตัดสินใจของเธอ Jinhsi มั่นใจว่าเขาและเธอจะช่วยกันนำพาจินโจวไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม
ที่ริมระเบียงที่ว่าการเมือง เจ้าเมือง Jinhsi เดินทางกลับมา เธอจ้องมองแขกผู้มีเกียรติด้วยความโล่งใจและยินดี เธอพยักหน้าทักทายพลางเอ่ยถ้อยคำที่ซักซ้อมมานับพันครั้งว่า
"3 วันแล้ว"
"เราสองคนมาทันเวลา"
"ขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ฉันชื่อ Jinhsi ... ดีใจมากที่ได้พบคุณ ผู้พเนจร"
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เธอได้ดูแลจัดการงานอันซับซ้อนของ
ในฐานะเจ้าเมืองจินโจว Jinhsi ต้องรับผิดชอบตั้งแต่เรื่องสำคัญยิ่งยวดอย่างกิจการทหารและการเมือง ไปจนถึงปัญหาที่ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อว่าแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนได้อย่างมหาศาล นี่คือมาตรฐานที่เธอยึดมั่น
แม้ว่า Jinhsi จะมีความรู้รอบด้าน แต่เธอเองก็ยังต้องพบกับปริศนาที่ไม่อาจล่วงรู้ เมื่อไม่นานมานี้ บุคคลสำคัญยิ่งของเมืองได้เดินทางมาถึงพร้อมกับความลับที่ยากจะคาดเดาได้ ความลึกลับนี้ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและความกังวลของเธอที่มีต่อเขาผู้นั้น
ตามบันทึกทาง
เธอได้บันทึกข้อความสำหรับเผยแพร่ไปทั่วภูมิภาคเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนจินโจวทุกคนอย่างอบอุ่น ช่วยให้พวกเขารู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตร จากนั้นเธอก็จงใจทิ้งรหัสลับไว้เพื่อตามหาแขกที่รอคอย และเพื่อเปิดเผยภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ในเงามืด
ด้วยความกังวลในความปลอดภัยของแขกผู้มีเกียรติ เธอจึงส่งองครักษ์ประจำตัวไปคุ้มกันอย่างลับๆ เธอระดมทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมแก่แขกของเธอในการไขปริศนาไปทีละอย่าง Jinhsi ยังคงมุ่งมั่นที่จะกลับจินโจวให้ทันเวลา 3 วันที่ตกลงกันไว้ แม้จะต้องเผชิญความยากลำบาก
ภูผาสวรรค์ที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความสงบสุขในที่แห่งนี้ถูกรบกวนจากภัยอันตรายของ
การรักษาตัวให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากความทุกข์ยากเช่นนี้เป็นเรื่องท้าทายแม้แต่กับผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งอย่าง Jinhsi แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอรู้สึกท้อแท้หรือหมดหวังในตัวเอง เธอจะนึกถึงคนคนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมา คนคนนั้นก็เข้าใจสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว อดทนรอการตัดสินใจของเธอ Jinhsi มั่นใจว่าเขาและเธอจะช่วยกันนำพาจินโจวไปสู่อนาคตที่สดใสกว่าเดิม
ที่ริมระเบียงที่ว่าการเมือง เจ้าเมือง Jinhsi เดินทางกลับมา เธอจ้องมองแขกผู้มีเกียรติด้วยความโล่งใจและยินดี เธอพยักหน้าทักทายพลางเอ่ยถ้อยคำที่ซักซ้อมมานับพันครั้งว่า
"3 วันแล้ว"
"เราสองคนมาทันเวลา"
"ขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ฉันชื่อ Jinhsi ... ดีใจมากที่ได้พบคุณ ผู้พเนจร"
Jinhsi เส้นเสียง
ความในใจ - 1
ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากแดนไกลสู่จินโจว ต้องขออภัยด้วยที่ให้การต้อนรับคุณได้ไม่ดีนัก พอดีงานค่อนข้างแน่นไปหมด หากมีเรื่องที่ต้องการให้ตรวจสอบ ก็มาพบฉันที่ที่ว่าการเมืองได้เลย
ความในใจ - 2
เมืองจินโจว ที่หนาแน่นไปด้วยผู้คน เป็นผลมาจากดอกไม้ที่บานสะพรั่ง สิ่งก่อสร้างที่มั่นคงแข็งแรง และบ้านเรือนที่มีผู้คนอยู่อาศัย เมืองแห่งนี้มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่มีคนเข้ามาใหม่ ในบรรดาผู้คนเหล่านี้ คุณเป็นคนที่ไม่มีใครเหมือนจริงๆ... ไม่ ฉันไม่ได้พูดตามเซนติเนล นะ แต่พูดออกมาจากใจจริงๆ
ความในใจ - 3
มีคำกล่าวโบราณว่ากันว่า "เมื่อจิตวิญญาณอันน่าทึ่งก่อกำเนิด แม้แต่มหาสมุทรยังต้องหลีกทาง ภูผายังต้องสั่นไหว" ซึ่งพูดถึงคนไม่ธรรมดาที่มีพลังในการสร้างความเปลี่ยนแปลง... พอได้เห็นคุณมาอยู่ที่จินโจว ฉันก็เชื่อแล้วล่ะว่าการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีจะมาถึงในเร็ววัน
ความในใจ - 4
ฉันเคยอยากจะรู้ประวัติความเป็นมาของคุณนะ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า การกระทำย่อมมีน้ำหนักกว่าอดีต อดีตอาจหล่อหลอมเป็นตัวคุณในทุกวันนี้ แต่การกระทำในปัจจุบันต่างหากที่บ่งบอกตัวตนได้อย่างแท้จริง พอได้เห็นทุกอย่างที่คุณทำให้กับจินโจว แล้ว ฉันก็อดสังเกตถึงความเชื่อมโยงลึกลับในการกระทำเหล่านั้นไม่ได้ บางทีการที่คุณมาอยู่ที่จินโจวอาจมีเบื้องลึกเบื้องหลังมากกว่าที่เห็นก็ได้
ความในใจ - 5
แม้การเดินคนเดียวอาจทำให้ก้าวได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเดินกันเป็นกลุ่มจะครอบคลุมระยะทางได้ไกลกว่า
ต่อจากนี้ ฉันจะอยู่เคียงข้างสหายของฉัน... และฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเพื่อเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปด้วยกัน
ต่อจากนี้ ฉันจะอยู่เคียงข้างสหายของฉัน... และฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเพื่อเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปด้วยกัน
งานอดิเรกของ Jinhsi
คุณเคยไปโรงละครจินโจวหรือเปล่า ที่นั่นเป็นสถานที่แห่งความสนุกและเสียงหัวเราะอันไม่รู้จบ โดยเฉพาะเมื่อการแสดงจบลงด้วยความสุข ฉันชอบเห็นภาพเช่นนั้นมากเลยล่ะ ฉันจึงอยากให้ตอนจบของทุกคนเป็นตอนจบที่ได้พบกับความสุข
ความกังวลของ Jinhsi
อืม... เมื่อต้องเจอกับความท้าทาย ฉันจะถูกผลักดันด้วยเป้าหมายในการหาทางออก แทนที่จะมัวจมอยู่กับความกังวล ทุกวันนี้ฉันแทบจะไม่รู้สึกถึงความรู้สึกกังวลหรือหงุดหงิดเลย
อาหารจานโปรด
ถ้ายังไม่เคยไปตลาดเช้าในจินโจว ฉันขอแนะนำจริงๆ นะว่าให้ไป ร้านขายอาหารเช้ามีขายซาลาเปามังกรรสเลิศที่มีพุทราจีนลูกอวบอ้วนอยู่บนหน้า พอเอาเข้าไปนึ่ง จะส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว เป็นอาหารที่ชวนให้เพลิดเพลินใจจริงๆ
อาหารที่เกลียด
ครั้งหนึ่ง จินโจว เคยประสบภาวะขาดแคลนอาหารรุนแรงเนื่องจากวิกฤตอาดูรการณ์ ในฐานะคนที่ได้พบเจอช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมา ฉันก็ได้เรียนรู้และเข้าใจว่าอาหารไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามไปได้ อาหารทุกคำเปรียบเหมือนของขวัญที่ธรรมชาติประทานให้ คนที่ทุ่มเทเพาะปลูกพืชพันธุ์ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยก็เป็นของขวัญอันล้ำค่าเช่นกัน... ตัวฉันเองไม่มีอาหารอะไรเลยที่ไม่ชอบ ยกเว้นอาหารที่หรูหราฟุ่มเฟือยหรือแพงเกินไป
อุดมคติ
ผู้คนอ้อนวอนต่อเซนติเนล ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เพราะไม่มีหนทางอื่น ในฐานะผู้นำ ฉันจะพาผู้คนไปสู่อนาคตที่มนุษยชาติกำหนดโชคชะตาของตัวเองได้
พูดคุย - 1
ตอนเด็กๆ ฉันมีความฝันที่ชัดเจนมาก จนบางครั้งก็กลายเป็นฝันร้าย ฉันจะฝันว่าตัวเองหลงทางอยู่กลางทะเล คอยต่อสู้กับคลื่นที่คอยซัดและสาหร่ายที่พันกัน แต่แต่ละครั้ง ฉันจะสามารถเกาะซากไม้และลอยกลับเข้าฝั่งได้ และเมื่อฉันตื่นขึ้น ฉันก็จะพบของบางอย่างในมือ... ใช่แล้ว มันคือเกล็ดที่แวววาวอันนี้
พูดคุย - 2
หิมะบนภูผาสวรรค์... ฉันยังคงจำภาพหิมะโปรยปรายในทำนองอยากจะคาดเดาได้รางๆ ช่วงหนึ่งหิมะล่องลอยอยู่ทัณฑ์สวรรค์ แต่ไม่นานก็ปลิวกลับขึ้นสู่ท้องฟ้า วนเวียนไปตามกิ่งก้านพฤกษา... ไม่นานทุกอย่างก็ถูกปกคลุมไปด้วยผืนหิมะขาวโพลน ในจินโจว หิมะนำมาซึ่งความกลมเกลียวสงบสุข คนแปลกหน้าก็จะกลายเป็นเพื่อนกันเมื่อช่วยกันปัดหิมะออกจากไหล่ให้กันและปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยกัน... ไม่ว่าหิมะจะตกเบาหรือหนัก ฉันก็จะภาวนาให้ช่วงความสงบสุขอันบริสุทธิ์ที่แสนล้ำค่าเหล่านี้คงอยู่ตลอดไปอยู่เสมอ
เกี่ยวกับ Changli
เป็นเวลาหลายปีที่ Changli ผู้เป็นอาจารย์ได้สอนฉันมามากมาย... แต่แววตาในรอยยิ้มของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความลึกลับที่ฉันไม่อาจเข้าใจได้
เกี่ยวกับ Sanhua
ฉันมักจะลืมกินอาหารเมื่อมีวันยุ่งๆ ก่อนจะรู้ตัวเข้า ก็ถึงเวลาอาหารมื้ออื่นไปแล้ว แต่ราวกับได้รับพร Sanhua ก็จะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับซาลาเปามังกรแสนอร่อยที่อัดแน่นด้วยของที่ฉันอยากกิน ฉันทึ่งไปเลย... เธอรู้ได้อย่างไรทุกครั้ง
เกี่ยวกับ Taoqi
Taoqi สามารถรับมือกับกองงานปริมาณเท่าภูเขาได้อย่างง่ายดายแม้ว่าจะหาวไปตั้งหลายรอบก็ตาม ประสิทธิภาพในการทำงานของเธอนั้นช่างน่าทึ่งจริงๆ
เกี่ยวกับ Jiyan
"มังกรครามจงเจริญ ทาเซ็ตดิสคอร์ด จงหายไป"... เด็กทุกคนในเมืองจินโจวต่างท่องคำกลอนจากสถานรับเลี้ยงเด็กนี้ได้จนขึ้นใจ ฉันเชื่อมั่นและศรัทธาใน Jiyan เพราะการปกป้องของเขาช่วยให้ทาเซ็ตดิสคอร์ด ไม่อาจเยื้องกรายเข้ามาในเขตแดนของจินโจว ได้
เกี่ยวกับผู้พเนจร
ฉันสัมผัสได้ว่าในใจเราต่างมีสิ่งที่เราปกป้องอย่างแรงกล้า สิ่งที่ควรค่าแก่การต่อสู้... และเราจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรก็ตาม
คำอวยพรวันเกิด
หลังคิดอยู่นาน ก็ตัดสินใจได้ว่าของขวัญที่ทำด้วยตัวเองน่าจะบ่งบอกถึงความรู้สึกได้ดีกว่าของขวัญราคาแพงที่ซื้อตามร้านค้า ตั้งแต่ได้รู้วันเกิดของคุณ ทุกๆ วัน ฉันทุ่มเทเวลารังสรรค์โคมมังกรจากวัสดุที่คัดสรรมาเองกับมือ โชคดีที่ทำเสร็จทันเวลา หากพอจะมีเวลาว่างจากงานที่แน่นขนัด ก็ช่วยมาเจอฉันตรงที่ว่าการเมืองแล้วลอยโคมนี้ด้วยกันนะ จินโจว มีประเพณีนิยมในการอธิษฐานกับโคมลอยในวันเกิด ว่ากันว่าเซนติเนล จะให้พรตลอดช่วงหนึ่งปีข้างหน้า
ขณะยืนรอ - 1
(อืม...)
ขณะยืนรอ - 2
(ครุ่นคิด)
ขณะยืนรอ - 3
ฉันอธิษฐานขออะไรให้คุณได้ไหม คงเป็นเกียรติมาก... ฉันมั่นใจว่าความปรารถนาของคุณจะเป็นจริง
คำแนะนำตัว
ฉันชื่อ Jinhsi เป็นเจ้าเมืองจินโจว เจ้าเมือง หมายถึงอำนาจและหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนในจินโจว ใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างดี
ทักทาย
พรหมลิขิตกำหนดให้เราต้องมาพบกัน อย่างที่เซนติเนล ทำนายไว้เลย
เข้าร่วมทีม - 1
ไปด้วยกันเถอะ
เข้าร่วมทีม - 2
เรียนรู้ผ่านประสบการณ์
เข้าร่วมทีม - 3
ฉันมาเพื่อช่วยเหลือ
เลื่อนขั้น - 1
ไม่มีใครเกิดมาแล้วเก่งเลยหรอก ในฐานะเจ้าเมืองจินโจว ฉันเองก็ต้องเรียนรู้และพัฒนาอยู่เสมอ
เลื่อนขั้น - 2
ในฐานะเจ้าเมือง คนใหม่ ตอนแรกฉันก็กังวลว่าตัวเองจะไม่สามารถปกป้องผู้คนในจินโจว ได้ แต่ไม่นานก็รู้ว่า การเอาแต่ตั้งคำถามกับตัวเองรังแต่จะฉุดรั้งให้ไปไม่ถึงไหน ก็เลยฝึกฝนให้หนักขึ้น และแข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ ครั้งที่ฝึก ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ช่วยเหลือและปกป้องผู้คน และจะทำหน้าที่เจ้าเมืองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
เลื่อนขั้น - 3
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ฉันรู้สึกได้ชัดเจนว่า ไม่เพียงแค่พละกำลังที่เพิ่มขึ้น แม้แต่การจัดการเรื่องราวในจินโจว ก็ดีขึ้นแล้ว ดูเหมือนคุณจะไม่ได้สอนแค่การเสริมสร้างพลังให้กับฉัน แต่ยังรวมถึงวิถีชีวิตและการดำเนินชีวิตด้วย
เลื่อนขั้น - 4
ฉันรู้ตัวดีว่าตัวเองมีคลื่นความถี่ที่ค่อนข้างผิดแปลก ก็เลยแทบจะไม่เจอคนที่มีการสั่นพ้องกับฉันอย่างลงตัว... เป็นไปได้มั้ยว่าคุณก็มีความเชื่อมโยงลึกลับกับเซนติเนล เหมือนกัน หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ เพราะคงทำให้ฉันรู้สึก... ใกล้ชิดกับคุณมากขึ้นอีก
เลื่อนขั้น - 5
ยิ่งได้รู้จักคุณดีขึ้น ก็อดสังเกตจุดเหมือนของเราไม่ได้ ไม่ว่าคลื่นความถี่ พลัง หรือแม้แต่จุดมุ่งหมายก็ดูจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ฉันมีหน้าที่ปกป้องจินโจว และตอนนี้ก็รู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างคุณกับผืนแผ่นดินนี้... ครั้งหนึ่ง ฉันเคยเชื่อว่ามวลมนุษย์ควรจะกำหนดโชคชะตาของตัวเอง แต่พอได้เจอคุณ ก็เลยได้เห็นถึงพลังแห่งโชคชะตา ฉันขอบคุณโชคชะตาจริงๆ ที่ลิขิตให้คุณเข้ามาในชีวิตของฉัน
โจมตีหนัก - 1
ช่วงเวลาแห่งความหวัง
โจมตีหนัก - 2
เจิดเจ้าตลอดไป
โจมตีหนัก - 3
ใกล้ถึงเวลาแล้ว
โจมตีหนัก - 4
พรแห่งมังกรศักดิ์สิทธิ์
โจมตีกลางอากาศ - 1
ดาวตก
โจมตีกลางอากาศ - 2
แสงเพรียกหา
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
ช่วงเวลาแห่งการตื่นขึ้น
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
สอดประสานหลอมละลาย
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
โอบรับความเปลี่ยนแปลง
สกิลเรโซแนนซ์ - 4
แสงของเราส่องสว่าง
สกิลเรโซแนนซ์ - 5
เงาส่องแสง
สกิลเรโซแนนซ์ - 6
อาบแสงดาว
สกิลเรโซแนนซ์ - 7
ออกบิน!
สกิลเรโซแนนซ์ - 8
ท้องฟ้าเรียกหา
สกิลเรโซแนนซ์ - 9
โจมตีให้ไว!
สกิลเรโซแนนซ์ - 10
และแล้วก็จบลง!
สกิลเรโซแนนซ์ - 11
ความชั่วร้ายจงถูกชำระล้าง!
สกิลเรโซแนนซ์ - 12
แสงศักดิ์สิทธิ์!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
ให้เสียงฟ้าร้องนำทางเรา!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
บัญญัติสวรรค์ สะบั้นความชั่วร้าย!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
ดวงดาวเอ๋ย... จงขานตอบข้า!
ถูกโจมตี - 1
หยิ่งทะนง
ถูกโจมตี - 2
ละเลยไปหน่อย...
บาดเจ็บ - 1
จงเป็นเช่นนั้น
บาดเจ็บ - 2
ไม่ต้องกังวล
หมดสติ - 1
ยังเหลือเรื่อง... ที่ให้ทำอีกมากมาย...
หมดสติ - 2
ฉันจะต้องไม่... ยอมแพ้...
อัญเชิญเอคโค่
ก่อร่าง
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
มอบความแข็งแกร่งให้กับข้า!
สกิลอินโทร - 1
เราจะสู้ไปด้วยกัน
สกิลอินโทร - 2
โจมตีเป็นหนึ่งเดียว!
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
ฉันจะเป็นคนนำทาง
เครื่องร่อน - 1
สุดหล้าที่ตาจะมองเห็น
เครื่องร่อน - 2
ทะยานล้อลม
สลิง
ว่องไว
เซนเซอร์
เจอของดี
พุ่งตัว
หน้าเดิน
วิ่งไต่กำแพง - 1
แนวทางที่แตกต่าง
วิ่งไต่กำแพง - 2
ทุกเส้นทางบรรจบกัน
กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง
ให้อภัยฉันด้วย
หีบเสบียง - 1
เจออะไรดีๆ บ้างไหม
หีบเสบียง - 2
ผืนดินแห่งจินโจว เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์
หีบเสบียง - 3
ของพวกนี้พอกับที่คุณต้องการไหม บอกมาได้นะถ้ามีอะไรที่อยากได้
หีบเสบียง - 4
เจอของดีแล้วสิ