GenshinBuilds logo
ข้อมูล

Lingyang

Lingyang VA

ชาวจีน: Lucky Fish
ญี่ปุ่น: Hanae Natsuki
เกาหลี: Lee Sang Ho
ภาษาอังกฤษ: Aleksander Varadian

Lingyang รายงานการสอบ Forte

พลังกำทอน

โอชารสเยือกแข็ง

รายงานการประเมินเสียงสะท้อน

พื้นฐานการประเมิน: [Resonance Assessment 1888-G] อายุและเวลาแห่งการปลุกพลังของเรโซเนเตอร์ Lingyang ยังคงไม่แน่ชัด และดูเหมือนว่าเขาจะปลุกพลังได้มาเป็นเวลานานแล้ว Lingyang เคยเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายอันยาวนาน และอาจปลุกพลังเรโซแนนซ์ของเขาให้ทำงานโดยธรรมชาติระหว่างการต่อสู้ Lingyang มีสัญลักษณ์ทาเซ็ตอยู่ที่แขนขวาของเขา และไม่พบการกลายพันธุ์ใดที่เกิดขึ้นหลังจากการปลุกพลัง ความทนทานและความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการที่เขาต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย เขาแสดงให้เห็นถึงทักษะและความคล่องแคล่วในการต่อสู้และการเอาชีวิตรอดที่ยอดเยี่ยม แต่ยังขาดประสบการณ์ในการใช้พลังเรโซแนนซ์เนื่องจากไม่ใช่สิ่งที่ใช้เป็นประจำ จำเป็นต้องมีการประเมินเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าเขาต้องการคำแนะนำที่เหมาะสมในการใช้พลังเรโซแนนซ์หรือไม่ ภายใต้อิทธิพลของพลังเรโซแนนซ์ ประสาทสัมผัสของ Lingyang จะเฉียบคมขึ้น และเขาจะสามารถสร้าง กระแสลมเยือกแข็งที่มองไม่เห็นขึ้นในพื้นที่จำกัดได้ พลังนี้ยังสร้างสนามพลังอุณหภูมิต่ำที่สร้างแรงกดดันต่อศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงอีกด้วย นอกจากนี้ Lingyang ยังสามารถสร้างอิทธิพลและกระตุ้นอารมณ์ของผู้ที่อยู่ใกล้เขาผ่านเจตจำนงที่ถ่ายทอดของเขาได้ ยังไม่เคยมีกรณีที่พบรูปแบบเรโซแนนซ์สเปกตรัมที่คล้ายคลึงกับของ Lingyang ต้นเหตุของการปลุกพลังของเขายังคงไม่เป็นที่ทราบในขณะนี้ การวิเคราะห์ตัวอย่างทดสอบเผยให้เห็นเส้นโค้งราเบลล์ที่ไม่บรรจบกันโดยมีการเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ดังนั้น Lingyang จึงถูกระบุว่าเป็นเรโซเนเตอร์ธรรมชาติ "อะไรนะ แสดงว่ารูปลักษณ์ที่ดูเหมือนสัตว์ร้ายของเขาไม่ได้เกิดจากพลังเรโซแนนซ์ของเขางั้นเหรอ แล้วนี่มันคืออะไรกันแน่..."

รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก

กราฟคลื่นของเรโซเนเตอร์ Lingyang แสดงความแปรปรวนเป็นรูปวงรี รูปแบบของขอบเขตเวลาเป็นปกติพร้อมด้วยค่าสูงสุดที่เสถียร และไม่พบคลื่นที่ผิดปกติ ค่าวิกฤตเรโซแนนซ์: เสถียรมาก เรโซเนเตอร์ Lingyang มีระดับค่าวิกฤตที่ค่อนข้างสูง ความเสี่ยงของการโอเวอร์คล็อกต่ำมาก เรโซเนเตอร์ Lingyang ไม่มีบันทึกการโอเวอร์คล็อกในอดีต เขาแสดงให้เห็นถึงการควบคุมพลังเรโซแนนซ์ได้อย่างเชี่ยวชาญ โดยรักษาความมั่นคงทางอารมณ์ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเขาใช้ความสามารถที่เรียกว่า "การถ่ายทอดเจตจำนง" สนามพลังอุณหภูมิต่ำที่เกิดขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อพันธมิตรของ Lingyang เป็นหลัก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการโอเวอร์คล็อกโดยรวมของ Lingyang เมื่ออยู่ในสถานการณ์กลุ่มได้ แนะนำให้รักษาระดับความเสี่ยงของ Lingyang ให้อยู่ในระดับต่ำและเฝ้าติดตามพัฒนาการของเขาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งแนะนำให้มีการสังเกตการณ์เพิ่มเติม

Lingyang รายการหวงแหน

หัวเชิดสิงโต
หัวเชิดสิงโต
คุณชีซิงจากคณะเชิดสิงโตมอบหัวสิงโตนี้ให้ Lingyang ไว้แทนเหรียญเกียรติยศ Lingyang บังเอิญได้เข้าร่วมคณะเชิดสิงโตตั้งแต่เด็ก และการเชิดสิงโตก็ช่วยให้เขาได้ปลดปล่อยด้านที่บ้าพลัง พร้อมทั้งสร้างขวัญกำลังใจและให้พรแก่ชุมชน ทำให้เขาเข้ากับผู้คนที่จินโจวได้ Lingyang ทุ่มเทและฝึกซ้อมอย่างหนักจนร่างเล็กๆ ของเราสามารถแสดงอารมณ์ทั้งสุขและโศกเศร้า รวมถึงท่วงท่าการเคลื่อนไหว ไปจนถึงความกลัวของสิงโตได้ แม้ว่าตอนนี้ Lingyang จะกลายเป็น "นักเชิดสิงโต" ที่โด่งดังในจินโจวแล้ว แต่เขาก็ยังถือหัวสิงโตนี้ไปไหนมาไหนด้วยตลอด
เนื้อย่างเสียบไม้จินโจว
เนื้อย่างเสียบไม้จินโจว
การปิ้งย่างเป็นวิธีทำอาหารที่ได้รับความนิยมในจินโจว แต่ Lingyang ไม่ชอบเลยที่กลิ่นของถ่านมากลบรสธรรมชาติของเนื้อจนหมด เขาจึงตั้งใจที่จะสร้างอะไรใหม่ๆ หลังจากลองผิดลองถูก เขาก็รังสรรค์เนื้อย่างเสียบไม้สูตร "มีเดียมแรร์" ของตัวเองได้สำเร็จ เขาผสมผสานสูตร "เนื้อย่างเสียบไม้จินโจว" ยอดนิยมเข้ากับเครื่องปรุงที่เรียบง่ายแต่เลิศรส โดยคงไว้ซึ่งรสสัมผัสอันนุ่มนวลของเนื้อและเพิ่มรสชาติให้จัดจ้านยิ่งขึ้น กลายเป็นเมนูขวัญใจชาวเมืองได้อย่างรวดเร็ว และถึงแม้เขาจะเปิดเผยเทคนิคการทำเมนูนี้ออกไป แต่ความสามารถในการย่างเนื้อให้ได้ระดับ "มีเดียมแรร์" อย่างสมบูรณ์แบบของเขาก็ยังไม่มีใครเทียบได้ ต้องขอบคุณความทุ่มเทและความหลักแหลมของ Lingyang เมนูแสนธรรมดานี้จึงได้กลายเป็นของดีประจำท้องถิ่น "เคล็ดลับการทำอาหารของฉันน่ะเหรอ? ก็แค่เตรียมวัตถุดิบทุกอย่างด้วยความใส่ใจและปรับไฟให้พอดีก็เท่านั้นเอง ง่ายนิดเดียว!"
แม่กุญแจอายุวัฒนะที่เก่าโทรม
แม่กุญแจอายุวัฒนะที่เก่าโทรม
แม่กุญแจชีวียืนยาวอันลึกลับที่ Lingyang สวมอยู่ตอนที่เจอกับคนของคณะเชิดสิงโตเป็นครั้งแรก หลังจากมาถึงเมืองจินโจว คณะเชิดสิงโตก็ตะลอนไปทั่วทุกมุมเมืองเพื่อช่วยพา Lingyang ไปสืบหาที่มาของจี้นี้จากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมา พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "มันเป็นการออกแบบโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน" เมื่อคิดดูแล้วว่าการเชิดสิงโตที่ต้องเคลื่อนไหวว่องไวจะต้องทำให้จี้เสียหายเป็นแน่ Lingyang ก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ในกล่องไม้อย่างปลอดภัย แม้ผู้สร้างจะยังเป็นปริศนา แต่แม่กุญแจชีวียืนยาวนี้ให้โชคในด้านสุขภาพและความสุขจริงแน่แท้ Lingyang แบ่งปันจี้นี้กับคุณเพราะหวังจากใจจริงให้คุณมีชีวิตที่มีความสุข

Lingyang เรื่องราว

"หัวสิงโต" มงคล
เชิดสิงโตในจินโจวมีผู้เข้าชมหลากหลาย ตั้งแต่กิจกรรมใหญ่ๆ อย่างพิธีต้อนรับนักศึกษาใหม่และพิธีเปิดงานไปจนถึงงานเล็กๆ อย่างงานวันเกิดของผู้สูงอายุหรืองานฉลองครบ 100 วันของทารก มีช่วงเวลาที่เหมาะกับพิธีกรรมเฉลิมฉลองเสมอ คณะเชิดสิงโตจึงมีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย

ในฐานะ "นักเชิดสิงโต" บทบาทของเขาครอบคลุมมากกว่าการแสดงที่น่าตื่นเต้นและเสี่ยงอันตรายบนเสาดอกเหมย การสร้างสรรค์ลีลาการเชิดสิงโตสำหรับแต่ละงานถือเป็นหน้าที่สำคัญ ช่วยให้การแสดงสร้างความประทับใจและตราตรึงใจลูกค้าได้อย่างยาวนาน

Lingyang ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เจาะลึกความต้องการของพวกเขาเพื่อสร้างการแสดงเชิดสิงโตที่ตรงใจ แต่นี่คือความหลงใหลส่วนตัวที่เกินกว่าหน้าที่การงานของเขาด้วย สำหรับเขาแล้วเรื่องราวของแต่ละคนคือสมบัติที่รอให้ค้นพบ เขาสนุกกับการเปิดเผยมัน ความอยากรู้อยากเห็นอย่างจริงใจของเขามักทำให้ลูกค้าเปิดใจและแบ่งปันความคิดที่แท้จริง ซึ่งบางครั้งก็ทำให้คนสงสัยว่าตัวเองมาถูกที่หรือเปล่า คณะเชิดสิงโตเริ่มให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาแล้วเหรอ

คณะเชิดสิงโตต้องรับมือกับตารางเวลาที่แน่นขนัด การเปลี่ยนแปลงกะทันหัน และเหตุฉุกเฉินที่ไม่คาดคิด การจัดการความขัดแย้งและความตึงเครียดเป็นเรื่องราวท้าทายเสมอ เพราะเพียงผิดพลาดครั้งเดียวก็อาจเสียลูกค้าที่มีค่าไป ดังนั้นกุญแจสู่ความสำเร็จคือการเข้าใจและตอบสนองต่ออารมณ์ของลูกค้า Lingyang ชำนาญศิลปะการเจรจานี้ จึงกลายเป็นอีกภารกิจหนึ่งของเขา

โชคดีที่ Lingyang มีวิธีจัดการลูกค้าเรื่องราวมากอีกวิธีหนึ่ง คือการมอบคำอวยพร ด้วยรอยยิ้มสดใสและคำอวยพรจากใจ Lingyang สามารถทำให้แม้แต่ลูกค้าที่ดื้อรั้นที่สุดก็ยอมใจอ่อนลงได้บ้าง "คอลเลกชันคำอวยพรนำโชค" ของเขาค่อยๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเพื่อนนักเชิดสิงโต ทำให้การ "มอบคำอวยพรให้ทุกคน" กลายเป็นเอกลักษณ์ของคณะ

"มอบคำอวยพรเมื่อพบใครสักคน คุณคงมาจากคณะเชิดสิงโตใช่ไหม เชิญเข้ามาเลย!"

คำอวยพรนำโชคของ Lingyang สำหรับแต่ละคนจะแตกต่างกัน คำอวยพรต้องจริงใจและปรับให้เหมาะกับผู้รับ แม้ว่าจะกลายเป็นกิจวัตรของคณะเชิดสิงโต Lingyang ก็ยังตั้งใจมอบคำอวยพรที่จริงใจและเฉพาะตัว เขาเชื่อมั่นว่าคำอวยพรเหล่านี้นำโชคดีมาสู่ผู้รับ

ถ้าคุณบังเอิญเจอนักเชิดสิงโตมอบคำอวยพรให้ ไม่ต้องสงสัยไป แค่รับคำอวยพรที่บริสุทธิ์และจริงใจของเขา ถือเป็นการตอบรับจิตใจที่ใจดีงามและเป็นมิตรอย่างดีที่สุด
ชะตาที่พลิกผัน
ถ้าจะให้เล่าว่า Lingyang เข้าร่วมคณะเชิดสิงโตได้อย่างไร ต้องย้อนกลับไปในวัน "ธรรมดา" วันนั้น ที่ซึ่งการแสดงเชิดสิงโตที่โรงละครจินโจวเพิ่งจบลง ขณะที่ทีมงานกำลังยุ่งกับการเก็บอุปกรณ์บนเวที มีเด็กหนุ่มรูปร่างแปลกๆ ตกลงมาจากหลังคา แต่ถ้าจะให้พูดชัดๆ ก็ไม่ใช่แค่ "ตก" แต่เหมือนกับ "พุ่งชน" มากกว่า

ปรากฏว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นเป็นแผนที่เขาตั้งใจวางไว้ Lingyang ตั้งใจเข้าคณะเชิดสิงโตมาก่อนแล้ว แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่าหลังคาหลังฝนตกจะลื่นกว่ากิ่งไม้หลายเท่า

ตอนนั้น Lingyang ยังพูดภาษามนุษย์ไม่คล่อง และยังไม่มีชื่อจริง สมาชิกในคณะเชิดสิงโตจึงเรียกเขาว่า "เจ้าหนู" มาตลอด

แม้ Lingyang จะพยายามเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถสื่อสารกับทีมงานของคณะเชิดสิงโตได้ เขาจึงหันไปแสดงเชิดสิงโตอย่างงุ่มง่ามด้วยหัวสิงโตที่หามาได้จากที่อื่นแทน

ทุกครั้งที่สมาชิกคณะเชิดสิงโตนึกถึงเหตุการณ์นั้น พวกเขามักหัวเราะแล้วแซวว่า Lingyang เหมือนอวดกรงเล็บและเขี้ยวตัวเองอยู่มากกว่าจะเชิดสิงโตจริงๆ

แม้ทุกคนจะเข้าใจเจตนา แต่รูปลักษณ์อันผิดแผกของ Lingyang ก็ทำให้คณะถกเถียงกันอย่างดุเดือด

ท้ายที่สุด สมาชิกอาวุโสที่สุดอย่างท่านอู่ฟางและท่านชีซิง ผู้ที่แม้แต่ผู้นำปัจจุบันของคณะเชิดสิงโตก็ยังเรียกว่า "อาจารย์" ตัดสินใจรับ Lingyang เข้ามาอยู่ในคณะ

Lingyang พยายามถามหลายครั้งว่าเพราะอะไรถึงรับเขาเข้ามา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็มีแค่คำตอบกำกวมเท่านั้น:

"ฮ่าๆ บางทีอาจเป็นเพราะหูแล้วก็หางของเธอเหมือนสิงโตมงคลในตำนานก็ได้นะ"

บางครั้ง ตอนที่ท่านอาจารย์เผลอหลับ Lingyang ก็ได้ยินเสียงละเมอว่า "สิงโตใหญ่... ข้าทำได้แล้ว... คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้..."

ภายใต้คำสอนของอาจารย์ผู้นี้ Lingyang ได้เริ่มเส้นทางแห่งการเรียนรู้อย่างจริงจัง ทั้งเชิดสิงโต ฝึกอักษรวิจิตร และเรียนรู้วิธีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน

เพื่อช่วยให้ Lingyang ควบคุมพลังรุนแรงในร่างกาย เขาได้รับการสอนท่ารำโบราณจากหวงหลงซึ่งเชื่อกันว่าสามารถปรับสมดุลพลังงานและเป็นรากฐานของการเชิดสิงโต ด้วยการฝึกฝนอย่างมุมานะ Lingyang จึงได้รับสมญานามว่า "นักเชิดสิงโต" อย่างเป็นทางการ

ในจินโจว คำว่า "หัวสิงโต" มีหลายความหมาย สำหรับคนทั่วไปหมายถึง "หัวสิงโตเชิด" ที่ใช้ในการแสดงหรือนักแสดงนำในการเชิดสิงโต ส่วนสำหรับนักเชิดสิงโตหมายถึงความฝันร่วมกัน คือความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็น "หัวแห่งเหล่าสิงโต" ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักและทักษะการเชิดสิงโตที่สมบูรณ์แบบ

"ฉันเกิดมาพร้อมความแข็งแกร่งนี้และฝึกฝนทักษะการล่าสัตว์ในป่า แต่การเชิดสิงโตไม่ได้หมายถึงแค่ความแข็งแรง ทั้งท่าทาง ย่างก้าว จังหวะ การประสานกับเพื่อนร่วมทีม... ไม่ใช่สิ่งที่จะเรียนรู้ได้ในชั่วข้ามคืน อาจารย์เน้นย้ำว่าการเชิดสิงโตมีความสำคัญกับชาวจินโจวมาก และฉันอดกังวลไม่ได้ว่าฉันอาจทำให้ทุกคนผิดหวัง เพื่อให้สมกับตำแหน่ง 'หัวสิงโต' ฉันรู้ว่าต้องฝึกฝนให้มากขึ้น"

ตามที่อาจารย์ของเขากล่าว Lingyang ไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ แต่ที่สำคัญคือเขามีความปรารถนาที่ไม่สิ้นสุดในการพัฒนาตัวเอง

ทุกครั้งที่ฝึกฝนท่วงท่าใหม่จนชำนาญและในการฝึกซ้อมแต่ละครั้งที่กินเวลานานจนกระทั่งท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยดวงดาว Lingyang จะขึ้นไปยืนบนเสาดอกเหมยในที่ราบตอนกลาง จ้องมองเงาตัวเองในน้ำ ราวกับกำลังทบทวนหรือท้าทายขีดจำกัดของตน ท่ามกลางกลีบดอกไม้ร่วงโรย หัวสิงโตหนุ่มเต้นท่วงท่าบนเสาอย่างเต็มที่ สร้างภาพอันเป็นเอกลักษณ์ในภูมิภาคนั้น
สิงโตผู้ช่วยเหลือ
เมื่อพูดถึงที่ราบตอนกลางแล้ว ก็ต้องนึกถึงการฝึกฤดูหนาวประจำปีของคณะเชิดสิงโต

ในช่วงนอกฤดูหนาว คณะเชิดสิงโตจะรวมตัวกันที่หมู่บ้านเถาหยวนเพื่อฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ณ ลานฝึกซ้อมของคณะ การเตรียมความพร้อมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการแสดงในงาน "ขบวนแห่ปีใหม่" นักเชิดสิงโตจะออกเดินจากเวทีของโรงละครใหญ่แห่งจินโจวมุ่งหน้าไปตามถนนและตรอกซอกซอย ปล่อยความโชคดีให้แก่สถานที่ต่างๆ การกระทำนี้เรียกว่า "ขบวนแห่ปีใหม่" ที่มีความหมายถึงการอำลาปีเก่าและการต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นงานที่สำคัญอย่างมากในเมืองจินโจว

แม้จะเป็นช่วงนอกฤดูกาล คณะเชิดสิงโตก็ยังคงทำงานอย่างหนัก ทั้งพัฒนาตัวละคร ฝึกฝนทักษะ สร้างอุปกรณ์ประกอบฉาก และซ้อมการแสดงใหม่ๆ จนไม่มีเวลาสำหรับการพักผ่อน ในอีกด้านหนึ่ง การต้องออกจากเมืองเพื่อเข้าสู่ผืนป่าธรรมชาติกลับทำให้ Lingyang ได้มีโอกาสปลดปล่อยตัวเอง

แม้ในความหนาวเหน็บของฤดูหนาว ความกระปรี้กระเปร่าที่มีอยู่ในตัว Lingyang ก็ยังคงทำให้เขาเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดหย่อน คล้ายกับเหล่าสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่ตามขุนเขาใกล้เคียง

เมื่อหิมะปกคลุมไปทั่ว เหล่าสัตว์ร้ายต่างออกล่าเหยื่ออย่างกระหาย ทุกครั้งที่ Lingyang ได้ยินเสียงคำรามและเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ดังแว่วมา เขาจะรีบมุ่งหน้าเข้าป่าในช่วงพักเพื่อจัดการกับภัยร้ายเหล่านั้น เขาเข้าปะทะกับสัตว์ร้ายอย่างดุดันและรุนแรง ฉีกทำลายพวกมันด้วยความเร็วดุจสายฟ้า

ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือต่างก็ซาบซึ้งใจ ทว่าท่าทางก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความหวาดหวั่น

Lingyang อดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดว่า

"พวกเขายังกลัวพวกสัตว์ร้ายเหล่านั้นอยู่หรือ หรือว่า... พวกเขากังวลว่าฉันอาจฉีกพวกเขาเป็นชิ้นๆ เหมือนกัน"

เมื่อต้องเผชิญกับความหวาดกลัวของผู้คนซ้ำแล้วซ้ำเล่า Lingyang เริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างตัวเองกับมนุษย์: กรงเล็บและเขี้ยวของเขาที่ใช้ต่อสู้ช่างคล้ายคลึงกับเหล่าสัตว์ร้ายที่เขาเผชิญหน้าอยู่

ผู้คนจะสามารถยอมรับด้านนี้ของเขาได้จริงหรือ

บางที... เขาคงต้องหาวิธีช่วยเหลือคนอื่นที่ผู้คนยอมรับได้มากกว่านี้ อย่างน้อยก็เห็นใจพวกเขาหน่อยใช่ไหม

ไม่นาน ข่าวลือก็เริ่มแพร่สะพัดในเมืองจินโจว: ทุกฤดูหนาว จะมีสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีหัวสิงโตปรากฏตัวต่อผู้ที่ร้องขอความช่วยเหลือในที่ราบตอนกลาง

เมื่อผู้คนค้นพบว่าสิ่งมีชีวิตลึกลับนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย ความกลัวก็กลายเป็นความหลงใหล และมันก็กลายเป็นที่รู้จักในฐานะเทพผู้พิทักษ์ คอยเฝ้าดูผู้คนที่ผ่านไปมาในช่วงฤดูหนาว

เรื่องราวเหล่านี้เก็บไว้เล่าในภายหลัง ตอนนี้ Lingyang ต้องให้ความสำคัญกับอารมณ์ของอาจารย์ก่อน

หมู่นี้เวลาที่ควรอยู่ซ้อม Lingyang มักจะหายตัวไปจากโรงยิม เสียงโกรธเกรี้ยวของอาจารย์ดังก้องไปทั่วหุบเขาจนฝูงนกตกใจบินหนี เขาตะโกนเรียกศิษย์ที่ดื้อรั้น:

"Lingyang ? Lingyang ! เจ้าหนูนั่นไปไหนอีกแล้วเนี่ย?!"
การเดินทางอันเปล่าเปลี่ยว
"ดินแดนบริเวณรอบนอกของหวงหลงเป็นยังไง" แม้แต่เหล่านักวิจัยอาวุโสที่สุดก็ไม่อาจตอบคำถามนี้ได้

ตำนานที่เล่าขานกันโดยนักเล่าเรื่องราวพูดถึงดินแดนที่ปกคลุมด้วยป่าเขียวขจี เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนเคารพ แต่ทั้งหมดนั้นหายไปเมื่ออาดูรการณ์ถล่มลงมายังพื้นโลก เปลี่ยนดินแดนที่เคยอุดมสมบูรณ์ให้กลายเป็นสนามทาเซ็ตที่มีผืนดินรกร้างเยือกแข็งและความเงียบงันอันน่าขนลุก

ความทรงจำของ Lingyang เท่าที่เขาจำได้มีเพียงดินแดนแห้งแล้งนี้

Lingyang จำไม่ได้ว่าความทรงจำแรกของเขาเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เขาไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น เขาจำไม่ได้ว่าเกิดเมื่อไหร่ เคยอยู่ที่ไหน หรือกำลังจะไปไหน หลังจากหลบหนีการทำลายล้างบ้านเกิด เขาท่องไปในถิ่นทุรกันดารเพียงลำพัง ต่อสู้กับความโดดเดี่ยว สภาพอากาศที่เลวร้าย และความว่างเปล่า เขารู้สึกเหมือนสัตว์ป่าที่เอาตัวรอดด้วยสัญชาตญาณ ไม่มีจุดหมายในชีวิต แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเขาบังเอิญพบกับกองทหารมนุษย์หน่วยหนึ่ง

ระหว่างการล่าสัตว์ในป่า Lingyang พบเข้ากับสัตว์แปลกๆ ที่ยืนสองขาตัวตั้งตรง เขาเดินตามหลังพวกมันไปอย่างระมัดระวัง สังเกตทุกการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

Lingyang อดไม่ได้ที่จะอยากรู้และประหลาดใจไปพร้อมๆ กัน

แม้จะเผชิญศัตรูที่น่าเกรงขาม สัตว์เหล่านั้นก็ไม่ยอมแพ้หรือหลบหนี

แม้ได้รับบาดเจ็บ สัตว์เหล่านั้นก็ปกป้องเพื่อนร่วมรบและแบ่งปันเสบียง

แม้แต่ความหิวก็ไม่อาจทำลายความมุ่งมั่นของพวกมันในการแบ่งปันเสบียงและช่วยเหลือกัน

Lingyang สงสัยว่าทำไมสิ่งมีชีวิตที่เดินตัวตรงเหล่านี้จึงแสดงพฤติกรรมที่เขาไม่อาจเข้าใจได้อยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรม "แปลกประหลาด" ของพวกมันกลับจุดไฟเล็กๆ ในใจ Lingyang ทำให้ความกลัวและความเย็นชาที่เกาะกินเขาค่อยๆ คลายลง

หลายปีผ่านไป แต่ Lingyang ไม่อาจลบเลือนความทรงจำอันชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น เขาพบว่าตัวเองคอยตามกลิ่นและรอยเท้าของพวกมัน จนมาถึงดินแดนที่ไม่คุ้นเคย จินโจว

เขายืนอยู่บนหน้าผาพลางจ้องมองไปยังที่อยู่อาศัยสุดคึกคักของสิ่งมีชีวิตแปลกตาอยู่ไกลๆ เสียงฆ้องและกลองดังก้องทำให้เขาตกใจ จนได้เห็นว่าพวกมันกำลังรวมตัวกันที่ประตูเมือง

ใจของ Lingyang พองโตด้วยความสุขเมื่อได้ชมท่วงท่าที่มีชีวิตชีวาและคุ้นเคยปรากฏขึ้นเบื้องหน้า นักเชิดสวมหัวสิงโตดูแปลกตาคนนั้นปลุกเร้าบางสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในตัวเขา เป็นความรู้สึกที่หยั่งรากลึกในสายเลือดที่เขาตามหามาตลอดชีวิต

หลังตัดสินใจเข้าร่วมกับสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดเหล่านี้ Lingyang ทุ่มเทแรงกายและทนต่อความเจ็บปวดเพื่อไล่ตามเป้าหมายที่แสวงหามานาน แต่ความมุ่งมั่นของเขาก็ไม่เคยสั่นคลอน
วันแห่งการขนานนาม
ตั้งแต่เข้าร่วมกับคณะเชิดสิงโตLingyang มักปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความกระตือรือร้น หวังว่าตัวเองจะเป็นเหมือนเปลวไฟที่คอยขจัดความกลัวให้กับผู้คนรอบตัว แต่ชะตากรรมก็กลับพลิกผันเมื่อ Lingyang ค้นพบว่าพลังเรโซแนนซ์ของตนเกี่ยวข้องกับน้ำแข็งเย็นยะเยือก

"แต่ไม่มีใครชอบอากาศหนาว" เขาคิด "ถึงแม้จะรอดจากความหนาวมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ฉันก็ยังกลัว แล้วฉันจะใช้พลังนี้ช่วยคนอื่นเอาชนะความกลัวได้ยังไง"

ความหงุดหงิดพาให้ Lingyang กลับไปที่ลานฝึก เขาร่ายรำตามจังหวะบนเสาดอกเหมย ราวกับพยายามระบายความปั่นป่วนในใจ

ตรงนั้นเองที่อาจารย์ของเขาเดินเข้ามา สัมผัสได้ถึงความทุกข์ของ Lingyang จึงบอกให้เขาพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา

"ฮ่าๆ เข้าใจแล้ว จริงสิเจ้าหนู เธอยังไม่มีชื่อใช่ไหม" อาจารย์ถาม

"ชื่อเหรอ จำเป็นต้องมีด้วยเหรอ" Lingyang ตอบ

"สำหรับมนุษย์อย่างเรา ชื่อน่ะสำคัญนะ ชื่อแฝงไปด้วยความคาดหวังและความปรารถนาดีจากพ่อแม่ แต่เธอจะทำให้ได้ตามนั้นหรือฝ่าฝืนไปทำอย่างอื่นก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง" อาจารย์อธิบายต่อ "ในเมื่อเธอจำอดีตไม่ได้ และเราก็หาพ่อแม่ของเธอไม่เจอ เธอก็ลองเลือกชื่อตัวเองดูไหม เจ้าหนู อยากเป็นคนแบบไหนในอนาคตล่ะ"

"คนแบบไหนเหรอ" Lingyang ถาม อาจารย์จึงอธิบายใหม่ว่า "ตอนนี้เธออยากทำอะไรที่สุด"

"อ๋อ! ฉันอยากขึ้นไปยืนบนเสาดอกเหมยที่สูงที่สุดในโลก! สูงกว่าดวงอาทิตย์เลย!"

"ฮ่าๆ ฝันไกลเชียว! แต่คนที่ยืนใกล้ดวงอาทิตย์เกินไปอาจจะโดนไฟไหม้และละลายได้นะ รู้หรือเปล่า"

"อืม... ก็น่าปวดหัวอยู่นะ แต่ฉันไม่กลัว! ฉันอยากมอบความสงบสุขให้ทุกคน แล้วก็! ฉันอยากเป็นคนที่ให้ความอบอุ่นและความกล้าแก่คนอื่นด้วย! ถ้าดวงอาทิตย์ละลายฉัน ฉันจะร้อนแรงกว่าดวงอาทิตย์แล้วละลายมันก่อนเลย!"

"ฮ่าฮ่า ทะเยอทะยานมากเลยนะ งั้นชื่อ 'Lingyang' ดีไหม ชื่อนี้สะท้อนความทะเยอทะยานของเธอที่จะเอาชนะดวงอาทิตย์ ที่เราเรียกกันว่า 'หยาง' น่ะ"

"ตอนนี้เธอมีชื่อแล้ว แปลว่าเธอเป็นอิสระตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะถือว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเธอก็ได้นะ"

"วันเกิดเหรอ คืออะไรน่ะ"

"วันเกิดเป็นวันที่มนุษย์ใช้นึกย้อนถึงกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่านและความไม่จีรังของชีวิต ที่สำคัญกว่านั้น ยังเป็นวันที่เราเฉลิมฉลองการเกิดมาของเรา และขอบคุณสำหรับสิ่งมหัศจรรย์ที่พบเจอตลอดเส้นทางการเติบโต"

"ถ้างั้น..."

"สุขสันต์วันเกิดนะ Lingyang !"

ทันใดนั้น เหล่ารุ่นพี่ร่วมคณะของ Lingyang ก็มายืนอยู่ข้างๆ พร้อมตะโกนเรียก "Lingyang" พร้อมกัน

"หลิง... หยาง..."

Lingyang พูดทวนของขวัญล้ำค่าที่สุดในชีวิตนี้ในใจอย่างเงียบๆ เขาพึมพำเบาๆ เหมือนกำลังครุ่นคิดถึงความหมายอันลึกซึ้งด้วยหัวใจที่เต้นแรง Lingyang สัญญาในใจอย่างเงียบงันว่าจะตอบแทนความคาดหวังที่แฝงอยู่ในชื่อของเขาและจะปกป้องคนที่เขารัก

สักวันหนึ่ง การปรากฏตัวของเขาจะละลายหัวใจที่เย็นชาและนำความอบอุ่นสู่ชีวิตผู้คน ราวกับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงออกมาจากหลังเมฆครึ้ม

Lingyang เส้นเสียง

ความในใจ - 1
ขนาดไม่ใช่ทุกอย่างหรอกนะจะบอกให้ ถึงฉันจะดูตัวเล็กแบบนี้ แต่ฉันก็มีแรงเยอะพอที่จะทำงานใช้แรงได้ทุกอย่างแบบสบายๆ เลย! เมื่อใดที่คุณต้องการคนช่วย ก็แค่บอกฉันได้เลยนะ! ฉันพร้อมช่วยเสมอ!
ความในใจ - 2
สงสัยเรื่องผ้าพันแผลพวกนี้เหรอ ส่วนใหญ่ได้มาตอนซ้อมเชิดสิงโต ส่วนที่เหลือก็ อืม ได้มาจากตอนไปสู้กับพวกข้างนอกนั่นน่ะ แล้วผ้าพันแผลที่ข้อมือของคุณล่ะ ได้มาจากตอนสู้เหมือนกันเหรอ ถ้าฉันปกป้องคุณได้ก็คงดี... บอกเลยว่าฉันยอมเจ็บเองทุกครั้งดีกว่าต้องมาเห็นใครโดนทำร้ายนะ
ความในใจ - 3
คำพูดมีพลังอันน่าเหลือเชื่อ ในหวงหลง เราเชื่อกันว่าคำพูดอาจกลายเป็นจริงได้ แล้วถ้าขนาดเรื่องขำขันยังมีโอกาสเป็นจริงได้ แล้วทำไมคำอธิษฐานกับคำอวยพรดีๆ จะเป็นจริงไม่ได้ล่ะ เพราะอย่างนี้ เราก็เลยควรพูดความคิดดีๆ ออกมาดังๆ ใครจะไปรู้ บางทีเบื้องบนอาจกำลังรับฟังและยินดีช่วยให้เราสมความปรารถนาก็ได้นะ ฉันก็เลยกล่าวคำอวยพรให้กับทุกคนอยู่ตลอดเท่าที่ทำได้น่ะ
ความในใจ - 4
ฉันหวังว่าจะได้มีโอกาสพาคุณไปเห็นบ้านเกิดของฉัน แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมแล้ว บัดนี้ได้กลายเป็นสนามทาเซ็ต ไม่มีชีวิตชีวาและความสุข ฉันชอบอยู่ในที่ที่มีชีวิตชีวา พบเจอกับความร่าเริงและเรื่องน่าตื่นเต้น แต่สักวันหนึ่ง เมื่อเราก้าวข้ามอาดูรการณ์และนำพาความงดงามกลับคืนสู่ผืนดินแห่งนี้ได้ ฉันจะพาคุณไปนะ คุณจะได้เห็นต้นไม้สูงตระหง่าน หิ่งห้อยส่องแสงระยิบระยับ และแม่น้ำที่เปล่งประกายไปด้วยแสงดาว... ใช่ เราจะต้องได้เห็นวันนั้น...
ความในใจ - 5
ถึงตอนนี้ฉันจะไม่กลัวที่จะให้คนอื่นเห็นร่างที่แท้จริงแล้วก็เถอะ แต่... ฉันว่าฉันก็ยังดูแตกต่างจากคนอื่นอยู่ดีนั่นแหละ แล้วก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ บางทีฉันก็แค่อยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยนะ แต่พวกเขากลับนึกว่าฉันจะไปข่วนหรือทำอะไรซะงั้น... เอ่อ ว่าแต่คุณล่ะ ผู้พเนจร คุณว่าฉันดูน่ากลัวหรือเปล่า
งานอดิเรกของ Lingyang
ฉันชอบมองดูผู้คน การได้เห็นผู้คนมากหน้าหลายตาที่มีพื้นเพแตกต่างกันไปเข้ามาชมเชิดสิงโตเป็นอะไรที่วิเศษมาก แต่ละคนก็มีเรื่องราวและบุคลิกต่างกันไป... ฉันว่าผู้คนก็เหมือนกับ แบบว่า... เรียกว่าใบไม้ได้ไหมนะ ฉันไม่เคยเห็นใบไม้ที่เหมือนกันเลย ทุกใบล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนคุณผู้พเนจรเอง ฉันก็อยากจะรู้เรื่องราวของคุณให้มากขึ้นจริงๆ นะ... เล่าให้ฟังอีกได้ไหม นะนะ
ความกังวลของ Lingyang
"ฟังเสียงกลองแล้วเคลื่อนตัวไปตามทำนอง" เขาบอกมาแบบนั้น เชิดสิงโตไม่ได้มีท่วงทำนองให้เคลื่อนตัวแบบแน่ชัด แต่จะต้องขยับตัวให้เข้ากับเสียงดนตรีได้อย่างเหมาะเจาะ ทุกคนในคณะเชิดสิงโตของเราต้องเรียนทั้งการเชิดสิงโตกับคุณอู่ฟางและเรียนการตีกลองกับคุณชีซิง ขอบอกเลยว่า ฉันไม่เก่งเรื่องกลองเลย การจับจังหวะเป็นเรื่องยากทุกครั้ง แต่พอไปเรียนเชิดสิงโต ฉันก็ทำผลงานได้ดีขึ้น แต่ฉันชอบสับสนเรื่องการเคลื่อนตัวและลืมขยับตามจังหวะ... ดีนะที่ฉันยังทำผลงานออกมาได้ดี เพราะมีเพื่อนๆ ในคณะคอยช่วยปรับจังหวะการตีกลองให้เข้ากับท่วงทำนองของฉัน ก็อย่างที่นายท่านชอบบอกแหละ ฉันเป็นตัวอย่างที่ดีเลยของคนที่ "เก่งบางเรื่อง แต่เรื่องอื่นก็ไม่ไหวเลย"
อาหารที่ชอบ
เนื้อย่างต้องแบบมีเดียมแรร์สิ เนื้อนุ่มๆ ที่มีกลิ่นเครื่องเทศสูตรลับนิดๆ... อื้มม อร่อยสุดๆ! เชื่อฉันสิ เรื่องนี้ฉันรู้ดีเลย คุณเคยลองเนื้อย่างเสียบไม้ "มีเดียมแรร์" ในจินโจวหรือยัง ฉันนี่แหละอัจฉริยะที่อยู่เบื้องหลังเมนูนั้น ตอนนี้ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยนะ!
อาหารที่ไม่ชอบ
หืม... ที่คุณพูดก็มีเหตุผลนะ แล้วถ้าเป็นผักย่างล่ะ รสชาติมันจะดีขึ้นบ้างไหม
อุดมคติ
การเชิดสิงโตน่ะเป็นประเพณีเกี่ยวกับการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ปกป้องโชคลาภ แล้วก็เรียกความเป็นสิริมงคล ฉันอยากจะเป็นนักเชิดที่เก่งที่สุดเพื่อสืบสานประเพณีนี้ต่อไป ท่านอาจารย์คอยเตือนฉันเสมอว่าอย่าตั้งเป้าไว้สูงเกินไปจนทำไม่ไหว ฉันรู้ว่าหนทางสู่การเป็นสุดยอดฝีมือมันยังอีกยาวไกล แต่ตราบใดที่ฉันยังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงจากเสาหนึ่งไปอีกเสาหนึ่ง เหมือนที่เราทำกันตอนแข่งขัน ไม่ว่าเป้าหมายมันจะดูสูงหรือไกลแค่ไหน ฉันมั่นใจว่าจะต้องไปถึงได้แน่นอน
พูดคุย - 1
ทำไมฉันถึงพกหัวสิงโตนี้ติดตัวตลอดน่ะเหรอ คือตอนที่ฉันมาถึงจินโจวใหม่ๆ ฉันไม่กล้าถอดมันออกเลยน่ะ ฉันไม่อยากให้ใครเห็นว่าฉันดูแตกต่างจากคนอื่น การสวมหัวสิงโตไว้ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย เหมือนได้ซ่อนตัวตนแล้วก็มีสมาธิกับการเชิดอย่างเดียว บางทีตอนนั้นฉันอาจจะคิดว่า มีแค่ตอนที่สวมหัวสิงโตเท่านั้นแหละที่ฉันจะได้เป็นตัวเองจริงๆ โดยไม่ต้องโดนใครตัดสิน
พูดคุย - 2
ไม่รู้ทำไมนะ แต่ดูเหมือนคนจะสนใจหางของฉันเป็นพิเศษเลย บางทีพวกรุ่นพี่ก็ชอบตีกลองเล็กๆ ของพวกเขาให้เข้ากับจังหวะที่หางฉันสะบัดไปมา แต่เอาจริงๆ นะ ฉันไม่รู้วิธีควบคุมมันเลย มันเหมือนกับเป็น... ปฏิกิริยาโต้ตอบมากกว่าอะไรงี้เหรอ เวลาที่ฉันดีใจ อย่างเช่นตอนนี้เลยเนี่ย มันก็จะเริ่มกระดิกไปมาเองเลย
เกี่ยวกับ Jiyan
ในจินโจว ประเพณีเชิดสิงโตเริ่มมาจากการฉลองชัยชนะจากการรบ และทุกวันนี้ เราก็จะเชิดสิงโตก่อนที่ทหารจะออกไปรบ เป็นเหมือนวิธีนำโชคและช่วยปลุกใจ คณะเชิดสิงโตของเราเดินทางไปแสดงที่ค่ายทหารต่างๆ มาหลายภูมิภาค ฉันยังจำตอนที่นำแสดง "นักเชิดสิงโต" ก่อนออกรบเป็นครั้งแรกได้ไม่ลืม ตอนนั้นฉันประหม่าและทำอะไรพลาดไปทั่ว แต่แม่ทัพ Jiyan ก็ไม่โกรธฉันเลย เขาให้กำลังใจฉันได้มากเลยจริงๆ ท่านแม่ทัพไม่ได้ดูเข้มงวดอย่างที่คนทั่วไปเห็นเลย ก็เลยไม่แปลกใจว่าทำไมบรรดาทหารถึงเคารพเขามากๆ... เป็นคนที่เข้มแข็งและใจดีจริงๆ
เกี่ยวกับ Jianxin
เชิดสิงโตเป็นการผสมผสานศิลปะการต่อสู้เข้ากับการเคลื่อนตัว มีต้นกำเนิดมาจากการต่อยมวยและศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมในหวงหลง โดยเน้นการเคลื่อนเท้าที่ว่องไวและท่าทางที่ทรงพลัง คุณ Jianxin ได้ฝึกฝนมวยเฟิงอี ซึ่งแม้จะต่างจากการเชิดสิงโตโดยสิ้นเชิงแต่ก็ดูน่าประทับใจไม่ต่างกัน ฉันเคยเห็นคุณ Jianxin จัดการชายเจ็ดคนได้ง่ายๆ ในหมัดเดียวด้วย! มวยเฟิงอีนี่สุดยอดจริงๆ สมคำร่ำลือที่ว่า "ใช้ความอ่อนช้อยเอาชนะความแข็งแกร่ง"
เกี่ยวกับ Taoqi
กลองเจ็ดดาราส่งเสียงก้องกังวานไปทั่ว ว่ากันว่าเสียงนี้ช่วยปัดเป่าวิญญาณร้ายและอสูรให้หายไป ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนหลับคาเสียงดังแบบนี้ได้ จนได้เจอสาวผมชมพูนามว่า Taoqi ... เหมือนเธอจะเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาดินแดนในกระทรวงการพัฒนา หากต้องทำหน้าที่ปกป้องดินแดนในเมืองจินโจว ฉันก็คงเหนื่อยเหมือนกัน... บางทีเธออาจจะเหนื่อยจากงานเกินไปก็ได้นะ หวังว่าเธอจะได้พักผ่อนเต็มที่บ้างนะ
เกี่ยวกับ Yuanwu
ลุง Yuanwu เก็บแมวจรมาเลี้ยงที่ค่ายมวยของเขาหลายตัวแล้ว ฉันมักเอาปลาไปให้เป็นการขอบคุณที่เขาช่วยสอนมวยให้ ฉันก็สงสัยนะว่าแมวพวกนี้กำลังเรียนรู้ "หมัดอัสนีสะท้าน" ของเขาอยู่หรือเปล่า บางทีฉันอาจจะได้แรงบันดาลใจจากเรื่องนี้ก็ได้นะ แต่ว่าก็ว่าเถอะ ปลาแห้งของลุง Yuanwu น่ะอร่อยสุดๆ ไปเลยล่ะ
เกี่ยวกับ Mortefi
คุณ Mortefi ชอบทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตลอด แต่อย่าเพิ่งไปตัดสินเขาล่ะ จริงๆ แล้วเขาเป็นเด็กตัวใหญ่ใจดี เป็นคนอัจฉริยะที่ประดิษฐ์ของเล่นสนุกๆ พวกนั้นให้เด็กๆ ในเมืองจินโจวล่ะ แถมยังคิดสินค้าน่าสนใจให้กับคณะเชิดสิงโตของเราด้วย ถ้าคุณอยากขอความช่วยเหลือจากเขาละก็ บอกเขาได้เลยไม่ต้องลังเล แค่ขอแบบสุภาพหน่อย เดี๋ยวเขาก็ช่วยเองแหละ!
เกี่ยวกับ Chixia
Chixia เหรอ อ๋อ หมายถึงคู่แข่งอันดับหนึ่งของฉันสินะ ฉันไม่ยอมให้เธอเด่นกว่าฉันอีกแน่... ทำไมน่ะเหรอ ก็เรากำลังแข่งกันอยู่น่ะสิ ว่าใครจะช่วยเหลือผู้คนได้มากกว่ากัน!
เกี่ยวกับ Yangyang
ฉันชอบเสียงร้องเพลงของ Yangyang มากเลย! ฉันพยายามชวนเธอให้มาร้องเพลงที่โรงละครของเราตั้งหลายครั้ง แต่เธอก็เอาแต่ปฏิเสธ... บอกว่าอายที่จะร้องต่อหน้าคนเยอะๆ ฉันไม่เข้าใจเลย! มันก็เหมือนกับการเชิดสิงโตนั่นแหละ แค่เราเดินก้าวแรกออกไปได้ เดี๋ยวที่เหลือมันก็เข้าที่เข้าทางเอง!
เกี่ยวกับ Baizhi
อสูรเศษเสี้ยวความถี่ที่อยู่กับ Baizhi... เรียกว่าYou'tanใช่ไหมนะ ฉันเคยคิดว่าน่าจะเข้าได้กับฉัน เสียดายจัง ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ นะ...
คำอวยพรวันเกิด
สุขสันต์วันเกิด! ขอให้ชีวิตของคุณเต็มไปด้วยความสุขและความยินดี ในตอนที่ไล่ตามความฝันและก้าวไปสู่จุดที่สูงขึ้น ขอให้ความสุขตามติดไปทุกที่ที่ไป ขอให้การเดินทางของคุณเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมไปเลย! อิอิ ฉันเตรียมการเชิดสิงโตแบบพิเศษไว้เพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ! วันนี้พอจะมีเวลาอยู่กับฉันอีกสักหน่อยไหม เพราะการแสดงนี้มันอาจจะยาวนิดหน่อยน่ะ
ขณะยืนรอ - 1
บรู๋ววว สิงโตมาแล้ว! ชัยชนะในการแข่งขันเก็บพืชใบเขียวปีนี้ต้องเป็นของฉัน!
ขณะยืนรอ - 2
วอร์มอัปเสร็จแล้ว พร้อมขึ้นเวที!
ขณะยืนรอ - 3
หืม เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงอะไรแว่วๆ พอไม่ได้ยินเสียงกลองแล้วมันรู้สึกแปลกๆ แฮะ...
คำแนะนำตัว
สวัสดี! ฉันชื่อ Lingyang นะ ฉันว่าคุณอาจจะคุ้นภาพฉันในฐานะ "นักเชิดสิงโต" บนเสาสูงมากกว่าใช่ไหม ไว้เราไปไหนมาไหนกันนะ ฉันอยากให้คุณจำภาพของฉันแบบที่ไม่ได้สวมหัวสิงโตมากกว่า
ทักทาย
ทักทายเปิดการแสดง สิ่งชั่วร้ายจงหายไป ขอให้ทุกคนปลอดภัยไร้กังวล!
เข้าร่วมทีม - 1
หืม จะไปไหนเหรอ ฉันไปด้วยคนสิ!
เข้าร่วมทีม - 2
ชู่ว... ฉันแอบหนีออกมาน่ะ สัญญานะว่าจะไม่เอาไปบอกใคร
เข้าร่วมทีม - 3
ขอให้เป็นการเดินทางที่ปลอดภัยนะ
เลื่อนขั้น - 1
เยี่ยม! นั่นแหละท่าใหม่ของฉัน!
เลื่อนขั้น - 2
ในเมื่อมีคุณมาช่วยแล้ว ก็จะอู้ไม่ได้อีกต่อไป! ฉันต้องฝึกให้หนักขึ้น
เลื่อนขั้น - 3
ที่เขาว่ากันว่า "เหนือภูเขายังมีโลกที่กว้างใหญ่กว่า" มันเป็นแบบนี้นี่เอง... ขอบคุณนะ ผู้พเนจร! ถ้าไม่มีคุณฉันคงมาได้ไม่ไกลขนาดนี้ ตอนนี้ฉันพร้อมที่จะท้าทายเสาดอกเหมยที่สูงขึ้นไปอีกแล้วล่ะ
เลื่อนขั้น - 4
ท่านอาจารย์เคยบอกฉันไว้ว่า ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน ก็อย่าได้สูญเสียความเคารพต่อ "เสาที่สูงที่สุด" เป็นอันขาด เพราะมันจะมีคนที่เก่งกว่าและมีเรื่องให้เรียนรู้อีกเสมอ เราจึงต้องถ่อมตนอยู่ตลอดเวลา ฉันจะฝึกฝนตัวเองต่อไปโดยยึดมั่นความเคารพนี้ไว้ในใจ อีกอย่าง ก็มีคนเก่งๆ ที่ฉันอยากจะตามให้ทันอยู่ตรงหน้าฉันนี่แล้วด้วย
เลื่อนขั้น - 5
ตำนานว่ากันว่า เชิดสิงโตเกิดจากปราชญ์ยุคโบราณ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการเคลื่อนตัวของหมู่ดาวบนท้องฟ้า หากฝึกฝนจนเชี่ยวชาญถ่องแท้ ก็จะช่วยให้ดึงพลังจากผืนโลกเพื่อสร้างคอสมอสขนาดเล็กขึ้นภายในร่างกายได้ ...ฉันว่าตัวเองในตอนนี้ก็เข้าใจเรื่องนี้คร่าวๆ บ้างแล้วล่ะ แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องศึกษาอีกมาก แต่อย่างน้อยก็ปกป้องคุณได้ดีขึ้นแล้วนะ
โจมตีปกติ - 1
อาจจะเจ็บหน่อยนะ
โจมตีปกติ - 2
รับไปซะ!
โจมตีปกติ - 3
เอื้อ!
โจมตีปกติ - 4
ได้เวลาโชว์ลีลาบนเสาสูงแล้ว!
โจมตีปกติ - 5
พรจากสวรรค์!
โจมตีปกติ - 6
ตีกลองให้พร้อม เตรียมออกลวดลาย!
โจมตีกลางอากาศ - 1
ระวัง!
โจมตีกลางอากาศ - 2
เป็นไงล่ะ?
โจมตีกลางอากาศ - 3
ฮ่า—!
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
มีสมาธิหน่อย!
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
สิ่งชั่วร้ายจงหายไป!
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
อย่ากระพริบตานะ!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
นี่คือ... ฉากปิดของฉัน!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
เสียงกลองกึกก้อง โชคร้ายจงหมดไป!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
สิงห์คำราม ปิศาจสลาย!
หลบหลีกสำเร็จ - 1
อุ๊ย เกือบไปแล้ว
หลบหลีกสำเร็จ - 2
ไม่ใช่วันนี้หรอกเพื่อน!
หลบหลีกสำเร็จ - 3
ชิลๆ
จู่โจมสวนกลับ - 1
ก็ไม่แย่นะ
จู่โจมสวนกลับ - 2
ถึงตาฉันบ้างแล้ว
จู่โจมสวนกลับ - 3
มาเลย จัดมาหนักๆ!
ถูกโจมตี - 1
...ไม่เห็นเจ็บเลย
ถูกโจมตี - 2
*เสียงออกแรง*
ถูกโจมตี - 3
*เสียงออกแรง*
ถูกโจมตี - 4
แย่ละ!
ถูกโจมตี - 5
อุ๊บส์!
ถูกโจมตี - 6
*เสียงออกแรง*
บาดเจ็บ - 1
*คราง* หมดเวลาเล่นแล้วสินะ
บาดเจ็บ - 2
คุณปลอดภัยนะ
บาดเจ็บ - 3
ฉันจะ... ไม่ยอมแพ้...
หมดสติ - 1
เสียงกลอง... ยังดังอยู่...
หมดสติ - 2
ขาฉัน... หนักอึ้งเลย...
หมดสติ - 3
การแสดง... จบแล้วเหรอ
อัญเชิญเอคโค่
บรู๋วว!
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
มาเล่นซ่อนแอบกันเถอะ!
สกิลอินโทร - 1
ถึงเวลาฉันโชว์แล้ว!
สกิลอินโทร - 2
ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจัดการเอง!
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
*ฟุดฟิด* กลิ่นเหมือนมีอันตรายเลย...
เครื่องร่อน
ว้าว ชอบที่สูงจังเลย
สลิง
*เสียงออกแรง*
เซนเซอร์
เจอแล้ว!
พุ่งตัว
ก้าวย่างดั่งสายลม
วิ่งไต่กำแพง
เคลื่อนไหวดั่งสายฝน
หีบเสบียง - 1
เงินทองไหลมา เทมา!
หีบเสบียง - 2
ความพยายามของเราเห็นผลแล้ว!
หีบเสบียง - 3
พอโชคเข้าข้างแล้วเนี่ย ไม่มีอะไรมาหยุดได้เลย!