ข้อมูล
Roccia
Roccia VA
ชาวจีน: Shen Huasang
ญี่ปุ่น: Kohara Konomi
เกาหลี: Jang Mi
ภาษาอังกฤษ: Holly Earl
Roccia รายงานการสอบ Forte
พลังกำทอน
เวทีในกล่อง
รายงานการประเมินเสียงสะท้อน
[บันทึกของเบเนียร์ หมอประจำคณะละคร - R103]
หลังจากสังเกต Roccia มาหลายครั้งและศึกษาพฤติกรรมของเธอ ดูเหมือนว่ารองกัปตันของเราจะมีวิธีสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตแปลกๆ อย่างPero นอกจากนี้ การมี Pero เป็นล่ามก็ช่วยให้ Roccia สามารถพูดคุยกับเอคโค่ ตัวอื่นๆ ด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือดูเหมือนว่าความสามารถของเธอจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะในช่วงแรกนั้น เธอต้องพูดคุยกับเอคโค่ตามปกติ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะสามารถสื่อสารผ่านคลื่นความถี่ได้แล้ว
ปรากฏการณ์นี้เพิ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่เธอเข้าร่วมคณะละครและได้พบกับ Pero ฉันเดาว่าพวกเขาอาจจะมีเรโซแนนซ์ที่สะท้อนถึงกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอได้เรียนรู้ระหว่างทาง ดังนั้นเราน่าจะเรียกเธอว่าเรโซเนเตอร์ที่ได้รับมา
ป.ล. ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดาอย่างสุดความสามารถของฉัน เครื่องมือที่ฉันมีอยู่นั้นไม่เพียงพอที่จะสรุปอย่างแม่นยำว่าเธอเป็นประเภทใดกันแน่ มีความเป็นไปได้อยู่เล็กน้อยว่า Roccia อาจจะไม่ใช่เรโซเนเตอร์ แต่มีความสามารถในการซิงก์กับคลื่นความถี่บางอย่าง ฉันต้องขอเวลาคิดสักหน่อยว่าแบบนั้นจะยังถือว่าเป็นเรโซเนเตอร์หรือเปล่า
รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก
[บันทึกของเบเนียร์ หมอประจำคณะละคร - R103]
ในระหว่างการทดสอบ Roccia ได้เลือกหอยลายสีขาว สาหร่าย เกลือสีชมพู และน้ำกรองมาทำซุปหอยลาย ซึ่งออกมาเป็นซุปใสที่น่าทาน โดยที่หอยไม่หลุดออกจากเปลือกเลย และเมื่อต้มเสร็จ หอยลายและสาหร่ายก็ดูเหมือนเกาะเล็กๆ หรืออาจจะเป็นกล่องเล็กๆ ที่ลอยอยู่เหนือน้ำซุป
ลักษณะของซุปบ่งชี้ได้ว่า Roccia มีประสาทสัมผัสที่เฉียบคม จิตใจสงบ และเธอมีความผูกพันที่แน่นแฟ้นกับคณะละคร ดูเหมือนว่าโอเวอร์คล็อก จะไม่อยู่ที่นี่
ป.ล. การเปลี่ยนจากการประเมินด้วยถ้วยชาเป็นการประเมินด้วยซุปนี้เป็นไอเดียสุดบรรเจิดของ Roccia เอง เพราะซุปทำให้อิ่มท้องกว่า และเมื่อประเมินเสร็จแล้วก็จะมีอาหารเพียงพอสำหรับทุกคน แถมรสชาติก็ไม่เลวด้วย
Roccia รายการหวงแหน
ปืนคอนเฟตติพกพา
ปืนคอนเฟตติที่ Roccia ประดิษฐ์จากวัสดุรีไซเคิล แม้จะมีนิสัยเก็บตัว แต่เธอไม่เคยลืมที่จะยิงคอนเฟตติเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในช่วงเวลาที่ร่าเริงและมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ คำพูดเฉียบแหลมจากสมาชิกคณะ หรือสิ่งอื่นๆ ที่สมควรได้รับการฉลองเล็กๆ
กล่องประหลาดของ Pero
ตั้งแต่ที่Pero ช่วยชีวิต Roccia ไว้ พวกเขาก็กลายเป็นสหายสนิทที่มีความรักในละครเหมือนกัน การอ่านบทละครที่เก็บไว้ในกล่องของ Pero เป็นเวลาหลายปีได้สร้างรสนิยมในละครให้กับ Roccia อีกทั้งการใช้เวลาร่วมกันในการสร้างอุปกรณ์ประกอบฉากและแสดงด้วยกันก็ทำให้ความผูกพันของพวกเขาแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การปรากฏตัวของ Roccia ยังนำพาความอบอุ่นมาให้กับ Pero หลังจากใช้ชีวิตมาร่วมศตวรรษ พวกเขาต่างมอบชีวิตที่สองให้แก่กันและกัน และทั้งคู่ก็เป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมของตัวเอง
ชุดอุปกรณ์ลูเซียนไนต์
ชุดอุปกรณ์เฉพาะที่ Roccia ประดิษฐ์ ทำจากลูเซียนไนต์ที่เก็บอารมณ์และความทรงจำของผู้ที่จากไปแสนนาน เมื่อนำขึ้นบนเวที ความรู้สึกที่หลงเหลือเหล่านี้จะแวววับในแต่ละบรรทัดและบทพูด ส่องแสงที่ Roccia เชื่อว่าจะทำให้เจ้าของเดิมได้ส่องแสงอีกครั้ง
Roccia เรื่องราว
ฉมวกทอง
Battier นักตกปลามือหนึ่งของคณะละครคนเขลา เจอเข้ากับปัญหาในวันที่น่าจะเป็นการออกเรือหาปลาทั่วๆ ไปวันหนึ่ง เขาใช้ฉมวกคู่ใจต่อกรกับทาเซ็ตดิสคอร์ด น้ำที่ดุร้ายซึ่งลากเขาเข้าไปใต้เกลียวคลื่น โชคดีที่ Roccia สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเมื่อ Battier ไม่กลับมาตามเวลา และได้ระดมสมาชิกของคณะละครให้เป็นทีมช่วยเหลือเล็กๆ อย่างรวดเร็ว พวกเขาออกค้นหาตามน่านน้ำใกล้เคียงจนในที่สุดก็สามารถพา Battier ที่เปียกโชกและเหนื่อยล้าขึ้นฝั่งได้ อย่างไรก็ตาม ฉมวกที่กรำศึกมายาวนานของเขาไม่ได้โชคดีเช่นนั้น เพราะมันยังปักแน่นอยู่ที่สีข้างของทาเซ็ตดิสคอร์ด และถูกกระแสกระแสวนกลืนหายไปพร้อมกัน
เมื่อไม่มีฉมวกคู่ใจ Battier รู้สึกราวกับวิญญาณบางส่วนได้หลุดออกจากร่าง เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวางกับดักปลาแต่ก็จับปลาไม่ได้สักตัว ราวกับว่าปลาก็รับรู้ถึงส่วนที่ขาดหายไปของเขาเช่นกัน บางวันเขาได้แต่นอนมองท้องฟ้าอันมืดสลัวบนหาดทรายสีดำของชายฝั่งสแตรนด์ เมฆก่อตัวเป็นปลาที่ล่องลอยไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ราวกับต้องการเยาะเย้ยเขา
"อ๊าาาา—!" เขาตะโกนใส่ท้องฟ้าด้วยความฉุนเฉียวอย่างช่วยไม่ได้
ทันใดนั้น ราวกับฟากฟ้ารับรู้และต้องการปลอบประโลมเขา หมู่เมฆก็ค่อยๆ แยกออกจากกันทีละชั้น และเริ่มมีแสงสว่างเล็ดลอดออกมา เปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นทะเลที่ส่องประกาย ฉมวกที่หายไปของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้งกลางท้องฟ้าและค่อยๆ ร่อนลงมาดุจของขวัญที่สวรรค์ประทานให้ ฉมวกที่เปล่งประกายสะท้อนแสงอาทิตย์สีทองตกลงมาสู่มือของเขาราวกับว่ามันไม่เคยจากไปไหน และในเวลาเดียวกันนั้น ฝูงปลาก็กลับมารายล้อมเขาอีกครั้ง พวกมันกระโดดโลดเต้นทั้งในน้ำและกลางอากาศ
Battier ที่ใจฟูจากเหตุการณ์อัศจรรย์ดังกล่าวแบกตาข่ายที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำที่จับได้กลับไปยังคณะละคร ซึ่ง Roccia กับPero ได้นำไปทำเป็นอาหารมื้อใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกย่าง ซุปครีมหอยลาย สเต๊กปลาพริกไทย และอีกมากมาย บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารทะเลขณะที่ทุกคนมารวมตัวกันหน้ากองไฟ หัวเราะและกินอาหารร่วมกัน บางคนนำไม้เสียบปลามาถือเป็นดาบเพื่อแสดงโชว์เล็กๆ ที่ทำให้ทุกคนหัวเราะจนท้องแข็ง การได้เห็นทุกคนร่าเริงทำให้ Battier รู้สึกถึงความอบอุ่นภายในใจ ซึ่งก็คือความสุขที่เรียบง่ายของการเป็นที่ต้องการ และความตื่นเต้นที่ได้ตกปลาให้กับผู้คนที่เห็นคุณค่าในตัวเขาอย่างแท้จริง
ขณะที่คนอื่นๆ กำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงอยู่นั้น Roccia ก็ส่งยิ้มให้ Pero อย่างรวดเร็วก่อนจะซ่อนคลาวด์แคสเตอร์ที่พวกเขาใช้ก่อนหน้านี้ไว้ในกองหญ้า ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ประกอบฉาก เธอรู้ดีว่าสิ่งของบางอย่างมีความหมายต่อผู้คนมากแค่ไหน และไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด เธอก็จะหาทางนำสิ่งของที่หายไปกลับคืนสู่เจ้าของให้ได้เสมอ ไม่ว่าจะจากทะเลหรือท้องฟ้าก็ตาม โดยหลังจากขัดเงาสิ่งของเหล่านั้นจนแวววาวแล้ว เธอจะวางแผนการกลับมาพบกันอีกครั้งที่ทั้งอบอุ่นหัวใจและเร้าอารมณ์ เหมือนกับที่เธอนำฉมวกทองคำมาคืนให้ Battier
ตั้งแต่วันนั้น คณะละครก็มีการแสดงใหม่: Battier กับฉมวกทองคำ ซึ่งเหล่าทีมงานเพลิดเพลินไปกับการนำเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์นี้กลับมาแสดงใหม่พร้อมปลาย่างในมือและหัวใจที่เปี่ยมด้วยเสียงหัวเราะ
เมื่อไม่มีฉมวกคู่ใจ Battier รู้สึกราวกับวิญญาณบางส่วนได้หลุดออกจากร่าง เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวางกับดักปลาแต่ก็จับปลาไม่ได้สักตัว ราวกับว่าปลาก็รับรู้ถึงส่วนที่ขาดหายไปของเขาเช่นกัน บางวันเขาได้แต่นอนมองท้องฟ้าอันมืดสลัวบนหาดทรายสีดำของชายฝั่งสแตรนด์ เมฆก่อตัวเป็นปลาที่ล่องลอยไปไกลขึ้นเรื่อยๆ ราวกับต้องการเยาะเย้ยเขา
"อ๊าาาา—!" เขาตะโกนใส่ท้องฟ้าด้วยความฉุนเฉียวอย่างช่วยไม่ได้
ทันใดนั้น ราวกับฟากฟ้ารับรู้และต้องการปลอบประโลมเขา หมู่เมฆก็ค่อยๆ แยกออกจากกันทีละชั้น และเริ่มมีแสงสว่างเล็ดลอดออกมา เปลี่ยนท้องฟ้าให้เป็นทะเลที่ส่องประกาย ฉมวกที่หายไปของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้งกลางท้องฟ้าและค่อยๆ ร่อนลงมาดุจของขวัญที่สวรรค์ประทานให้ ฉมวกที่เปล่งประกายสะท้อนแสงอาทิตย์สีทองตกลงมาสู่มือของเขาราวกับว่ามันไม่เคยจากไปไหน และในเวลาเดียวกันนั้น ฝูงปลาก็กลับมารายล้อมเขาอีกครั้ง พวกมันกระโดดโลดเต้นทั้งในน้ำและกลางอากาศ
Battier ที่ใจฟูจากเหตุการณ์อัศจรรย์ดังกล่าวแบกตาข่ายที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำที่จับได้กลับไปยังคณะละคร ซึ่ง Roccia กับ
ขณะที่คนอื่นๆ กำลังสนุกสนานกับงานเลี้ยงอยู่นั้น Roccia ก็ส่งยิ้มให้ Pero อย่างรวดเร็วก่อนจะซ่อนคลาวด์แคสเตอร์ที่พวกเขาใช้ก่อนหน้านี้ไว้ในกองหญ้า ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ประกอบฉาก เธอรู้ดีว่าสิ่งของบางอย่างมีความหมายต่อผู้คนมากแค่ไหน และไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด เธอก็จะหาทางนำสิ่งของที่หายไปกลับคืนสู่เจ้าของให้ได้เสมอ ไม่ว่าจะจากทะเลหรือท้องฟ้าก็ตาม โดยหลังจากขัดเงาสิ่งของเหล่านั้นจนแวววาวแล้ว เธอจะวางแผนการกลับมาพบกันอีกครั้งที่ทั้งอบอุ่นหัวใจและเร้าอารมณ์ เหมือนกับที่เธอนำฉมวกทองคำมาคืนให้ Battier
ตั้งแต่วันนั้น คณะละครก็มีการแสดงใหม่: Battier กับฉมวกทองคำ ซึ่งเหล่าทีมงานเพลิดเพลินไปกับการนำเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์นี้กลับมาแสดงใหม่พร้อมปลาย่างในมือและหัวใจที่เปี่ยมด้วยเสียงหัวเราะ
เดินทางปลอดภัย
ผู้ที่จะเป็นรองกัปตันของคณะต้องพิสูจน์ว่าสามารถรับมือกับพายุที่โหมกระหน่ำได้ทุกรูปแบบ ดังนั้นรองกัปตันทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบ ซึ่งก็คือการเดินทางสุดแสนอันตรายที่นำโดยนายท้ายเรือที่ดีที่สุดของคณะ สำหรับ Roccia แล้ว นายท้ายเรือของเธอจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Tina
แม้จะมี Roccia น้อยอยู่บนเรือ แต่ Tina ก็ยังคงควบคุมเรือด้วยมือที่มั่นคงและมุ่งหน้าตรงเข้าสู่ใจกลางพายุที่กำลังก่อตัวโดยไม่เกรงกลัวต่อคลื่นที่มืดมิดและบ้าคลั่ง
ในตอนแรก Roccia ก็ดูไม่สะทกสะท้าน เธอหยิบสคริปต์ฉบับหนึ่งของPero ออกมาอ่านอย่างสงบนิ่งราวกับอยู่ที่เต็นท์ของคณะละครมากกว่าบนเรือที่โคลงเคลงอยู่ท่ามกลางพายุ เธอซับน้ำทะเลบนใบหน้า และอ่านบทละครที่ Pero เตรียมไว้ราวกับเป็นกิจวัตรที่ฝึกฝนมาอย่างดี ประสบการณ์หลายปีในการสร้างอุปกรณ์ประกอบฉากและการแสดงบนเวทีทำให้เธอปรับตัวได้ง่าย และช่วงเวลาที่อยู่กับ Pero ก็สอนให้เธอเข้าใจและตอบสนองต่อความถี่อันละเอียดอ่อนของเรือเอคโค่ได้
แต่เมื่อพวกเขาไปถึงส่วนลึกของพายุ ดวงตาเรืองแสงจางๆ ก็เริ่มโผล่ขึ้นมาบนผืนน้ำอันมืดมิด และมีเสียงกระซิบชวนขนลุกลอยไปตามสายลม ท่าทางที่แน่วแน่ของ Roccia ก็เริ่มสั่นคลอน เธอเก็บสคริปต์และจับขอบห้องโดยสารไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ในที่สุด แม้แต่ Tina ผู้แข็งกร้าวก็สังเกตเห็น Roccia ที่กำลังกลัวจนตัวสั่น Tina ไม่รู้ว่าจะปลอบใจเธออย่างไรจึงเปล่งเสียงร้องเพลงออกมา เสียงอันหนักแน่นและมั่นคงของเธอก้องกังวานไปทั่วเรือเอคโค่ สิ่งเดียวที่เธอทำได้ในสถานการณ์เช่นนี้คือการบังคับเรือแล่นผ่านทะเลคลั่งไปอย่างมั่นคง ซึ่งจำเป็นต้องใช้สมาธิอย่างเต็มที่
ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินอีกเสียงหนึ่งที่เริ่มร้องเพลงไปด้วยกันอย่างแผ่วเบา Tina หันหลังกลับมาและเห็น Roccia นั่งขดตัวอยู่ใกล้ห้องโดยสารและร้องเพลงคลอด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย แม้แววตาจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่ Roccia ก็ไม่ลืมหน้าที่ เธอหยิบกล้องโทรทรรศน์ออกมามองหาเส้นทางในขอบฟ้าอันมืดมิด Tina ร้องเพลงด้วยเสียงที่ดังขึ้นและผสานกับเสียงร้องที่นุ่มนวลของ Roccia จนกลบเสียงกระซิบอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่รอบตัวจนสนิท เมื่อพบกระแสน้ำที่เหมาะสม เรือก็เล่นฝ่าพายุฝนฟ้าคะนองออกสู่แสงแรกของเช้าวันใหม่
เมื่อกลับขึ้นฝั่ง ใบหน้าของ Roccia ยังคงสงบนิ่งและสุขุมเช่นเคย นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา รองกัปตัน Roccia ก็คอยนำทางให้การเดินเรือทุกครั้งด้วยมือที่มั่นคง และนำพาผู้คนกลับบ้านอย่างปลอดภัยเสมอ
"Roccia เหรอ?" เมื่อถูกถามถึงรองกัปตันในภายหลัง Tina ผู้มีชื่อเสียงด้านความตรงไปตรงมาก็ตอบด้วยใบหน้ายิ้มกว้างและดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความภาคภูมิใจว่า "เธอแข็งแกร่งและพึ่งพาได้ เป็นเด็กดีที่สมควรได้รับความรักและความเอาใจใส่ ส่วนเสียงร้องเพลงเหรอ เอาเป็นว่าไม่ถึงกับเพอร์เฟกต์นะ แต่เป็นเสียงร้องจากหัวใจเลยล่ะ"
แม้จะมี Roccia น้อยอยู่บนเรือ แต่ Tina ก็ยังคงควบคุมเรือด้วยมือที่มั่นคงและมุ่งหน้าตรงเข้าสู่ใจกลางพายุที่กำลังก่อตัวโดยไม่เกรงกลัวต่อคลื่นที่มืดมิดและบ้าคลั่ง
ในตอนแรก Roccia ก็ดูไม่สะทกสะท้าน เธอหยิบสคริปต์ฉบับหนึ่งของ
แต่เมื่อพวกเขาไปถึงส่วนลึกของพายุ ดวงตาเรืองแสงจางๆ ก็เริ่มโผล่ขึ้นมาบนผืนน้ำอันมืดมิด และมีเสียงกระซิบชวนขนลุกลอยไปตามสายลม ท่าทางที่แน่วแน่ของ Roccia ก็เริ่มสั่นคลอน เธอเก็บสคริปต์และจับขอบห้องโดยสารไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ในที่สุด แม้แต่ Tina ผู้แข็งกร้าวก็สังเกตเห็น Roccia ที่กำลังกลัวจนตัวสั่น Tina ไม่รู้ว่าจะปลอบใจเธออย่างไรจึงเปล่งเสียงร้องเพลงออกมา เสียงอันหนักแน่นและมั่นคงของเธอก้องกังวานไปทั่วเรือ
ทันใดนั้น เธอก็ได้ยินอีกเสียงหนึ่งที่เริ่มร้องเพลงไปด้วยกันอย่างแผ่วเบา Tina หันหลังกลับมาและเห็น Roccia นั่งขดตัวอยู่ใกล้ห้องโดยสารและร้องเพลงคลอด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย แม้แววตาจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่ Roccia ก็ไม่ลืมหน้าที่ เธอหยิบกล้องโทรทรรศน์ออกมามองหาเส้นทางในขอบฟ้าอันมืดมิด Tina ร้องเพลงด้วยเสียงที่ดังขึ้นและผสานกับเสียงร้องที่นุ่มนวลของ Roccia จนกลบเสียงกระซิบอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่รอบตัวจนสนิท เมื่อพบกระแสน้ำที่เหมาะสม เรือก็เล่นฝ่าพายุฝนฟ้าคะนองออกสู่แสงแรกของเช้าวันใหม่
เมื่อกลับขึ้นฝั่ง ใบหน้าของ Roccia ยังคงสงบนิ่งและสุขุมเช่นเคย นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา รองกัปตัน Roccia ก็คอยนำทางให้การเดินเรือทุกครั้งด้วยมือที่มั่นคง และนำพาผู้คนกลับบ้านอย่างปลอดภัยเสมอ
"Roccia เหรอ?" เมื่อถูกถามถึงรองกัปตันในภายหลัง Tina ผู้มีชื่อเสียงด้านความตรงไปตรงมาก็ตอบด้วยใบหน้ายิ้มกว้างและดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความภาคภูมิใจว่า "เธอแข็งแกร่งและพึ่งพาได้ เป็นเด็กดีที่สมควรได้รับความรักและความเอาใจใส่ ส่วนเสียงร้องเพลงเหรอ เอาเป็นว่าไม่ถึงกับเพอร์เฟกต์นะ แต่เป็นเสียงร้องจากหัวใจเลยล่ะ"
ตั๋วเก่า
นอกจากดวงดาวระยิบระยับแล้ว สิ่งของที่ Luca น้อยหวงแหนที่สุดก็คือตั๋วเก่าๆ ใบหนึ่ง
Luca ยังไม่ลืมวันที่เธอได้รับตั๋วจาก Roccia หลังจากที่คณะละครได้ช่วยเหลือเธอจากชายฝั่งสแตรนด์ Roccia เป็นคนใจเย็นและมั่นคง แม้ว่าตัวเธอเองไม่น่าจะอายุมากกว่า Luca นัก แต่ Roccia ก็สามารถจัดการได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้แสวงบุญที่หลงทางซึ่งลอยมาเกยตื้น ทำอาหารให้คณะละคร บันทึกช่วงเวลาสนุกๆ เก็บเปลือกหอยและลูเซียนไนต์ หรือแม้แต่เติมกระสุนปืนจำลอง และแน่นอนว่าการปลอบประโลมเด็กใหม่ที่ชอบคิดถึงบ้านอย่าง Luca ก็เป็นหน้าที่ของเธอเช่นกัน
วันหนึ่ง Luca เงยหน้าขึ้นมอง Roccia พร้อมสะอื้นไห้ มือเล็กๆ ของเธอกำตั๋วไว้แน่น "ฉันคิดถึงแม่ Roccia ... ฉันอยากกลับบ้านไปหาแม่ แต่ฉันมีตั๋วแค่เที่ยวเดียว และมันก็หายไปแล้ว..."
ตั๋วในมือของเธอเขียนด้วยลายมือที่สวยงามว่า "ตั๋วเที่ยวเดียวไปยังแดนมหัศจรรย์" และมีดอกไม้เล็กๆ ประดับอยู่ตามขอบ
Roccia รู้ทันทีว่าเรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ภาคีซึ่งเนรเทศผู้ที่ท้าทายอำนาจของตนคนแล้วคนเล่านั้นไม่มีทางมีเมตตาพอที่จะทำตั๋วที่แสนอบอุ่นเช่นนี้ เธอมั่นใจว่าแม่ของ Luca เป็นผู้ทำตั๋วใบนี้ขึ้นมาเองด้วยหวังที่จะช่วยให้เธอสบายใจบ้างไม่มากก็น้อย Roccia ต้องการเผยความจริงให้เธอรู้ "Luca ภาคีไม่ได้ทำตั๋วพวกนี้ให้เธอหรอกนะ สังเกตลายมือสิ คนที่ทำตั๋วนี้น่าจะเป็นผู้หญิงที่ใจดีนะ... และเป็นผู้หญิงที่รักเธอ" "แม่เธอเป็นคนทำตั๋วนี้ให้เธอนะ Luca พวกเขาพาเธอกลับบ้านไม่ได้แล้ว เพราะงั้นต่อให้ตั๋วหายไปก็ไม่เป็นไรหรอกนะ"
แต่เธอก็รู้ว่าการพูดเช่นนั้นมีแต่จะทำให้ Luca ร้องไห้หนักขึ้นไปอีก
Roccia ให้เวลาคิดชั่วครู่ก่อนจะปลีกตัวไป ไม่นานนักเธอก็กลับมาพร้อมตั๋วใบใหม่ "ตั๋วเที่ยวกลับ" ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทาสี เปลือกหอย และตราประทับที่วาดด้วยมือซึ่งเขียนว่า "มาถึงแดนมหัศจรรย์แล้ว"
ใบหน้าของ Luca ชื่นมื่นขึ้นทันทีที่เธอได้รับตั๋วใบใหม่ เธอยิ้มกว้างและจับตั๋วแน่นราวกับกลัวว่ามันจะหลุดลอยไปอีกครั้ง
ในฐานะเซียนอุปกรณ์การแสดงของคณะละคร Roccia สามารถสร้างสิ่งของเช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ความสำคัญของมันนั้นเหนือกว่างานประดิษฐ์ทั่วไป เธอยังจำได้เมื่อครั้งที่Pero เคยทำแบบเดียวกันให้เธอเมื่อเธอเพิ่งมาถึงเกาะ บางครั้งแค่กระดาษชิ้นเล็กๆ ก็เพียงพอที่จะจุดประกายความหวังให้แก่ผู้คน
Luca ยังไม่ลืมวันที่เธอได้รับตั๋วจาก Roccia หลังจากที่คณะละครได้ช่วยเหลือเธอจากชายฝั่งสแตรนด์ Roccia เป็นคนใจเย็นและมั่นคง แม้ว่าตัวเธอเองไม่น่าจะอายุมากกว่า Luca นัก แต่ Roccia ก็สามารถจัดการได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้แสวงบุญที่หลงทางซึ่งลอยมาเกยตื้น ทำอาหารให้คณะละคร บันทึกช่วงเวลาสนุกๆ เก็บเปลือกหอยและลูเซียนไนต์ หรือแม้แต่เติมกระสุนปืนจำลอง และแน่นอนว่าการปลอบประโลมเด็กใหม่ที่ชอบคิดถึงบ้านอย่าง Luca ก็เป็นหน้าที่ของเธอเช่นกัน
วันหนึ่ง Luca เงยหน้าขึ้นมอง Roccia พร้อมสะอื้นไห้ มือเล็กๆ ของเธอกำตั๋วไว้แน่น "ฉันคิดถึงแม่ Roccia ... ฉันอยากกลับบ้านไปหาแม่ แต่ฉันมีตั๋วแค่เที่ยวเดียว และมันก็หายไปแล้ว..."
ตั๋วในมือของเธอเขียนด้วยลายมือที่สวยงามว่า "ตั๋วเที่ยวเดียวไปยังแดนมหัศจรรย์" และมีดอกไม้เล็กๆ ประดับอยู่ตามขอบ
Roccia รู้ทันทีว่าเรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ภาคีซึ่งเนรเทศผู้ที่ท้าทายอำนาจของตนคนแล้วคนเล่านั้นไม่มีทางมีเมตตาพอที่จะทำตั๋วที่แสนอบอุ่นเช่นนี้ เธอมั่นใจว่าแม่ของ Luca เป็นผู้ทำตั๋วใบนี้ขึ้นมาเองด้วยหวังที่จะช่วยให้เธอสบายใจบ้างไม่มากก็น้อย Roccia ต้องการเผยความจริงให้เธอรู้ "Luca ภาคีไม่ได้ทำตั๋วพวกนี้ให้เธอหรอกนะ สังเกตลายมือสิ คนที่ทำตั๋วนี้น่าจะเป็นผู้หญิงที่ใจดีนะ... และเป็นผู้หญิงที่รักเธอ" "แม่เธอเป็นคนทำตั๋วนี้ให้เธอนะ Luca พวกเขาพาเธอกลับบ้านไม่ได้แล้ว เพราะงั้นต่อให้ตั๋วหายไปก็ไม่เป็นไรหรอกนะ"
แต่เธอก็รู้ว่าการพูดเช่นนั้นมีแต่จะทำให้ Luca ร้องไห้หนักขึ้นไปอีก
Roccia ให้เวลาคิดชั่วครู่ก่อนจะปลีกตัวไป ไม่นานนักเธอก็กลับมาพร้อมตั๋วใบใหม่ "ตั๋วเที่ยวกลับ" ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ทาสี เปลือกหอย และตราประทับที่วาดด้วยมือซึ่งเขียนว่า "มาถึงแดนมหัศจรรย์แล้ว"
ใบหน้าของ Luca ชื่นมื่นขึ้นทันทีที่เธอได้รับตั๋วใบใหม่ เธอยิ้มกว้างและจับตั๋วแน่นราวกับกลัวว่ามันจะหลุดลอยไปอีกครั้ง
ในฐานะเซียนอุปกรณ์การแสดงของคณะละคร Roccia สามารถสร้างสิ่งของเช่นนี้ได้อย่างง่ายดาย แต่ความสำคัญของมันนั้นเหนือกว่างานประดิษฐ์ทั่วไป เธอยังจำได้เมื่อครั้งที่
กล่องประหลาด
Roccia น้อยทอดกายนอนอย่างอ่อนล้าบนชายฝั่งสแตรนด์ เบื้องหลังเธอคือเศษซากของเรือผู้แสวงบุญของเธอที่ถูกคลื่นทะเลบดขยี้จนแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สายตาที่พร่าเลือนของเธอมองเห็นภาพเลือนรางของทาเซ็ตดิสคอร์ด ที่กระจายตัวอยู่ทั่วผืนน้ำ นี่คงเป็นจุดสิ้นสุดของ "การแสวงบุญ" ของเธอแล้วสินะ... เธอหลับตาลงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่เธอคิดว่าจะเป็น "ทัณฑ์สวรรค์"
อย่างไรก็ตาม ความตายไม่ได้มาเยือนอย่างที่เธอคาดการณ์ เพราะสิ่งที่เธอได้ยินนั้นมีเพียงเสียงลมและเสียงร้องเบาๆ ในอากาศ เมื่อเธอลืมตาขึ้น เธอก็พบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับกล่องประหลาดที่กำลังยื่นแขนอันยาวเหยียดมาหาเธอ พร้อมกับมือที่ยื่นโอกาสครั้งที่สองในชีวิตให้กับเธอ
ในช่วงแรกที่ Roccia เพิ่งเข้าร่วมคณะละครนั้น เธอรู้สึกสับสนเนื่องจากสิ่งที่เธอพบเห็นนั้นท้าทายโลกใบเล็กๆ ที่เธอเคยรู้จัก และไม่นานนักเธอก็ได้รู้ว่าตนเองถูกเนรเทศเพียงแค่เพราะเธอร้องเพลงจากละครต้องห้าม ในความทรงจำของเธอนั้นรากูนน่า เคยมีชีวิตชีวาด้วยละคร ดอกไม้ และอิสรภาพ แต่ตอนนี้ความทรงจำดังกล่าวได้เลือนหายไปทั้งสิ้นแล้ว เหลือเพียงคำโกหกของภาคีและเปลือกที่กลวงเปล่าของความทรงจำของเธอเอง การเดินทางแสวงบุญที่เธอเคยศรัทธานั้นเป็นเพียงกลอุบายที่ห่อหุ้มด้วยคำสัญญาลวง และสิ่งที่เรียกว่า "ตั๋วเที่ยวกลับ" ก็มีไว้หลอกเด็กอย่างเธอเท่านั้น ทุกสิ่งที่เธอรักได้พังทลายลงเพียงชั่วข้ามคืน Roccia เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าความรักที่เธอมีต่อละครนั้นยังมีคุณค่าอะไรอีกหรือ? แต่เมื่อเธอติดอยู่บนเกาะร้างเช่นนี้ เธอก็ไม่พบสิ่งอื่นใดที่จะช่วยสร้างโลกของเธอขึ้นมาใหม่
"เปโร เปโร!" กล่องประหลาดยื่นตั๋วใบเล็กที่ตกแต่งด้วยเปลือกหอยทาสีให้เธอ บนตั๋วมีข้อความที่เขียนด้วยมือว่า "เที่ยวกลับ"
"เปโร เปโร!" มันส่งบทละครที่เก่าจนเป็นสีเหลืองให้เธอ บทละครนั้นเปี่ยมด้วยเรื่องราวของรากูนน่า และเนื้อเพลงเกี่ยวกับอิสรภาพ
"เปโร เปโร!" ชิ้นต่อมาคือหน้ากากที่ทำขึ้นอย่างสวยงาม มีลวดลายที่วาดอย่างประณีตและประดับด้วยไข่มุกและเปลือกหอย
"เปโร เปโร!" กล่องประหลาดยื่นมือมาหาเธออีกครั้งเพื่อเชื้อเชิญให้เธอเข้าร่วมการแสดงครั้งต่อไปของคณะละคร ทันใดนั้น เสียงสดใสของ Tina ก็ดังขึ้น Bardolino ลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับลูกโป่งและกลีบดอกไม้ที่โปรยลงมา Brant เกาะเชือกเหวี่ยงตัวลงมาพร้อมป้ายต้อนรับขนาดใหญ่ และPero ก็ยิงปืนคอนเฟตติเพื่อเชิญเธอขึ้นเวที การต้อนรับที่มีชีวิตชีวาและวุ่นวายนี้เป็นครั้งแรกที่ Roccia ได้สัมผัสกับการแสดงที่แตกต่างจากที่เธอเคยรู้จัก และเป็นการแสดงที่เปี่ยมด้วยความสุขอย่างแท้จริง
จากนั้นเป็นต้นมา Roccia ก็เริ่มสร้างโลกของเธอขึ้นใหม่ผ่านบทละครที่เก็บไว้ในกล่องของ Pero เธอมองว่าเวทีใหญ่ของรากูนน่าเป็นสถานที่ที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งอนุญาตให้ขับร้องได้เฉพาะบทเพลงที่สอดคล้องกับหลักคำสอนของภาคีเท่านั้น แต่การอยู่ท่ามกลางเหล่า "คนเขลา" ของเธอ ณ ที่แห่งนี้ ในที่สุดเธอก็สามารถแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมาได้อย่างอิสระ ทั้งความสุข ความโกรธ และความเศร้า พวกเขากำลังสร้างบ้านหลังใหม่ด้วยความร่วมมือของทุกคน
ตอนนี้ Roccia ทำงานอย่างมั่นใจระหว่างฐานที่มั่นของคณะละครและชายฝั่งสแตรนด์ เธอประสานงานอย่างรอบคอบเพื่อช่วยเหลือผู้แสวงบุญใหม่และดูแลรักษาท่าเรือที่ปลอดภัยนี้ให้ทำงานต่อไป แม้จะเป็นงานเล็กๆ ก็เป็นส่วนประกอบของบ้านที่เธอกำลังสร้างขึ้น และเป็นสถานที่ที่เธอจะได้เป็นส่วนหนึ่ง มีสิ่งต่างๆ ให้ทำ และมีความสุขในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ความตายไม่ได้มาเยือนอย่างที่เธอคาดการณ์ เพราะสิ่งที่เธอได้ยินนั้นมีเพียงเสียงลมและเสียงร้องเบาๆ ในอากาศ เมื่อเธอลืมตาขึ้น เธอก็พบว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับกล่องประหลาดที่กำลังยื่นแขนอันยาวเหยียดมาหาเธอ พร้อมกับมือที่ยื่นโอกาสครั้งที่สองในชีวิตให้กับเธอ
ในช่วงแรกที่ Roccia เพิ่งเข้าร่วมคณะละครนั้น เธอรู้สึกสับสนเนื่องจากสิ่งที่เธอพบเห็นนั้นท้าทายโลกใบเล็กๆ ที่เธอเคยรู้จัก และไม่นานนักเธอก็ได้รู้ว่าตนเองถูกเนรเทศเพียงแค่เพราะเธอร้องเพลงจากละครต้องห้าม ในความทรงจำของเธอนั้น
"เปโร เปโร!" กล่องประหลาดยื่นตั๋วใบเล็กที่ตกแต่งด้วยเปลือกหอยทาสีให้เธอ บนตั๋วมีข้อความที่เขียนด้วยมือว่า "เที่ยวกลับ"
"เปโร เปโร!" มันส่งบทละครที่เก่าจนเป็นสีเหลืองให้เธอ บทละครนั้นเปี่ยมด้วยเรื่องราวของ
"เปโร เปโร!" ชิ้นต่อมาคือหน้ากากที่ทำขึ้นอย่างสวยงาม มีลวดลายที่วาดอย่างประณีตและประดับด้วยไข่มุกและเปลือกหอย
"เปโร เปโร!" กล่องประหลาดยื่นมือมาหาเธออีกครั้งเพื่อเชื้อเชิญให้เธอเข้าร่วมการแสดงครั้งต่อไปของคณะละคร ทันใดนั้น เสียงสดใสของ Tina ก็ดังขึ้น Bardolino ลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับลูกโป่งและกลีบดอกไม้ที่โปรยลงมา Brant เกาะเชือกเหวี่ยงตัวลงมาพร้อมป้ายต้อนรับขนาดใหญ่ และ
จากนั้นเป็นต้นมา Roccia ก็เริ่มสร้างโลกของเธอขึ้นใหม่ผ่านบทละครที่เก็บไว้ในกล่องของ Pero เธอมองว่าเวทีใหญ่ของรากูนน่าเป็นสถานที่ที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งอนุญาตให้ขับร้องได้เฉพาะบทเพลงที่สอดคล้องกับหลักคำสอนของภาคีเท่านั้น แต่การอยู่ท่ามกลางเหล่า "คนเขลา" ของเธอ ณ ที่แห่งนี้ ในที่สุดเธอก็สามารถแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมาได้อย่างอิสระ ทั้งความสุข ความโกรธ และความเศร้า พวกเขากำลังสร้างบ้านหลังใหม่ด้วยความร่วมมือของทุกคน
ตอนนี้ Roccia ทำงานอย่างมั่นใจระหว่างฐานที่มั่นของคณะละครและชายฝั่งสแตรนด์ เธอประสานงานอย่างรอบคอบเพื่อช่วยเหลือผู้แสวงบุญใหม่และดูแลรักษาท่าเรือที่ปลอดภัยนี้ให้ทำงานต่อไป แม้จะเป็นงานเล็กๆ ก็เป็นส่วนประกอบของบ้านที่เธอกำลังสร้างขึ้น และเป็นสถานที่ที่เธอจะได้เป็นส่วนหนึ่ง มีสิ่งต่างๆ ให้ทำ และมีความสุขในที่สุด
เวทีใหม่
เนื่องจากคณะละครไม่ได้มีทรัพย์สินมากมายนัก ดังนั้น Roccia ในฐานะเซียนอุปกรณ์การแสดงจึงกลายเป็นปรมาจารย์ด้านการเปลี่ยนสิ่งของในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นเวทมนตร์แห่งละครเวที ตัวอย่างเช่น ฉมวกทองคำของ Battier เคยรับบทเป็นคทาของอัครสังฆราช ดาบของ Questless Knight และแม้กระทั่งกริชของ La Guardia มาแล้ว ส่วนเรือ
Roccia กับ Pero สำรวจทุกตารางนิ้วของฐานที่มั่นของคณะละครรวมถึงพื้นที่ชายหาดทั้งหมดของเกาะมาแล้วหลายปี พวกเขาเก็บรวบรวมลูเซียนไนต์จากชายฝั่งสแตรนด์มานับไม่ถ้วน และเห็นพระอาทิตย์ขึ้นหลายพันครั้ง พวกเขาติดอยู่ที่นี่เป็นเวลานานเกินไปเช่นเดียวกับคนอื่นๆ แม้ว่าคณะละครจะเป็นที่พักพิงอันอบอุ่นสำหรับสมาชิกทุกคน แต่สุดท้ายแล้ว บางคนก็ยังคงฝันถึงขอบฟ้าอันไกลโพ้น ขณะที่บางคนโหยหาบ้านที่พวกเขาจากมา
เมื่อเสียงเพลงที่ทุกคนรอคอยอย่างยาวนานของ
Roccia มีความทรงจำวัยเด็กที่เลือนราง แต่เมื่อเธอติดตาม Brant และทีมงานไปยังถนนของรากูนน่า กลิ่นหอมกรุ่นที่คุ้นเคยของพิซซ่าอบใหม่ของทรัตโทเรีย มาร์เกริตา และเสียงเพลงที่เล็ดลอดออกมาจากโรงอุปรากรโอดิสซีย์ก็กระตุ้นบางสิ่งในจิตใจส่วนลึกของเธอเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
ถนนในเมืองภายใต้ดวงอาทิตย์สีทองบนท้องฟ้าที่สดใสขยายตัวออกราวกับเป็นเวทีที่รอคอยการแสดงของเธอ สายลมที่อ่อนโยนได้พัดกล่องที่เธอใช้ซ่อนตัวมาตลอดให้เปิดออก พร้อมทั้งเชื้อเชิญให้เธอก้าวออกมาสู่โลกอันกว้างใหญ่ Roccia ออกเดินก้าวแรกเข้าสู่รากูนน่าด้วยหัวใจที่มั่นคงและอ้อมแขนที่เปิดกว้างเพื่อต้อนรับอนาคตที่ดีกว่าเดิม
ในฐานะรองกัปตันที่พึ่งพาได้ของคณะละครคนเขลา Roccia พร้อมแล้วที่จะนำเสียงหัวเราะและความสุขสันต์กลับมาสู่ถนนของรากูนน่าอีกครั้ง
Roccia เส้นเสียง
ความในใจ - 1
ฉันมักจะมีเรื่องวุ่นวายไปทั่ว เก็บสมบัติ ช่วยเหลือเพื่อน ทำเครื่องแต่งกาย และซ่อมแซมอุปกรณ์การแสดง... ชีวิตยุ่งเหยิง แต่เมื่อเห็นทุกคนยิ้มได้ก็รู้สึกว่าคุ้มแล้ว
ความในใจ - 2
กล่องของPero เป็นมากกว่ากล่องสมบัติ เพราะยังเป็นเลานจ์ส่วนตัวของฉันด้วย มันใหญ่กว่าที่คุณคิดอีกนะ แล้วฉันก็เก็บอุปกรณ์ไฮเทคทุกอย่างไว้ข้างในด้วย อยากเข้าไปดูไหมล่ะ? ก๊อกๆ เปิดซิ Pero
ความในใจ - 3
คนอื่นบอกว่าการที่ฉันท่าทางเกินจริงแต่หน้าตายดูตลกดี เห็นไหม? แบบนี้ไง โอ๊ะ เธอหัวเราะจริงด้วย? งั้นฉันจะทำแบบนี้ต่อไปแล้วกัน
ความในใจ - 4
คณะเราไม่เคยปล่อยให้ใครรู้สึกถูกทอดทิ้ง เรารับทุกคน ไล่ความกังวลออกไป และเชิญให้มาร่วมการแสดง ถ้าเธอรู้สึกหดหู่หรือเศร้า มาดูเราแสดงสิ ฉันอยากเห็นเธอยิ้มจริงๆ นะ
ความในใจ - 5
คนเขาว่าครอบครัวคือการช่วยเหลือและปลอบใจกัน ฉันรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเมื่ออยู่ใกล้เธอ... งั้นบางทีเธออาจจะเป็นครอบครัวของฉันแล้วก็ได้
งานอดิเรกของ Roccia
ฉันชอบเอาของที่เก็บมาทำอุปกรณ์การแสดง อาจจะดูไม่หรูหราตอนแรก แต่ทุกชิ้นก็มีเรื่องราวพิเศษของมันเอง บนเวที สิ่งธรรมดาก็กลายเป็นพิเศษได้ และฉันคิดว่านั่นมีค่า
ความกังวลของ Roccia
การทำความสะอาดเรือมันปวดหัวเสมอ มีสาหร่ายเกาะ น้ำสกปรกไหล ผ้าใบขาด... แล้วก็มีคนบางคนที่หายตัวพอดีเวลาต้องมาช่วยกัน เฮ้อ ไม่ใช่ว่าที่อยู่อาศัยและพื้นที่แสดงที่ดีจะสำคัญหรืออะไรนะ เธอเห็นด้วยใช่ไหม?
อาหารที่ชอบ
สปาเกตตี้โบโลเนสอร่อยดีอยู่แล้ว แต่กินกับเพื่อนจะอร่อยมากขึ้น บางที... อาจจะเป็นเพราะเพื่อนที่อยู่ด้วยกันทำให้รสชาติดีขึ้นก็ได้
อาหารที่ไม่ชอบ
ทุกครั้งที่เห็นความยุ่งเหยิงที่พวกขี้เมาทิ้งไว้... โอ๊ย อยากเอาเหล้าทิ้งลงทะเลให้หมดจริงๆ
อุดมคติ
สักวันหนึ่ง รากูนน่า จะมีชีวิตชีวาด้วยจิตวิญญาณแห่งอิสรภาพ แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ฉันอยากจะเติบโตภายในคณะละครของเรา เราจะทำให้ผู้เศร้าสร้อยมีรอยยิ้ม ช่วยผู้ทุกข์ยากให้มีความฝันอีกครั้ง มอบความกล้าให้ผู้ที่หวาดกลัว และย้ำเตือนให้ทุกคนไม่ลืมตัวตนที่แท้จริงของเรา
พูดคุย - 1
พูดคุย - 2
หากไม่เก็บก้อนกรวดลูเซียนไนต์ให้ทันเวลา มันจะสูญเสียแสงเรืองรองและกลายเป็นฝุ่นผง ฉันเคยเป็นก้อนกรวดที่หลงทางแบบนั้น จนกระทั่งคณะละครคนเขลา มาช่วยฉันไว้ และตอนนี้ฉันสามารถช่วยผู้อื่นที่หลงทางด้วยแสงเล็กๆ ของฉันเอง
เกี่ยวกับ Brant
Brant เป็นกัปตันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโซลาริส อย่างน้อยเขาก็ยืนยันให้ฉันพูดแบบนั้น แต่มันจริง การมีเขาอยู่ทำให้เราทุกคนเป็นคนที่ดีขึ้นจริงๆ ความหลงใหลของเขาติดต่อได้ และความเชื่อมั่นในเสรีภาพเปรียบเสมือนเสากระโดงที่ทำให้เราทุกคนมั่นคง
เกี่ยวกับ Carlotta
การนำครอบครัวใหญ่เหมือนกับการขับเรือลำใหญ่ ต้องใช้แรงมากมายเพื่อให้อยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง ฉันมีประสบการณ์ตรงในการจัดการเรือ และชื่นชมพลังและความกล้าหาญของเธอในการนำทางการเดินทางนี้
เกี่ยวกับ Zani
Zani คือคำจำกัดความของผู้ใหญ่ที่แท้จริง ทำงานกับเธอสะดวกและสบายใจมาก ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรผิดพลาด...
เกี่ยวกับ Phoebe
เธอมาจากภาคีเร้นสมุทร ฉันไม่รู้จักเธอดีนัก แต่... เธอเป็นนักบวช คนแรกที่สัมผัสกล่องได้โดยที่ไม่ถูกPero กัด
คำอวยพรวันเกิด
มีการแสดงใหม่กำลังจะมาแล้ว เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราซ้อมกัน มาดูกันนะถ้าว่าง สปอยล์หน่อย... การที่เธอมาดูมันค่อนข้างสำคัญเพื่อให้การแสดงสำเร็จ ทำไมเหรอ? เพราะเธอคือตัวเอกไง! สุขสันต์วันเกิดนะ!
ขณะยืนรอ - 1
การแสดงเริ่มขึ้นแล้ว
"Pero !"
"Pero !"
ขณะยืนรอ - 2
(เสียงออกแรง)
ขณะยืนรอ - 3
(เสียงออกแรง)
คำแนะนำตัว
สวัสดี ฉันชื่อ Roccia นอกจากจะเป็นรองกัปตันของคณะละครคนเขลา แล้ว ฉันยังเป็นช่างประจำเวทีและเป็นนักแสดงด้นสดด้วย ถ้าคุณเจออะไรน่าสนใจก็เล่าฉันได้เลย ฉันเป็นผู้ฟังที่ดีมากเลยนะ Pero จะเก็บบันทึกแรงบันดาลใจทั้งหมดไว้ แล้วฉันก็จะเปลี่ยนให้เป็นการแสดงด้นสดบทใหม่เอง
ทักทาย
โลกนี้คือเวที และเราทุกคนเป็นเพียงนักแสดง
เข้าร่วมทีม - 1
เข้าร่วมทีม - 2
เครื่องสร้างพายุทอร์นาโด ตะเกียงบิดเบือนมิติ... ฉันมีอุปกรณ์หลากหลายถ้าเธอสนใจ
เข้าร่วมทีม - 3
ถึงเวลาขำกันแล้ว
เลื่อนขั้น - 1
เลื่อนขั้น - 2
เลื่อนขั้น - 3
เลื่อนขั้น - 4
เลื่อนขั้น - 5
โจมตีปกติ
*Pero !*
โจมตีหนัก
เซอร์ไพรส์!
โจมตีกลางอากาศ - 1
มัมมา เมีย!
โจมตีกลางอากาศ - 2
อาวันตี!
โจมตีกลางอากาศ - 3
ฟีกูราติ!
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
การแสดงคลื่นโหมเริ่มขึ้นแล้ว
Pero: Pero!
Pero: Pero!
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
เครื่องสร้างพายุทอร์นาโด
Pero : ฟิ้ว ฟิ้ว
Pero : ฟิ้ว ฟิ้ว
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
พุ่งขึ้นไปเลย Pero
Pero : ฮ่า!
Pero : ฮ่า!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
โลกคือละคร
*Pero! ฮึ่ม!*
*Pero! ฮึ่ม!*
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
ถึงเวลาทักทายผู้ชมแล้ว
*Pero! กรรร!*
*Pero! กรรร!*
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
การแสดงด้นสด
*เปโร เปโร!*
*เปโร เปโร!*
สกิลอินโทร
ผาดโผนทางอากาศ
ถูกโจมตี - 1
ห้ามเสียจังหวะ
ถูกโจมตี - 2
ทุกเรื่องราวต้องมีดราม่า
บาดเจ็บ - 1
หักมุมไม่คาดคิด
บาดเจ็บ - 2
เหตุการณ์พลิกผัน
บาดเจ็บ - 3
ถึงเวลาคืนวงการ
หมดสติ - 1
อยู่หลังเวทีดีกว่า...
หมดสติ - 2
ม่านปิดแล้ว
หมดสติ - 3
ประกายไฟร่วงหาย...
อัญเชิญเอคโค่
นักแสดงประกอบ
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
ฉันจะทำให้บรรยากาศคึกคัก
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
เราจะแสดงด้นสด
เซนเซอร์
ดูเหมือนเราจะเจออะไรนะ
หีบเสบียง - 1
นี่ใช้ได้เลย
หีบเสบียง - 2
ไม่ Pero ไม่ใช่ของเธอนะ
หีบเสบียง - 3
แวววาวจัง