GenshinBuilds logo
ข้อมูล

Phoebe

Phoebe VA

ชาวจีน: Fu Tingyun
ญี่ปุ่น: Hondo Kaede
เกาหลี: Lee Bo Yong
ภาษาอังกฤษ: Rebecca LaChance

Phoebe รายงานการสอบ Forte

พลังกำทอน

แสงแห่งคำอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์

รายงานการประเมินเสียงสะท้อน

[Excerpt of Letter of Recommendation from the Order Orphanage] ทันทีที่ฉันเห็นสัญลักษณ์ทาเซ็ตที่ส่องแสงอยู่ที่ด้านบนต้นขาซ้ายของเธอ ฉันก็รู้ทันทีว่านี่คือพรจากImperator ...พลังเรโซแนนซ์ของเธอทำให้เธอสำแดงแสงสว่างออกมา โดยหักเหแสงนั้นให้กลายเป็นรูปทรงปริซึมหลากหลายแบบได้ แม้ในค่ำคืนที่มืดมิดที่สุด เมื่อพายุได้พัดพาแสงอื่นๆ ทั้งหมดให้ดับลง เธอก็ยังคงเติมเต็มทุกห้องด้วยแสงที่นุ่มนวลและสว่างไสว แสงที่ให้ความรู้สึกปลอบประโลมจนสามารถสื่อถึงแก่นแท้ของความหวังได้แม้ในยามที่มืดมนที่สุด ดังที่เขียนไว้ใน "หลักแห่งห้วงสมุทร" แสงเช่นนั้นย่อมมีอยู่ในใจเธอเสมอ เป็นสัญญาณของการอุทิศตัวอย่างไม่ย่อท้อของเธอ... *บันทึกนี้ถูกโอนย้ายจากบ้านเด็กกำพร้าไปยังคลังข้อมูลของภาคีเร้นสมุทร เรามีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าพลังเรโซแนนซ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ของนักบวชผู้ช่วย Phoebe นั้นมีต้นกำเนิดมาจากศรัทธาอันแน่วแน่ในเทพเจ้าของเธอ ความศรัทธานี้แสดงให้เห็นผ่านความผูกพันระหว่างเธอกับ "เอคโค่" ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวได้ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจที่เหล่าผู้ศรัทธาบางส่วนมีต่อเธอ การมีส่วนร่วมอย่างจริงจังของเธอในงานการกุศลทำให้เธอได้รับการยอมรับเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้นเราจึงลงมติเป็นเอกฉันท์มอบตำแหน่งนักบวชฝึกหัดให้แก่เธอหลังจากช่วงฝึกหัด อย่างไรก็ตาม มีบางคนในภาคีเชื่อว่าความใกล้ชิดของเธอกับเอคโค่นั้นขัดต่อหลักคำสอนของภาคี พรจากผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์จะต้องถูกแบ่งปันอย่างเท่าเทียมกัน เพราะความรักของเซนติเนลที่มีต่อผู้คนนั้นเป็นกลางและปราศจากความลำเอียง การอยู่ใกล้ชิดกับผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์มากเกินไปอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่แนะนำให้เธอได้รับการแต่งตั้งเข้าสู่โถงแห่งทาส และเชื่อว่าการโอนย้ายเธอไปยังกระทรวงพิธีศักดิ์สิทธิ์จะเป็นการตัดสินใจที่รอบคอบที่สุด...

รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก

[ภาคีเร้นสมุทร - Ministry of Holy Rituals Records] กราฟคลื่นของเรโซเนเตอร์ Phoebe แสดงให้เห็นความแปรปรวนเป็นรูปวงรี รูปแบบขอบเขตเวลามีความเสถียร และสังเกตไม่พบสัญญาณของความแปรปรวนที่ผิดปกติ ผลการทดสอบอยู่ในช่วงเฟสที่ปกติ ค่าวิกฤตเรโซแนนซ์: ค่าวิกฤตโอเวอร์คล็อกค่อนข้างสูง ความถี่ของเรโซเนเตอร์ Phoebe แสดงให้เห็นความเสถียรสูงโดยมีความเสี่ยงต่อการโอเวอร์คล็อกต่ำ บันทึกแสดงว่าไม่มีประวัติการโอเวอร์คล็อก นักบวช Phoebe ยึดมั่นในคำสอนเรื่อง "ความเงียบ" และ "การยับยั้งชั่งใจ" มาโดยตลอด ทำให้ความเสถียรของเธอไร้ผู้ใดเทียมทานในหมู่เพื่อนๆ การสังเกตการณ์พบว่าพลังเรโซแนนซ์ของนักบวช Phoebe จะสร้างความถี่ที่เสถียร ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเอคโค่และอสูรเศษเสี้ยวความถี่ นอกจากนี้ มนุษย์ก็อาจได้รับผลกระทบในระดับหนึ่งเช่นกัน โดยจะสัมผัสได้ถึง "การรักษา" ในระดับจิตวิญญาณ ความสามารถนี้ทำให้เธอมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในบทบาทที่ต้องใช้การปลอบโยนและการไกล่เกลี่ย *โน้ตล่าสุด: ตรวจพบความแปรปรวนเป็นรูปฟันเลื่อยในช่วงสั้นๆ ในรูปแบบคลื่นปกติของนักบวช Phoebe ยังไม่เห็นความผิดปกติในขณะนี้ แต่แนะนำให้เฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง และให้ความใส่ใจเพิ่มขึ้นหากจำเป็น

Phoebe รายการหวงแหน

เวลาที่ถูกแช่แข็ง
เวลาที่ถูกแช่แข็ง
จี้ล็อกเกตที่ Phoebe พกติดตัว ดัดแปลงจากนาฬิกาพกเก่า ภายในมีรูปถ่ายครอบครัว มันเคยสูญหายไปในก้นทะเลระหว่างเหตุเรืออัปปาง แต่ด้วยการตามหาอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยของเหล่าเพื่อนผู้ใจดี ในที่สุดก็ได้จี้ล็อกเกตกลับคืนมา "ในคลื่นแห่งกาลอันแสนสั้น... ในละอองสายน้ำอันงดงามของท้องทะเลและในแสงสว่าง ยังมีถ้อยคำที่ฉันอยากจะบอกคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
"ทูตส่งสาร"
"ทูตส่งสาร"
ของที่ระลึกทำมือจากดินแดนโพ้นทะเล คือสิ่งเดียวที่ Phoebe เก็บไว้ได้เมื่อทรัพย์สินครอบครัวถูกขายไปหมด ในเรื่องราวก่อนนอนที่เธอเคยเชื่อว่าจะไม่มีวันจบลง มีนกสีครามตัวหนึ่ง ผู้ส่งสารของเทพเจ้า มันมีพลังในการฝ่าพายุและนำความสุขมาสู่เด็กหญิงตัวน้อยที่ต้องอดทนกับความเหงาทุกค่ำคืนก่อนหลับใหล
วิสัยทัศน์อันไกลโพ้น
วิสัยทัศน์อันไกลโพ้น
คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์แห่งห้วงสมุทรฉบับเก่าอันซีดจางเล่มหนึ่ง ซึ่งถูกเย็บด้วยมือโดยแม่ผู้เปี่ยมด้วยความรักและศรัทธา นักบวชที่ตั้งใจเดินบนเส้นทางอย่างเหมาะสมควรศึกษาเนื้อหาของคัมภีร์นี้อย่างแตกฉาน และยึดคำสอนของเซนติเนลไว้ในหัวใจเสมอ Phoebe เองก็ยึดมั่นคำสอนนั้นเสมอ เพียงแต่หากจะพูดตามจริง เธอกลับชอบสีของท้องฟ้ามากกว่าสีของท้องทะเล "คัมภีร์บอกว่าความทุกข์ทรมานจะนำพาเราให้ใกล้ชิดเทพเจ้ายิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น แม่ก็ยังหวังให้ลูกมีชีวิตที่สงบสุขและเปี่ยมด้วยความสุขนะ ลูกรัก"

Phoebe เรื่องราว

หนึ่งวันในชีวิตของนักบวชฝึกหัด
ในบ่ายธรรมดาๆ วันหนึ่ง ถนนรากูนน่าที่แสนกว้างคลาคล่ำไปด้วยผู้คนและมีชีวิตชีวากว่าหลายปีที่ผ่านมา

งานคาร์นิวัล ผู้ที่ผู้คนเฝ้ารอคอยมาอย่างเนิ่นนานกำลังจะกลับมา ข่าวนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วรากูนน่า และยังสะพัดไปถึงอีกฝั่งทะเลอันห่างไกล หลายวันที่ผ่านมานี้ นักเดินทางจากทั่วสารทิศแห่งต่างปรากฏตัวขึ้นในเมือง แม่จะยังไม่ถึงเวลามื้อเย็น ทรัตโทเรีย มาร์เกริตา ก็แน่นขนัดไปด้วยผู้ที่อยากจะลิ้มรสอาหารเสียแล้ว

ไวน์ชั้นเลิศของรากูนน่านั้นดึงดูดใจพอๆ กันกับข่าวชวนตะลึง ไวน์น้ำดอกไม้มีพลังจะกล่อมให้คนหลับฝันหวานได้ แม้ว่าการดื่มมากไปจะพาให้มีเรื่องราวอยู่บ่อยครั้งก็ตาม

จากความไม่เห็นพ้องต้องกันเรื่องรสชาติขยายกลายเป็นการถกเถียงอย่างร้อนแรงในเวลาไม่นาน ไม่แน่ว่าอาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้าที่ต้องยับยั้งชั่งใจ หรืออาจเพราะแค่ตอนบ่ายที่ชวนให้ง่วงนอนนี้มันต้องมีอะไรให้เร้าใจเสียหน่อย แต่จะเพราะอะไรก็ช่าง ผู้คนต่างเริ่มมารวมตัวกันเรื่อยเพื่อร่วมถกเถียง

การโต้วาทีค่อยๆ รุนแรงขึ้น จนระเบิดกลายเป็นการแลกหมักเต็มรูปแบบ

ร้านอาหารกลายเป็นสังเวียนไปชั่วขณะ พิซซ่าและของหวานลอยละล่องไปในอากาศ อาหารทะเลกระโจนออกจากจานและตกลงบนหน้าของผู้ที่เดินผ่าน รวมถึงไทยมุงที่แย่งยื้อกันหาที่หลบ แม้หลายคนจะอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองความโกลาหลที่กำลังปรากฏอยู่ตรงหน้า

"ทุกคน! เอ้ย อย่าทำแบบนั้น! จานจะแตกเอานะ! วางช้อนส้อมลงเลย มันอันตรายนะ ได้ยินหรือเปล่า?" เจ้าของร้านตะโกน หางของเธอพองขึ้นขณะกระโดดหย็องๆ ขึ้นลง พลางโบกไม้พายพิซซ่าไปมา ถึงกระนั้นเธอก็กลัวเกินจะกล้าเข้าไปใกล้ความอลหม่านที่ตรงหน้า

ทันใดนั้นเอง ร่างเล็กๆ ก็แหวกฝูงชนออกมา

"ได้โปรด ใจเย็นลงหน่อยเถอะค่ะ!"

ร่างเล็กๆ นั้นแกว่งวาดโค้งกว้างในอากาศด้วยคทาในมือ นกสีทองร่อนลงมาจากท้องฟ้า ราวกับแบกรับน้ำหนักของสรวงสวรรค์เอาไว้ นกนั้นแตะหน้าผากของชายผู้เกรี้ยวกราดทั้งสองอย่างเฉียดๆ ราวกับแมลงปอเฉี่ยวผิวสระน้ำ

ชายทั้งสองที่เพิ่งวิวาทกันเมื่อครู่ก่อนหน้าสงบลงในทันใด ก่อนจะเอาหน้าฟุบหลับลงกับโต๊ะด้วยรอยยิ้มและกรนเบาๆ

"อย่าได้กังวล พวกเขาแค่หลับไปเท่านั้นค่ะ"

นักบวชผมบลอนด์ร่างเล็กเอ่ยขึ้น พลางเก็บคทาเข้าที่ "ถึงอย่างนั้น การทำลายความสงบเรียบร้อยของส่วนรวมเป็นการละเมิดข้อบังคับของภาคี ผู้ที่ทำลายความสงบจะต้องได้รับโทษอันสาสม"

"ความรู้จักประมาณตนคือคุณธรรมที่เซนติเนลประทานให้เรา สิ่งนี้ทำให้ทั้งอาหารและไวน์น้ำดอกไม้เลิศรสยิ่งขึ้น ฉันหวังว่าเหตุการณ์เล็กน้อยนี้จะไม่ทำให้ใครต้องหมดสนุกกับการอยู่ในรากูนน่านะคะ"

ยิ้มของนักบวชฝึกหัดอ่อนโยนและอบอุ่น ขณะที่ความเงียบรอบตัวเธอแผ่กว้างออกไป

เมื่อนักบวชฝึกหัดคนอื่นๆ มาถึงพร้อมกับ La Guardia เหตุวุ่นวายก็ได้จบลงไปก่อนแล้ว

"ใช่ๆ ฉันเห็นกับตาตัวเองเลย! เธอทำให้ผู้ชายตัวใหญ่สองคนนั่นสลบลงไปโดยใช้คทาแตะครั้งเดียว! แล้วจู่ๆ เอคโค่ตุ๊กตาตัวใหญ่ยักษ์ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้มาลากพวกนั้นออกไป! เธอดูยังละอ่อนนะ แต่เราตัดสินหนังสือจากแค่หน้าปกไม่ได้"

ลูกค้าคนหนึ่งซึ่งยังอยู่ช่วยเก็บกวาดหลังความวุ่นวายเล่าเหตุการณ์อย่างตื่นเต้นไม่หยุดปาก

หัวหน้านักบวชฝึกหัดหยิบเทอร์มินัลขึ้นมาเพื่อจะเขียนรายงาน แต่พบว่ามีรายงานถูกส่งไปยังภาคีแล้ว ซึ่งมีทั้งรายละเอียดเหตุการณ์ และสถานที่ของคนทั้งสองที่ถูกนำตัวไปไว้

"งั้นก็แปลว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเหรอ"

"ใช่" นักบวชฝึกหัดเก็บเทอร์มินัลลงอย่างมั่นใจ

"ให้นักบวช Phoebe ดู แลเถอะ เธอรู้วิธีจัดการเรื่องพวกนี้ดีกว่าใคร"
บ้าน
ถึงคุณแคลร์มอนต์

ฉันต้องขออภัยที่ติดต่อมาล่าช้า พอดีฉันมีเรื่องมากมายถาโถมรุมเร้า แต่ฉันจำเป็นต้องแจ้งข่าวร้ายแก่คุณด้วยใจอันหนักอึ้ง ครอบครัวมาริโนผู้เป็นหุ้นส่วนของเราถูกทาเซ็ตดิสคอร์ดโจมตีระหว่างเดินทางไปสหพันธรัฐใหม่ น่าเศร้านักที่พวกเขาไม่รอดชีวิต ขอให้เซนติเนลนำทางวิญญาณพวกเขาไปสู่สุคติ

ส่วนเรื่องค่าสินค้าที่จมทะเลไปนั้นก็เป็นไปตามสัญญาเดิมของเรา ฉันได้เริ่มหักชำระจากทรัพย์สินที่เหลือของตระกูลมาริโนแล้ว แม้จะเป็นวิธีการที่ฉันไม่เต็มใจที่สุดก็ตาม ทั้งฉันและคุณต่างรู้ดีว่าเราลงทุนกับข้อเสนอนี้ไปมากเพียงใด และเมื่อไม่เหลืออะไรให้งอกเป็นกำไรได้อีก ฉันจึงมีหน้าที่แค่พยายามเติมเต็มช่องว่างที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้

คุณคงยังจำ Phoebe ได้ เด็กหญิงผู้โชคร้ายคนนี้สูญเสียพ่อแม่และไม่มีที่ใดให้พึ่งพิง ฉันเองก็ต้องออกเดินทางติดต่อธุรกิจอยู่เสมอ จึงไม่อาจดูแลเธอได้อย่างที่ควร ฉันได้ยินมาว่าคุณมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับญาติห่างๆ ของตระกูลมาริโน จึงหวังกับคุณว่าจะรับเธอไว้ในอุปการะ


ฉันพับจดหมายอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบที่อยู่อีกครั้ง ก่อนจะเคาะประตูซ้ำ

เสียงเคาะซ้ำๆ ได้เชิญชวนสายตาใคร่รู้จากเพื่อนบ้าน แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากด้านใน เด็กหญิงยืนเงียบอยู่ข้างหลังฉัน ก้มหน้าราวคุ้นชินกับเหตุการณ์เช่นนี้

"พวกเขาออกไปเที่ยวพักผ่อนตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วนะ" เพื่อนบ้านที่ผ่านมาเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก "น่าจะยังไม่กลับมาอีกพักใหญ่ๆ"

"เข้าใจแล้วละ ขอบคุณนะ ไปกันเถอะ Phoebe"

ทันทีที่เราหันหลังกลับ ฉันเหลือบเห็นผ้าม่านที่หน้าต่างด้านข้างสะบัดไหวเล็กน้อย ฉันกำมือเล็กๆ ของ Phoebe แน่นขึ้น พาเธอไปจากย่านที่อยู่อันหรูหรา

เมืองรากูนน่าช่างกว้างใหญ่ แต่การหาบ้านในที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฉันลืมไปแล้วว่าเคาะประตูบ้านไปกี่หลัง และกี่ครั้งที่ฉันถูกปฏิเสธ

ตลอดหลายปีที่ทำงานในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉันนั้นชินชากับการถูกปฏิเสธสารพัดรูปแบบแล้ว แต่ฉันรับไม่ได้ที่ Phoebe ต้องเจอสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง เธอยังเด็กเกินไป สิ่งที่เธอต้องการคือบ้านที่อบอุ่น มั่นคง และที่ที่เยียวยาใจได้อย่างสงบ

"พวกเราขอโทษจริงๆ เราเสียใจกับเคราะห์กรรมที่เด็กหญิงคนนี้ต้องเผชิญ แต่คุณก็คงเข้าใจ การรับเลี้ยงเด็กมันมีเรื่องมากกว่าแค่เพิ่มจานอีกใบบนโต๊ะอาหาร นี่คืออย่างน้อยที่สุดที่เราพอจะหยิบยื่นให้ได้ ขอให้คุณโชคดีนะ"

"จดหมายหรือ? อะแฮ่ม ฉันไม่เคยได้รับจดหมายเช่นนั้นเลย อีกอย่าง เด็กคนนี้ไม่ใช่ว่าก็มีบ้านเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วหรอกหรือ? ที่นั่นก็เหมาะสำหรับให้เด็กอยู่ร่วมกับเด็กรุ่นเดียวกันแล้วนะ"

"ฉันได้ยินมาว่าตระกูลมาริโนยังติดค้างหนี้สินอยู่ พวกเราไม่อยากให้เจ้าหนี้มาเคาะประตูถึงบ้าน โปรดเข้าใจเราด้วย"



"อย่าเศร้าไปเลย ซิสเตอร์อิซาเบลลา"

จู่ๆ ไอศกรีมแท่งหนึ่งก็ยื่นมาตรงหน้า กลุ่มของเอคโค่ตัวเล็กๆ ปรากฏรอบตัวฉันโดยไม่รู้ตัว แต่ละตัวถือไอศกรีมและขนมหวานที่สำหรับขายนักท่องเที่ยว พวกมันมุงล้อมรอบฉัน หรือจะพูดให้ถูกคือรอบ Phoebe

"หนูรู้ว่าพวกผู้ใหญ่งานยุ่ง เหมือนพ่อกับแม่ของหนู พวกท่านกลับบ้านดึกตลอดเลย"

ฉันจ้องมองไอศกรีมที่เริ่มละลายอย่างเลื่อนลอย พลางประหลาดใจกับความจริงที่ว่าเด็กตัวเล็กๆ คนนี้กำลังปลอบโยนฉัน

ครอบครัวมาริโนเคยเมตตาช่วยให้สถานเลี้ยงเด็กของเราผ่านพ้นช่วงที่แย่ที่สุดของคลื่นทมิฬได้ แต่ฉันกลับยืนอยู่ตรงนี้ ไร้ซึ่งความสามารถจะหาบ้านอันมั่นคงให้กับลูกสาวของพวกเขา เธอควรได้ยิ้มในอ้อมกอดพ่อแม่ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไร้กังวลต่างหาก

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูอยู่กับทุกคนก็ได้ หนูมีความสุขแล้ว"

ขณะฉันเงียบอยู่นาน เด็กหญิงก็เงยหน้าขึ้น และส่งยิ้มอันบางเบา แต่แทบจะปลอบประโลมได้ หัวใจของฉันถึงกับสั่นไหว

"ทุกคนจะได้อยู่ด้วยกันใช่ไหมคะ? ซิสเตอร์อิซาเบลลา พวกนักบวชบอกเราว่าเซนติเนลเฝ้ามองเราอยู่เสมอ และจะทำให้พวกเราไม่มีวันพรากจากกัน"

เธอเอื้อนเอ่ยคำพูดนั้นด้วยความมั่นใจ สุดท้ายฉันก็ทำได้เพียงสะอื้น กลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วดึงเธอมาแนบชิด

"โอเค ถ้าอย่างนั้นก็กลับกันเถอะ กลับบ้านกัน"
ค่ำคืนที่นับไม่ถ้วน
พายุในค่ำคืนมืดมิดดูท่าราวกับจะดูดกลืนน้ำทุกหยดที่อยู่ในรากูนน่า อสุนีแผดไปทั่วท้องฟ้า ทอดเงาดำโยงใยบนร่างของเด็กหญิงที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม

Phoebe ไม่อาจข่มตานอนได้ ทุกครั้งที่เธอหลับตา เธอจะเห็นท้องทะเลที่ปั่นป่วนและบ้าคลั่ง ที่แห่งนั่นมีเรือลำหนึ่งที่ไม่มีวันกลับบ้าน และเธอก็กำลังจมลงไปพร้อมกับมัน

ในค่ำคืนฝันร้ายเช่นนี้ พ่อของเธอจะแอบสอดจี้ล็อกเกตที่มีภาพของเซนติเนลไว้ใต้หมอน พร้อมบอกเธอว่าเทพเจ้าจะนำทางเธอฝ่าพายุในฝันไปถึงท่าเรืออันปลอดภัย ส่วนแม่ก็จะวางช่อดอกเดซี่ไว้ข้างเตียงและเล่านิทานก่อนนอน แม่มักจะบอกว่าเซนติเนลจะส่งผู้ส่งสารศักดิ์สิทธิ์มาปกป้องเด็กที่กล้าหาญและอ่อนโยนอย่างเธอเสมอ

แต่ในตอนนี้ นักบวชจะแค่ลูบหัวเธอเบาๆ แล้วบอกว่าเธอก็เหมือนเด็กคนอื่นๆ รินาซิตาทุกคนต้องผ่านความทุกข์ยากถึงจะได้รับการอภัยจากเซนติเนลในท้ายที่สุด ครั้งหนึ่ง Phoebe เคยแอบมองผ่านไหล่ของนักบวช และได้เห็นรูปปั้นอันสง่างามของเซนติเนลเป็นครั้งแรก ภาพของหางปลาคดเคี้ยวขนาดมหึมาทำให้เธอตื่นตระหนกไปชั่วขณะ แต่มืออันอ่อนโยนบนไหล่ และเสียงสวดภาวนาอันสงบมั่นคงได้ช่วยคลายความหวาดกลัวในใจเธอ

เธอถูกพาเข้ามาในห้องที่อบอุ่นและสว่างไสว เหล่านักบวชดูแลเธอด้วยความเมตตา แต่ Phoebe รู้ดีว่าพวกเขาคงชอบเด็กที่ไม่ก่อเรื่องราวให้พวกเขามากกว่า

Phoebe พยายามนึกถึงเพลงกล่อมเด็กที่แม่เคยร้อง และพยายามทำให้ท่วงทำนองนั้นดังก้องในหัวเพื่อกลบเสียงพายุที่คำรามอยู่ด้านนอก

แต่ถึงอย่างนั้น เสียงฟ้าคำรามและฝนที่โหมซัดก็ลากเธอกลับไปสู่คืนอันมืดมิดนั้นอีกครั้ง

เธอเคยแอบขึ้นไปบนเรือสินค้าและชะโงกมองผ่านช่องหน้าต่างในห้องเก็บของออกไปยังเส้นขอบฟ้า ใบเรือของพ่อแม่จะปรากฏจากทิศนั้นเวลาที่พวกเขากลับมา แต่เธอไม่อยากรออีกแล้ว ครั้งนี้เธอจะกล้าหาญ และออกไปตามหาพวกเขาด้วยตัวเอง

ทว่าท้องทะเลไม่ได้อ่อนโยนเหมือนที่แม่เล่าในนิทาน เธอเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้ารีบเร่งบนดาดฟ้า เสียงนั้นยิ่งทวีความรุนแรงจนกระทั่งมีเสียงกรีดร้องดังขึ้น ขณะเรือทั้งลำถูกพายุกรรโชกไปมาอย่างรุนแรง เรือเริ่มจมลง

Phoebe ร้องเรียกหาพ่อแม่ แต่คลื่นที่เกรี้ยวกราดดูจะกระซิบตอบเธอว่าพวกเขาจะไม่มีวันกลับมา

สายน้ำเย็นยะเยือกโอบล้อมรอบตัว และในภาพสุดท้ายที่เลือนราง เธอเห็นจี้ล็อกเกตของพ่อหายไปในห้วงลึกมืดของท้องทะเล

เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนชายฝั่งเปียกโชกจนชุ่มถึงกระดูก รอยสัญลักษณ์ทาเซ็ตเปล่งประกายอยู่บนขาของเธอ นักบวชที่พบเธอต่างบอกว่าไม่มีใครรอดจากทะเลที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนั้นได้ ยิ่งเด็กหญิงตัวเล็กๆ ยิ่งไม่มีทาง พวกเขาเชื่อว่านี่คือพรจากเซนติเนล

แต่ Phoebe จำได้อย่างเลือนรางว่ามีบางสิ่งช่วยชีวิตเธอไว้ สัมผัสที่แสนอ่อนโยนดุจสายลมพลิ้วผ่านช่วยประคองเธอขึ้นสู่ผิวน้ำ วางเธอลงอย่างนุ่มนวลบนฝั่ง และบอกกับเธอว่า

อย่ากลัวไปเลย ฉันอยู่นี่แล้ว

มีบางสิ่งดึง Phoebe ออกมาจากความฝัน เธอรู้สึกว่าเตียงขยับเล็กน้อย เหมือนมีบางสิ่งนุ่มขนปุยเข้ามาแทรกข้างกาย มันพาเอาความชื้นจากฝนและกลิ่นดอกเดซี่ติดมาด้วย

Phoebe มองเห็นตากระดุมคู่หนึ่งกับหูอันหย่อนยานและนุ่มนิ่ม มันคือเอคโค่จรจัดที่เธอพบที่ที่พำนักลมกระซิบเมื่อตอนกลางวัน เธอช่วยแก้สายป่านว่าวที่พันตัวมันอยู่และตั้งชื่อให้ว่า Brenno หลังจากนั้น Brenno ก็พาเธอไปพบเพื่อนมากมาย ชวนไปนอนดูเมฆบนเนินเขา คอยซับน้ำตา และยังสานพวงดอกไม้สวยๆ ให้

อย่าเศร้าไปเลย Phoebe

ร่างของตุ๊กตาอบอุ่นและนุ่มนิ่ม ในภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่น Phoebe รู้สึกถึงสัมผัสคุ้นเคยบางอย่างที่คล้ายกับสายลม

เธอซุกหน้าลงในขนนุ่มของตุ๊กตาแล้วค่อยๆ หลับตากลับสู่ห้วงนิทราอันสงบสุขอีกครั้ง
แต่รุ่งอรุณยังคงมาถึงเช่นเคย
เมื่อ Phoebe ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอรู้สึกได้ถึงความชื้นที่หลงเหลืออยู่ตรงหางตา

"ด้วยกรุณาของเซนติเนลวันนี้จึงเป็นอีกวันที่ได้ลุกขึ้นมาเริ่มต้นอย่างสดใส!"

เธอกระโดดลงจากเตียงและเก็บผ้าปูอย่างฉับไว เตียงเล็กๆ ที่เคียงข้างเธอมาตั้งแต่วัยเด็กก็ยังคงคุ้นตาเช่นเดิม Phoebe ตบแก้มตัวเองเบาๆ สองสามทีเพื่อไล่ความง่วงงุนยามเช้า ก่อนจะกระโจนเข้าใส่งานของวันนี้อย่างไม่รอช้า

วันนี้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้น และเธอก็ได้มาช่วยนักบวชพี่เลี้ยงในการเตรียมงาน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอกลับมา นับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนักบวชฝึกหัดผู้ช่วย เมื่อคืนเธอใช้เวลานั่งคุยกับเหล่าพี่น้องบ้านเด็กกำพร้าอยู่นานทีเดียว นั่นคงอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอฝันถึงเรื่องราวในอดีต

ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตอนนี้เธอดูเก่งกาจและเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก เธอจึงไม่อาจทำให้พวกเขาผิดหวังได้

หลังสวดภาวนายามเช้า Phoebe ก็เริ่มจัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นสำหรับงานเลี้ยง ชีวิตของนักบวชฝึกหัดเต็มไปด้วยงานยุ่งแต่เปี่ยมด้วยความหมาย สำหรับเธอ การทำตามแผนที่วางไว้และได้เห็นมันผลิดอกออกผลคือสิ่งที่มอบความเบาและอิ่มเอมใจให้กับเธอ เมื่อถึงยามอาทิตย์ลอยเด่นกลางฟ้า เธอกับนักบวชฝึกหัดคนอื่นๆ ก็ได้เปลี่ยนห้องอาหารธรรมดาให้กลายเป็นสถานที่อันสดใสและมีสีสัน Phoebe จัดเตรียมชาและขนม พลางมองดูเด็กๆ ในชุดที่ซักสะอาดและรีดจนเรียบโดยเหล่าเอคโค่ เด็กๆ พากันวิ่งไปหาอ้อมแขนผู้ดูแลอย่างตื่นเต้นเพื่อรับของขวัญที่ถูกมาห่อเป็นอย่างดี

ภาพอันแสนอบอุ่นนั้นประทับใจจนทำให้ Phoebe เผลอยิ้ม

เธอหวนคิดถึงพ่อที่มักจะซื้อของขวัญให้เธอทุกครั้งเมื่อถึงจุดแวะพักแรกในการเดินทางติดต่อธุรกิจ และแม่จะมีเล่าเรื่องราวประกอบของขวัญเสมอ บางครั้งเป็นการผจญภัยแสนตื่นเต้น บางครั้งก็เป็นนิทานก่อนนอนเบาๆ ของขวัญชิ้นโปรดของเธอคือตุ๊กตายัดนุ่นกระต่ายสีชมพู ซึ่งในเรื่องราวนั้นเธอเป็นนักดนตรีผู้สง่างาม

เมื่อส่วนมืดของอดีตค่อยๆ เลือนหายไป Phoebe ก็พบว่าตัวเองจำได้แค่เพียงช่วงเวลาอันสดใสและเปี่ยมสุขเท่านั้น

เอคโค่ตัวน้อยดึงแขนเสื้อเธอเบาๆ พร้อมอวดลูกโป่งลูกโตอย่างภาคภูมิใจ เธอยื่นมือออกไปลูบหัวมันโดยสัญชาตญาณ

"นักบวชฝึกหัดผู้ช่วย Phoebe!"

เสียงดุของพี่เลี้ยงทำให้ Phoebe สะดุ้ง เธอรีบดึงมือกลับทันที แล้วมองดูเอคโค่เดินจากไปด้วยท่าทางปนเศร้า สายตาของพี่เลี้ยงยังคงจ้องมาที่เธอราวกับจะจ้องให้แทงทะลุ

"ด้วยกรุณาของเซนติเนล ระลึกในบทบาทของตนเองหน่อย"

เธอยังปรับตัวให้เข้ากับบทบาทใหม่ได้ไม่เต็มที่นัก เธอไม่อาจผูกพันชิดใกล้กับเอคโค่ได้ในฐานะนักบวชฝึกหัด

เซนติเนลนำพาเธอไปพบผู้คนที่ใจดี มอบอาหารและที่พักพิงให้เธอ ของขวัญเหล่านั้นต่างมาพร้อมกับความรับผิดชอบใหม่ และมันเป็นหน้าที่ที่เธอจะต้องตอบแทนความเมตตานั้นในฐานะนักบวชฝึกหัด

ทว่าเธอก็ยังคงมีเวลาของตัวเองที่จะได้พบปะกับเพื่อนฝูงในฐานะ " Phoebe"

มือของเธอเลื่อนไปแตะที่ล็อกเกตซึ่งห้อยอยู่ตรงเอวโดยไม่รู้ตัว มันคือปาฏิหาริย์เล็กๆ ของเธอ สมบัติล้ำค่าที่เพื่อนๆ ของเธอเคยช่วยกันนำกลับมาจากก้นทะเล

"คุณ Phoebe ลูกโป่งของหนูติดอยู่บนต้นไม้ หนูเอามันลงมาไม่ได้ จิมมี่บอกว่าคุณบินได้ คุณช่วย-"

"ได้สิ!"

เด็กที่ดึงแขนเสื้อปลุกให้ Phoebe ตื่นจากภวังค์ เธอสลัดความคิดอันยุ่งเหยิงออกไปแล้วกลับเข้าสู่ฝูงชน ปล่อยตัวไปในงานเฉลิมฉลองอันแสนยุ่งอีกครั้ง
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มละลิ่วลงต่ำ สีสันยามเย็นก็ค่อยๆ แผ่กว้างไปทั่วขอบฟ้า

งานของวันนี้เสร็จลงแล้ว ฝูงชนต่างแยกย้าย และทุกอย่างก็สงบเงียบลง Phoebe นั่งลงบนม้านั่ง หลับตาลง และปล่อยให้สายลมทะเลเบาๆ พัดผ่านกาย เวลาเหมือนจะเดินช้าลง

ร่างเล็กๆ ของเธอดูช่างอ้างว้างภายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง พี่เลี้ยงเดินมาตามหา แต่เมื่อสังเกตเห็นจังหวะหายใจตื้นๆ ของเธอ ก็ได้รู้ว่าเธอหลับไปแล้ว

ขณะเด็กสาวหลับสนิทอยู่บนม้านั่ง เหล่าเอคโค่ตัวน้อยๆ หลายตัวย่องเข้ามาจากด้านข้างอย่างเงียบเชียบ แล้วเบียดตัวเข้ามาใกล้ๆ ข้างกายเธอ

นักบวชฝึกหัดผู้อาวุโสกว่าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปโดยปล่อยให้เป็นอย่างนั้น

"ครั้งนี้ ฉันจะทำเป็นว่าไม่เห็นก็แล้วกัน"
ท่ามกลางแสงระยิบระยับอันไกลโพ้น
Phoebe ยังมีความทรงจำเลือนรางเกี่ยวกับงานคาร์นิวัลครั้งสุดท้ายที่เธอได้เข้าร่วม

เธอนั่งอยู่บนบ่าของพ่อ มองดูเหล่า Wingray โฉบเฉี่ยวอยู่เหนือศีรษะ พร้อมกับมีริบบิ้นสีสันสดใสและกลีบดอกไม้โปรยปรายราวสายฝน เสียงโห่ร้องกึกก้องดังกระหึ่มไปทั่ว ทว่าความทรงจำวัยเยาว์เหล่านั้นช่างพร่าเลือนเกินกว่าจะจำได้ชัด ในตอนนี้เมื่อครั้งใดที่นึกถึงงานคาร์นิวัล สิ่งที่โผล่ขึ้นมาในใจของเธอกลับมีเพียงแสงเรืองรองอ่อนๆ และเสียงสะท้อนไกลๆ

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังจดจำสีหน้าของพ่อแม่ได้ชัดเจน เสียงหัวเราะของพวกเขาเปล่งออกมาจากหัวใจ ความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างบาดแผล บัดนี้เป็นแสงประกายส่องลึกอยู่ในใจ

ภาพที่เคยมีอยู่แค่ในความฝัน ตอนนี้กำลังเผยให้เห็นอยู่ตรงหน้าเธอ

Phoebe ยืนในหมู่ฝูงชน มองดูวีรบุรุษผมดำยืนอยู่กลางแสงสว่าง ขณะที่รางวัลลอเรลสีทองค่อยๆ ลอยลงมา และประดับเหนือศีรษะของ{Male=เขา;Female=เธอ}

หัวใจเธอเต้นสะดุดไปหนึ่งจังหวะ ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง สายตาเธอจ้องมองตามทุกที่ที่แสงสีทองส่องไปแบบไม่อาจละได้

"นั่นรางวัลลอเรล!"

"สรรเสริญองค์Imperator!"

"เซนติเนลประทานปาฏิหาริย์ให้เราแล้ว!"

สายตาเธอพร่ามัว ท่ามกลางเสียงร้องไห้แห่งความปีติยินดี ใครเล่าจะไม่หวั่นไหวต่อภาพงดงามจับตาเช่นนั้น แม้แต่เทพเจ้าก็ยังทรงประทานปาฏิหาริย์ลงมาเพื่อห้วงเวลานี้ ในชั่วขณะนั้น Phoebe อดสงสัยไม่ได้เลย เซนติเนลจะกริ้วโกรธผู้คนที่เฉลิมฉลองงานคาร์นิวัลได้อย่างไร แน่นอนว่าเซนติเนลต้องรักงานคาร์นิวัลและความรื่นรมย์ของผู้คนเป็นแน่

เงาจางๆ ที่เกาะกุมอยู่ในใจเธอตั้งแต่กลับออกมาจากลานแห่งภาพสะท้อนผุดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ถูกกลบไปชั่วครู่ด้วยเสียงร้องเพลงและเสียงหัวเราะ

แต่ครั้งนี้ Phoebe เลือกจะจับยึดร่องรอยแห่งความสงสัยนั้นไว้ สิ่งที่เธอเคยสังเกตเห็น แต่ผลักมันออกไป คำถามที่เคยผุดขึ้น แต่ปล่อยให้สัญชาตญาณหลบเลี่ยง ไม่ยอมเผชิญหน้า

Phoebe กะพริบตาถี่ๆ และเช็ดน้ำตาที่เอ่ออยู่หางตาออก เธอเงยหน้ามองไปยังหุ่นที่ผู้คนรายล้อมอยู่อีกครั้ง

ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่า{Male=เขา;Female=เธอ}อาจมีคำตอบที่จะคลายความสงสัยให้ได้

และสักวันหนึ่งเธอจะตามหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสงสัยนั้น

Phoebe เส้นเสียง

ความในใจ - 1
ชู่ววว... ทำไมมาอยู่ที่นี่กันหมดเลยล่ะ? อ๊ะ โทษทีนะ {PlayerName} ไม่ได้กะจะกวนเลย ฉันแค่มาเยี่ยมเฉยๆ ไม่คิดว่าพวกนี้จะตามมาด้วย...
ความในใจ - 2
{PlayerName} คุณเจอกับ Abby ได้ยังไงเหรอ? ขอโทษนะ ไม่ได้อยากสอดรู้สอดเห็นหรอก แค่เห็นพวกคุณสองคนแทบไม่เคยแยกจากกัน คอยดูแลกันเสมอ เชื่อใจกันตลอด มันช่างน่าประทับใจจริงๆ Abby คงเหมือน... ครอบครัวของคุณเลย
ความในใจ - 3
ฉันรู้ว่าสาวกของภาคีไม่ควร "ยึดติด" กับเอคโค่ แต่พวกเขาเป็นเพื่อนรักของฉัน และนั่นจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ฉันเชื่อว่านี่คือการทดสอบบทหนึ่งของเซนติเนลเพื่อดูว่าฉันจะสามารถทำหน้าที่ในฐานะนักบวชขณะที่ยังคงรักษา... ความผูกพันเช่นนั้นอยู่ได้หรือไม่ นี่คือบททดสอบความตั้งใจที่ดีสำหรับฉัน ติดอยู่เพียงแค่ทุกครั้งที่ฉันเห็นพวกเขา ฉันจะอยากกอดพวกเขาให้แน่นๆ... ไม่ได้สิ ฉันต้องต้านทานความรู้สึกไว้!
ความในใจ - 4
คุณดูยุ่งอยู่ตลอด แต่ฉันแทบไม่เคยเห็นคุณพักเลยนะ... หรือว่าคุณมีปัญหาการนอนอยู่หรือเปล่า? ถ้าอย่างนั้น ฉันช่วยได้นะ แค่แตะไม้เท้าฉันเบาๆ จิตใจก็จะสงบลง... หืมม? จะไปไหนล่ะ? ไม่เจ็บหรอกน่า...
ความในใจ - 5
ลูกโป่งลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าที่สดใส ผู้คนและเอคโค่ต่างโห่ร้องยินดีใต้สายรุ้ง... ฉันดีใจมากตอนที่คุณได้รับรางวัลลอเรล งานคาร์นิวัลครั้งนี้น่าตื่นตาตื่นใจทุกอย่างเลย และฉันจะจดจำช่วงเวลานี้ไว้ในใจตลอดไป
งานอดิเรกของ Phoebe
สมัยเด็กๆ ฉันชอบไปที่พำนักลมกระซิบกับเพื่อนๆ เราจะนอนบนเนินหญ้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ มองเมฆลอยผ่านไป Tilly ก็เล่นแอคคอร์เดียน ส่วนลิเวียกับ Brenno ก็สานมาลัยดอกไม้ กลิ่นหอมอบอวลไปหมด ทุกวันนี้ฉันก็ยัง... แอบกลับไปที่นั่นอยู่บ้างนะ
ความกังวลของ Phoebe
ฉันเห็นเงามืดในที่ที่แสงสว่างไม่อาจส่องถึง ถ้าเส้นทางที่ฉันเคยศรัทธาอย่างแรงกล้าไม่เคยเป็นเส้นทางที่ถูกต้องเลยล่ะ? งั้นก็... ไม่สิ ช่างเถอะ อย่าใส่ใจคำพูดฉันเลย...
อาหารที่ชอบ
หอมอะไรนะ... ต้องเป็นพิซซ่าของคุณ Margherita ที่ Bakie ปรุงอย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน... ไม่ได้ ไม่ได้ นี่เลยวันพิซซ่าของเดือนนี้ไปแล้ว อยากรู้ว่าวันพิซซ่าคืออะไรเหรอ? มันคือวันเดียวของแต่ละเดือนที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของเราอนุญาตให้กินพิซซ่าได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะไม่หิวอีกต่อไปแล้ว เพราะในฐานะนักบวช ฉันต้องต้านทานความตะกละไว้... นอกจากนี้ พิซซ่าที่อร่อยที่สุดก็คือพิซซ่าที่แบ่งกับเพื่อนๆ นะ
อาหารที่ไม่ชอบ
ทุกสิ่งที่เรากินนั้นมาจากผืนดินที่ดีซึ่งเซนติเนลสรรค์สร้างขึ้น ท่านได้กล่าวไว้ว่า "ร่างกายของเราคือภาชนะที่บรรจุวิญญาณของเรา" ดังนั้นเราต้องรักษาภาชนะนี้ไว้ด้วยการกินสิ่งต่างๆ ที่มีประโยชน์ เช่นสารอาหารในเบอร์รีเถาเขียวศักดิ์สิทธิ์ อยากลองกินไหม? ฉันยังมีเหลืออยู่นะ คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่าการแบ่งปันจะทำให้ชีวิตมีความสุขยิ่งขึ้น...
อุดมคติ
ฉันหวังให้เด็กๆ ได้อยู่กับพ่อแม่ของตัวเอง หวังให้นักเดินเรือได้กลับบ้านหลังจากการเดินทางที่ยาวนาน หวังให้ทุกคนโบยบินและเป็นอิสระเหมือนนก ให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความแตกต่าง ให้อาดูรการณ์ไม่สามารถแบ่งแบ่งแยกผู้คนออกจากกันได้... หืม? ฉันหวังอะไรให้ตัวเองบ้างเหรอ? ฉันหวังว่า... ฉัน...
พูดคุย - 1
ล็อกเก็ตนี้เป็นของขวัญจากพ่อของฉัน ฉันเคยคิดว่ามันจมไปพร้อมกับเรือพาณิชย์ลำนั้นแล้ว แต่ตอนนี้มันกลับมาอยู่ในมือฉันอีกครั้ง แค่นี้ก็ถือเป็นปาฏิหาริย์... ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
พูดคุย - 2
ตอนฉันยังเด็ก ฉันตื่นขึ้นบนชายหาดที่มืดมิด ฉันเดินไปตามชายหาดที่ยาวไกลราวกับไร้ที่สิ้นสุดจนกระทั่งเห็นแสงสว่าง... เหล่านักบวชผู้มีเมตตาจากภาคีได้นำฉันไปยังห้องที่สว่างไสว พวกเขาให้อาหารฉัน ให้ที่พักแก่ฉัน และดูแลฉันเป็นอย่างดี ในที่สุดพวกเขาก็กลายเป็นครอบครัวบุญธรรมของฉัน... ในบางคืนที่ฝนกระหน่ำ ลิเวียและ Brenno จะมาซุกตัวอยู่ข้างๆ ฉันจนฉันหลับไป ตราบใดที่มีพวกเขาอยู่เคียงข้าง... ฉันจะไม่มีวันเดียวดาย
เกี่ยวกับ Brant
แม่เคยเล่าเรื่องราวของนักผจญภัยที่ฝ่าพายุเพื่อออกตามหาอิสระให้ฉันฟัง เมื่อฉันได้เห็น Brant บนเวที เขาก็ทำให้ฉันนึกถึงนักผจญภัยคนนั้น ผู้ไม่แยแสสิ่งใดแม้มหาสมุทรจะโถมใส่... บางครั้งฉันก็คิดว่าคุณ Brant เลือกจะแสดงให้เห็นถึงชีวิตที่ผสมระหว่างเรื่องราวเศร้ากับเรื่องราวตลกอย่างละครึ่ง
เกี่ยวกับ Roccia
คุณ Roccia อาจจะดูเย็นชา แต่ฉันรู้ว่าลึกๆ แล้วเธอเป็นคนที่อ่อนโยนและเอาใจใส่ ความใจดีของเธอสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนรอบตัวเธอ เธอมีเพื่อนชื่อว่าPero ฉันอยากรู้จังว่า Pero กับฉันจะเป็นเพื่อนกันได้หรือเปล่า?
เกี่ยวกับ Cartethyia
...ครั้งหนึ่งฉันเคยฝันถึงทะเลสีดำ คลื่นค่อยๆ รวมตัวเป็นเกลียวใหญ่และซัดแรง ท่ามกลางละอองน้ำสาดกระเซ็น สตรีศักดิ์สิทธิ์ปรากฏกายขึ้น หรืออย่างน้อยฉันก็คิดว่าเป็นเธอ เงาร่างที่โยกไหวนั้นช่างละม้ายคล้ายเธอ แต่ในเวลาเดียวกันก็เหมือนเป็นใครอีกคน...
เกี่ยวกับ Zani
ประชาชนของรากูนน่าไม่ได้นับถือเซนติเนลทุกคนหรอกนะ นักบวชบางคนของภาคีเชื่อว่าคุณค่าของคนวัดกันที่ความศรัทธาเท่านั้น... แต่คุณ Zani มีทั้งความกล้าหาญและพึ่งพาได้ ซึ่งอาจเพียงพอที่จะหักล้างอคติที่มีอยู่ ยังไงเสีย เธอก็เป็นคนที่พึ่งพาได้และน่านับถือจริงๆ
คำอวยพรวันเกิด
สุขสันต์วันเกิด! ว้าว... กระดาษโปรย! เหมือนที่แม่กับพ่อเคยทำให้เลย นี่ รับไปสิ เซ็ตนกสีน้ำเงินประดับอะความารีน ของเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้คอยอยู่ข้างคุณไม่ว่าจะเจอลมหรือพายุ ขอให้ดวงตาของคุณเปล่งประกายเสมอเหมือนรูปสลักนี้ และขอให้โชคเข้าข้างคุณเสมอ เส้นทางนี้ไม่ใช่สิ่งที่เซนติเนลกำหนด แต่เป็นทางที่คุณเลือกเอง และไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ฉันก็จะอธิษฐานให้คุณเสมอ
ขณะยืนรอ - 1
ขอให้ความรักของท่านคงอยู่ตลอดไปไม่สิ้นสุด
ขณะยืนรอ - 2
หืม... เอ๊ะ? อ้าว อยู่นี่เอง! ใครเป็นเด็กดี...
ขณะยืนรอ - 3
อืมม... อ๊ะ! ฮี่ฮี่...
คำแนะนำตัว
ฉันชื่อ Phoebe เป็นนักบวชของภาคีเร้นสมุทร เซนติเนลทรงโปรด ขอให้ท่านนำพาคุณไปสู่ความเมตตาและการรู้แจ้ง
ทักทาย
(เสียงออกแรง)
เข้าร่วมทีม - 1
ฉันจัดการเอง
เข้าร่วมทีม - 2
ฉันยุติความขัดแย้งในนามแห่งเซนติเนล
เข้าร่วมทีม - 3
ขอให้เซนติเนลเป็นแสงสว่างแก่ผู้หลงทาง
เลื่อนขั้น - 1
ท้องทะเลเปล่งประกายไร้ที่สิ้นสุด
เลื่อนขั้น - 2
ฉันจะมีพลังพอจะสู้กับกองกำลังแห่งความมืดได้ไหมนะ?
เลื่อนขั้น - 3
แสงของท่านส่องให้เห็นโลกที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน
เลื่อนขั้น - 4
เพราะท่าน แสงของฉันจะส่องไปถึงผู้คนที่ยากลำบาก
เลื่อนขั้น - 5
กลางสายน้ำเชี่ยวกราก ฉันเห็นแสงสีทอง... ปัญญาและพระคุณของท่านได้กลายเป็นดั่งเสียงศักดิ์สิทธิ์ที่ฉันจะเทิดทูนตลอดไป
โจมตีหนัก - 1
ชำระล้าง!
โจมตีหนัก - 2
จงสำนึกบาป!
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
เสด็จลงมาเถิด!
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
เงียบ!
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
แด่เซนติเนล
สกิลเรโซแนนซ์ - 4
ทางนั้น!
สกิลเรโซแนนซ์ - 5
ตอบมา!
สกิลเรโซแนนซ์ - 6
ได้เวลาตัดสิน!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
คริสตัลมอบกำลังให้ฉัน
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
เจ้านกสีฟ้า ช่วยฉันที
สกิลอินโทร
เซนติเนล โปรดปกป้องฉัน...
สกิลเอาท์โทร I
ฉันขออัญเชิญเซนติเนล...
สกิลเอาท์โทร II
แสงศักดิ์สิทธิ์จงสาดส่อง
สกิลเอาท์โทร III
ในนามแห่งImperator
ถูกโจมตี - 1
ระวังล่ะ!
ถูกโจมตี - 2
ฉันไม่เป็นไร ไม่บาดเจ็บ
บาดเจ็บ - 1
เส้นทางนี้ช่างลำบาก...
บาดเจ็บ - 2
การปกป้องผู้อื่น... คือหน้าที่ของฉัน!
บาดเจ็บ - 3
ความเจ็บปวดคือการชดใช้ของฉัน...
หมดสติ - 1
ห้วงน้ำลึก... กำลังเรียกหา...
หมดสติ - 2
นี่ไม่ใช่... จุดจบ...
หมดสติ - 3
ฉันเห็นแสงสว่างแล้ว... ลาก่อน
อัญเชิญเอคโค่
เราจะยืนหยัดไปด้วยกัน!
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
พลังแห่งเซนติเนล
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
พลังมืดกำลังมา! ระวังตัวไว้
เครื่องร่อน
เป็นอิสระดั่งนก
เซนเซอร์
แสงแห่งการชี้นำ
หีบเสบียง - 1
จงทะนุถนอมของขวัญไม่ได้มาง่ายๆ
หีบเสบียง - 2
โชคดีจะมาหาคุณ
หีบเสบียง - 3
พรที่พระองค์มอบให้ช่างประเสริฐ