ข้อมูล
Sanhua
Sanhua VA
ชาวจีน: Song Yuanyuan
ญี่ปุ่น: Matsuda Risae
เกาหลี: Yu Yeong
ภาษาอังกฤษ: Jennifer Armour
Sanhua รายงานการสอบ Forte
พลังกำทอน
วอลตซ์หิมะ
รายงานการประเมินเสียงสะท้อน
พื้นฐานการประเมิน: [Resonance Assessment 2105-G]
ตามรายงานของเรโซเนเตอร์ Sanhua Sanhua เกิดมาพร้อมโครงสร้างดวงตาที่ผิดปกติ ส่งผลให้ตาบอดทั้งสองข้าง การเผชิญหน้ากับทาเซ็ตดิสคอร์ดในภายหลังระหว่างพายุหิมะที่เกิดจากคลื่นกัดกร่อน ถูกทาเซ็ตดิสคอร์ด กัดกร่อนของความถี่ที่ตาขวา ส่งผลให้ Sanhua มองเห็นได้แบบผิดปกติและทำให้เกิดการปลุกพลังเรโซแนนซ์เกิดขึ้นตามมา
สัญลักษณ์ทาเซ็ต ของเรโซเนเตอร์ Sanhua นั้นอยู่ที่ม่านตาขวาของเธอ และจะปรากฏให้เห็นเมื่อเธอใช้พลังเรโซแนนซ์ของเธอเท่านั้น หลังจากวิเคราะห์คำให้การและผลตรวจทางการแพทย์ของ Sanhua เราจึงระบุการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เกิดขึ้นหลังจากการปลุกพลังของเธอได้โดยรวมถึงปฏิกิริยาความถี่ที่โกลาหลบริเวณม่านตาขวาใกล้กับสัญลักษณ์ทาเซ็ต โดยปรากฏเป็นสีแดง อีกทั้งการกัดกร่อนยังลุกลามอย่างเห็นได้ชัดจากสีของม่านตาซ้ายของเธอที่เปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีแดง
Sanhua ได้รับการมองเห็นที่ผิดปกติและความสามารถในการควบคุมหิมะผ่านพลังเรโซแนนซ์ของเธอ โดยความแข็งแกร่งของพลังนี้ขึ้นอยู่กับสมาธิ หลังจากวิเคราะห์คำอธิบายของเธอ ข้อสรุปเบื้องต้นของเราคือสายตาของเธอแตกต่างจากปกติ ทำให้เธอมองเห็นความถี่ของวัตถุได้โดยตรง ผลการทดสอบความถี่แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการมองเห็นภาพของเธอมีความแม่นยำ 99.64%
รูปแบบเรโซแนนซ์สเปกตรัมของ Sanhua นั้นเหมือนกับของหิมะ นอกจากนี้ รูปแบบสเปกตรัมของม่านตาของเธอยังตรงกับช่วงความถี่แปรปรวนของทาเซ็ตดิสคอร์ดที่รู้จักด้วย การทดสอบทั้ง 2 ครั้งเผยให้เห็นปฏิกิริยาสอดประสานที่รุนแรง และต้นเหตุที่แน่ชัดของการปลุกพลังของเธอยังคงไม่ชัดเจน
การวิเคราะห์ตัวอย่างทดสอบเผยให้เห็นเส้นโค้งราเบลล์ ที่ไม่บรรจบกันโดยมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงกลาง ดังนั้น Sanhua จึงถูกจัดประเภทเป็นเรโซเนเตอร์ปลุกพลัง
รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก
กราฟคลื่นของเรโซเนเตอร์ Sanhua แสดงให้เห็นความแปรปรวนเป็นรูปวงรี รูปแบบของขอบเขตเวลามีความเสถียรโดยไม่มีสัญญาณคลื่นที่ผิดปกติใดๆ ผลการตรวจสอบยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ในพารามิเตอร์ที่ปกติ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ Sanhua จะเกิดโอเวอร์คล็อก ยังคงมีอยู่
ค่าวิกฤตเรโซแนนซ์: ค่าวิกฤตโอเวอร์คล็อก ต่ำ แต่เสถียรมาก แต่ก็ยังคงใกล้แตะระดับค่าวิกฤตอยู่ตลอดเวลา ความเสี่ยงต่อโอเวอร์คล็อก ยังคงอยู่ในระดับสูง
เรโซเนเตอร์ Sanhua มีประวัติโอเวอร์คล็อก ที่บันทึกไว้ ค่าโอเวอร์คล็อกสูงสุด: ปานกลาง
โอเวอร์คล็อก ในอดีตของ Sanhua เคยทำให้เกิดพายุหิมะระดับ 2 เนื่องจากเธอเข้าใกล้ระดับวิกฤตเรโซแนนซ์เป็นเวลานานและมีปฏิกิริยาจากความถี่แปรปรวนอย่างรุนแรง ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตที่เป็นพลเรือนจากเหตุการณ์เหล่านี้ ปัจจุบันชุดเหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ภายใต้รหัส EX01521 และถูกจัดอยู่ในประเภทเหตุการณ์อันตรายระดับ 3
ความถี่ของ Sanhua แปรปรวนเนื่องจากการกัดกร่อนของทาเซ็ตดิสคอร์ด ซึ่งทำให้เกิดการระเบิดของพลังงานและการรับรู้ที่ผิดเพี้ยนไป โอเวอร์คล็อก ของเธอส่งผลให้การกัดกร่อนแพร่กระจายเร็วขึ้นและทำให้ม่านตาข้างซ้ายของเธอเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีแดง
เนื่องจากแนวโน้มโอเวอร์คล็อก ในอดีตของเรโซเนเตอร์ Sanhua จึงแนะนำให้มีการเฝ้าติดตามสภาพจิตใจและร่างกายของเธออย่างใกล้ชิด โดยจำเป็นต้องมีการเข้ารับการให้คำปรึกษาและการตรวจร่างกายเป็นประจำ
Sanhua รายการหวงแหน
ประคำมาลา
ก่อนออกจากวัด Sanhua ได้รับประคำมาลาเส้นหนึ่งจากเจ้าอาวาส
ประคำอันล้ำค่านี้บรรจุไว้ซึ่งพรและคำชี้แนะจากท่านเจ้าอาวาส ทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจให้กับ Sanhua อยู่เสมอ ในยามที่จิตใจว้าวุ่น เธอจะพบความสงบจากการใช้นิ้วลูบไล้ไปตามเม็ดประคำที่เรียบลื่น และใช้มันเป็นเครื่องมือในการทำสมาธิเพื่อสวดปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรและนำความสงบสุขมาสู่จิตใจ
อสัณฐาน
Jinhsi อยากมองเห็นโลกผ่านสายตาของ Sanhua Sanhua จึงขอคำชี้แนะจากปรมาจารย์หุ่นเงาผู้เลื่องชื่อในหวงหลง เพื่อแสดงให้ Jinhsi เห็นเสี้ยวหนึ่งของความโหดร้ายที่เธอประสบพบเจอ แต่โลกอันแปลกประหลาดนี้กลับดึงดูดความสนใจของ Jinhsi อย่างไม่น่าเชื่อ จนบางครั้ง Sanhua ก็คิดว่าตนเองมีความหวังที่จะอยู่ร่วมกับนรกนี้ได้สักวันหนึ่ง
Sanhua เก็บหุ่นเงาคนอันประณีตคู่หนึ่งไว้เป็นคอลเลกชันส่วนตัวด้วย ซึ่งต่างจากหุ่นเงาสัตว์ประหลาดที่เป็นงานหยาบอย่างสิ้นเชิง
กาซานา
Sanhua เคยเชื่อว่าความไม่จีรังคือรากฐานแห่งความงามทั้งปวงในโลก เฉกเช่นเดียวกับหิมะและน้ำแข็ง ที่ทั้งบริสุทธิ์และน่าหลงใหล แต่ก็มีชะตากรรมที่ต้องละลายหายไป แต่ในบางครา ขณะที่เธอกำดอกไม้ที่ถูกแช่แข็งไว้ในมือ เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เธอกำลังชื่นชมความงามที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป หรือกำลังโศกเศร้าต่อการดับสูญที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้กันแน่ เธอแช่แข็งดอกไม้บานที่เย็นยะเยือกนั้นไว้ ตั้งใจที่จะรักษามันไว้ให้นานอีกสักนิด เฉกเช่นเดียวกับชั่วขณะนี้ ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันล้ำค่าและความงดงาม ซึ่งเธอปฏิญาณว่าจะปกป้องมันไว้ตลอดไป
Sanhua เรื่องราว
องครักษ์ของเจ้าเมือง
แทนที่จะผู้คนจะเรียกด้วยชื่อ Sanhua มักถูกเรียกว่า "องครักษ์ของเจ้าเมือง " เสียมากกว่า
ผู้คนมักจะเห็น Sanhua ยืนเงียบๆ อยู่หลัง Jinhsi โดยห่างออกไปพอเหมาะ เธอยืนอย่างสง่างามและมั่นคง แฝงตัวอยู่นอกสายตาของผู้คนดุจดาบคมที่พร้อมจะชักออกมาได้ทุกเมื่อ
แม้ว่าเสียงคัดค้านต่อ Jinhsi ส่วนใหญ่จะเงียบสงบลงไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนที่พยายามท้าทายอำนาจของเธออยู่ ในเมื่อ Jinhsi ยังคงครองตำแหน่งเจ้าเมือง ของจินโจว องครักษ์ผู้ดูตรงไปตรงมาและไม่รู้จักโอนอ่อนที่ยืนอยู่ข้างเธอจึงดูจะเป็นเป้าหมายที่กดดันง่ายกว่า อย่างน้อยพวกเขาก็คิดเช่นนั้น
ไม่ว่าคำสั่งจะฟังดูเป็นไปไม่ได้เพียงใด Sanhua ก็ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติและสมบูรณ์แบบที่สุดเสมอ
ด้วยการจัดการเวลาอย่างไร้ที่ติ สติปัญญาเฉียบคม ความเยือกเย็นภายใต้แรงกดดัน และทักษะการเจรจาอันชาญฉลาด... แม้แต่เสียงวิจารณ์ที่ปากคอเราะรายที่สุดก็ยังต้องเงียบลง
ในฐานะองครักษ์ของเจ้าเมือง Sanhua รับมือทั้งแขกที่สร้างความวุ่นวายในยามกลางวัน และแขกที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งแอบซ่อนอยู่ในเงามืด
ในฐานะเจ้าเมืองจินโจว Jinhsi คือเป้าหมายสำคัญที่มีค่าหัวสูง แขกที่ไม่ได้รับเชิญไม่ได้ต้องการเพียงมานั่งจิบชา แต่ไม่ช้าพวกเขาก็จะรู้ซึ้งถึงความผิดพลาดที่ได้ทำไป เพราะแทนที่จะได้นั่งจิบชาร้อนอย่างเพลิดเพลิน พวกเขากลับได้รับคมดาบแหลมคมฟาดฟันจากองครักษ์ องครักษ์ดวงตาสีแดงก่ำดูเหมือนมีความสามารถเหนือธรรมชาติในการตรวจจับคำโกหก เพียงไม่กี่วินาที เธอกลายร่างเป็นอสูรน่าพรั่นพรึงพร้อมโจมตีทันที
เพียงคมดาบเดียวก็เผยให้เห็นแขนขาสั่นเทาเมื่อกางเกงถูกตัดขาดวิ่นท่ามกลางอากาศหนาว แค่เหตุการณ์นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญส่วนใหญ่ถอยร่นไป แน่นอนว่าเมื่อเก็บดาบเข้าฝัก ทุกเงามืดและการกระทำที่ไม่ชอบมาพากลก็จะอันตรธานหายไปเช่นกัน รัศมีของ Jinhsi ยังคงบริสุทธิ์ไร้ซึ่งมลทิน
แต่บางครั้ง แม้แต่ Sanhua ก็ยังพบกับเรื่องไม่คาดคิดเช่นกัน...
"สวัสดี คุณใช่องครักษ์ของท่านเจ้าเมืองไหม?"
เรโซเนเตอร์แปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอถามคำถาม คนผู้นี้มีความถี่รูปทรงมนุษย์งดงามเช่นเดียวกับ Jinhsi
ทันใดนั้น โลกของเธอก็เต็มไปด้วยระลอกคลื่นใหม่ๆ
ผู้คนมักจะเห็น Sanhua ยืนเงียบๆ อยู่หลัง Jinhsi โดยห่างออกไปพอเหมาะ เธอยืนอย่างสง่างามและมั่นคง แฝงตัวอยู่นอกสายตาของผู้คนดุจดาบคมที่พร้อมจะชักออกมาได้ทุกเมื่อ
แม้ว่าเสียงคัดค้านต่อ Jinhsi ส่วนใหญ่จะเงียบสงบลงไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางคนที่พยายามท้าทายอำนาจของเธออยู่ ในเมื่อ Jinhsi ยังคงครองตำแหน่ง
ไม่ว่าคำสั่งจะฟังดูเป็นไปไม่ได้เพียงใด Sanhua ก็ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติและสมบูรณ์แบบที่สุดเสมอ
ด้วยการจัดการเวลาอย่างไร้ที่ติ สติปัญญาเฉียบคม ความเยือกเย็นภายใต้แรงกดดัน และทักษะการเจรจาอันชาญฉลาด... แม้แต่เสียงวิจารณ์ที่ปากคอเราะรายที่สุดก็ยังต้องเงียบลง
ในฐานะองครักษ์ของเจ้าเมือง Sanhua รับมือทั้งแขกที่สร้างความวุ่นวายในยามกลางวัน และแขกที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งแอบซ่อนอยู่ในเงามืด
ในฐานะเจ้าเมืองจินโจว Jinhsi คือเป้าหมายสำคัญที่มีค่าหัวสูง แขกที่ไม่ได้รับเชิญไม่ได้ต้องการเพียงมานั่งจิบชา แต่ไม่ช้าพวกเขาก็จะรู้ซึ้งถึงความผิดพลาดที่ได้ทำไป เพราะแทนที่จะได้นั่งจิบชาร้อนอย่างเพลิดเพลิน พวกเขากลับได้รับคมดาบแหลมคมฟาดฟันจากองครักษ์ องครักษ์ดวงตาสีแดงก่ำดูเหมือนมีความสามารถเหนือธรรมชาติในการตรวจจับคำโกหก เพียงไม่กี่วินาที เธอกลายร่างเป็นอสูรน่าพรั่นพรึงพร้อมโจมตีทันที
เพียงคมดาบเดียวก็เผยให้เห็นแขนขาสั่นเทาเมื่อกางเกงถูกตัดขาดวิ่นท่ามกลางอากาศหนาว แค่เหตุการณ์นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญส่วนใหญ่ถอยร่นไป แน่นอนว่าเมื่อเก็บดาบเข้าฝัก ทุกเงามืดและการกระทำที่ไม่ชอบมาพากลก็จะอันตรธานหายไปเช่นกัน รัศมีของ Jinhsi ยังคงบริสุทธิ์ไร้ซึ่งมลทิน
แต่บางครั้ง แม้แต่ Sanhua ก็ยังพบกับเรื่องไม่คาดคิดเช่นกัน...
"สวัสดี คุณใช่องครักษ์ของท่านเจ้าเมืองไหม?"
เรโซเนเตอร์แปลกหน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอถามคำถาม คนผู้นี้มีความถี่รูปทรงมนุษย์งดงามเช่นเดียวกับ Jinhsi
ทันใดนั้น โลกของเธอก็เต็มไปด้วยระลอกคลื่นใหม่ๆ
หิมะโปรยปรายกะทันหัน
เรื่องราวของ Sanhua เริ่มต้นท่ามกลางหิมะ
บ้านเกิดของเธอถูกทำลายโดยภัยพิบัติคลื่นกัดกร่อน ที่เกิดจากพายุหิมะอันโหดร้ายและการปรากฏตัวของทาเซ็ตดิสคอร์ด อันร้ายกาจ
เพียงไม่กี่นาที ทุกชีวิตก็ถูกพายุหิมะแปลกประหลาดนี้ทำลายล้าง ก่อนจะถูกเปลี่ยนร่างให้เป็นทาเซ็ตดิสคอร์ดขนาดมหึมายืนอยู่บนภูเขาหิมะที่กลายเป็นสนามทาเซ็ต ภาพที่เห็นทั้งน่าเกรงขามและน่าสยดสยอง ทาเซ็ตดิสคอร์ดขนาดมหึมายืนเด่นเหนือผืนดินที่ราบเป็นหน้ากลอง ดูศักดิ์สิทธิ์และเลวร้ายในเวลาเดียวกัน ราวกับรูปปั้นอสูรขนาดยักษ์
มิดไนท์เรนเจอร์ พยายามทุกวิถีทางเพื่อปราบทาเซ็ตดิสคอร์ดขนาดมหึมานั้นให้สำเร็จ ในที่สุดทาเซ็ตดิสคอร์ดก็ล้มลงและสลายไปพร้อมเสียงคำรามที่เสียดแทงโสตประสาท ขณะเก็บกวาดในสนามรบ พวกเขาก็ต้องตกใจเมื่อพบทารกแข็งทื่ออยู่กลางซากปรักหักพัง ร่างกายของเธอเย็นจัดและมีสีฟ้าอมคราม
ทารกยังมีลมหายใจรวยริน ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะรอดจากหายนะนี้ และไม่มีใครมีเวลามากพอที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวนี้ด้วย เหล่าเรนเจอร์เช็ดคราบเลือดที่มืออย่างระมัดระวังและอุ้มเธอออกจากซาก พวกเขาตะโกนว่า "เราพบทารก! ผู้รอดชีวิต! เธอยังมีชีวิตอยู่!"
เสียงตะโกนตื่นเต้นของพวกเขาส่งไปไกลเกินแนวหน้า ช่วยส่งต่อความกล้าให้ทหารทุกนายและส่งผ่านความรักต่อชีวิตทั่วสนามรบ ดั่งหยดน้ำชุ่มชื่นที่เติมเต็มกำลังใจให้ผู้เหน็ดเหนื่อย ผู้คนเชื่อว่านี่คือ "ปาฏิหาริย์แห่งความโปรดปรานของเหล่าทวยเทพ"
หลายวันต่อมา เด็กหญิงที่ถูกช่วยออกมาจากห้วงนรกก็ลืมตาขึ้นมาเป็นครั้งแรกพร้อมดวงตาสีประหลาดที่น่าพิสมัย ทาเซ็ตดิสคอร์ดไม่ได้พรากชีวิตเธอไปแต่ก็ได้กัดกร่อนดวงตาข้างขวา ความถี่ที่เหลืออยู่กลับรวมตัวสร้างเป็นดวงตาใหม่ราวปาฏิหาริย์ ทำให้เธอที่ตาบอดแต่กำเนิดสามารถมองเห็นความถี่ของทุกสรรพสิ่งในโลกได้โดยตรง
ในเวลานั้น ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่านี่คือ "คำสาปแห่งอาดูรการณ์ " ด้วยเช่นกัน
คำสาปบิดเบือนทุกสิ่งในสายตาของเธอให้กลายเป็นภาพหลอนอันน่าสยดสยอง พรั่นพรึง และสับสนอลหม่าน ส่งผลให้ประสาทรับรู้ของเธอถูกรบกวนและทำลายความเข้าใจต่อการดำรงอยู่ในโลก คำโกหกไม่อาจบดบังสายตาของเธอ แต่เธอก็ไม่เคยมองเห็นแสงสว่างเลยเช่นกัน
เธอหวนนึกถึงค่ำคืนหิมะโปรยปรายนั้นอย่างไม่สิ้นสุด พยายามดิ้นรนหนีจากนรกแต่ก็ร่วงกลับลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเธอกลายเป็นอสูรเสียเอง ในแง่หนึ่งก็เหมือนกับเธอไม่เคยถูกช่วยออกมาจากสมรภูมินั้นได้จริง โลกของเธอเป็นเหมือนภาพวาดแห่งแดนชำระบาป เธอถูกหลอกหลอนด้วยทาเซ็ตดิสคอร์ดไปชั่วชีวิต ไร้ซึ่งทางหลุดพ้น
บ้านเกิดของเธอถูกทำลายโดยภัยพิบัติ
เพียงไม่กี่นาที ทุกชีวิตก็ถูกพายุหิมะแปลกประหลาดนี้ทำลายล้าง ก่อนจะถูกเปลี่ยนร่างให้เป็นทาเซ็ตดิสคอร์ดขนาดมหึมายืนอยู่บนภูเขาหิมะที่กลายเป็น
ทารกยังมีลมหายใจรวยริน ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะรอดจากหายนะนี้ และไม่มีใครมีเวลามากพอที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวนี้ด้วย เหล่าเรนเจอร์เช็ดคราบเลือดที่มืออย่างระมัดระวังและอุ้มเธอออกจากซาก พวกเขาตะโกนว่า "เราพบทารก! ผู้รอดชีวิต! เธอยังมีชีวิตอยู่!"
เสียงตะโกนตื่นเต้นของพวกเขาส่งไปไกลเกินแนวหน้า ช่วยส่งต่อความกล้าให้ทหารทุกนายและส่งผ่านความรักต่อชีวิตทั่วสนามรบ ดั่งหยดน้ำชุ่มชื่นที่เติมเต็มกำลังใจให้ผู้เหน็ดเหนื่อย ผู้คนเชื่อว่านี่คือ "ปาฏิหาริย์แห่งความโปรดปรานของเหล่าทวยเทพ"
หลายวันต่อมา เด็กหญิงที่ถูกช่วยออกมาจากห้วงนรกก็ลืมตาขึ้นมาเป็นครั้งแรกพร้อมดวงตาสีประหลาดที่น่าพิสมัย ทาเซ็ตดิสคอร์ดไม่ได้พรากชีวิตเธอไปแต่ก็ได้กัดกร่อนดวงตาข้างขวา ความถี่ที่เหลืออยู่กลับรวมตัวสร้างเป็นดวงตาใหม่ราวปาฏิหาริย์ ทำให้เธอที่ตาบอดแต่กำเนิดสามารถมองเห็นความถี่ของทุกสรรพสิ่งในโลกได้โดยตรง
ในเวลานั้น ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่านี่คือ "คำสาปแห่ง
คำสาปบิดเบือนทุกสิ่งในสายตาของเธอให้กลายเป็นภาพหลอนอันน่าสยดสยอง พรั่นพรึง และสับสนอลหม่าน ส่งผลให้ประสาทรับรู้ของเธอถูกรบกวนและทำลายความเข้าใจต่อการดำรงอยู่ในโลก คำโกหกไม่อาจบดบังสายตาของเธอ แต่เธอก็ไม่เคยมองเห็นแสงสว่างเลยเช่นกัน
เธอหวนนึกถึงค่ำคืนหิมะโปรยปรายนั้นอย่างไม่สิ้นสุด พยายามดิ้นรนหนีจากนรกแต่ก็ร่วงกลับลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเธอกลายเป็นอสูรเสียเอง ในแง่หนึ่งก็เหมือนกับเธอไม่เคยถูกช่วยออกมาจากสมรภูมินั้นได้จริง โลกของเธอเป็นเหมือนภาพวาดแห่งแดนชำระบาป เธอถูกหลอกหลอนด้วยทาเซ็ตดิสคอร์ดไปชั่วชีวิต ไร้ซึ่งทางหลุดพ้น
ความเย็นที่ยังคงอยู่
บางครั้ง Sanhua ฝันถึงหิมะ
ตั้งแต่เด็ก Sanhua เป็นคนเงียบขรึมและเก็บตัว ไม่ค่อยเก่งในการเข้าสังคม รอบกายเธอมักถูกล้อมด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือกที่ขวางกั้นตัวเธอกับคนอื่นๆ ผู้คนที่ผ่านไปมาต่างต้องคอยระวังรอยน้ำแข็งกัดลึกลับที่มาจากความเย็นนี้
เธอมีสติรอบคอบ อันตราย และอ่านยาก จึงอาจเป็นเรื่องที่จินตนาการได้ยากหากจะบอกว่าคนอย่าง Sanhua ฝันร้ายเกี่ยวกับหิมะซ้ำแล้วซ้ำ
ในความฝัน เธอจะหลงทางอยู่ในความมืดไร้ขอบเขตเสมอ พยายามมองหาทุ่งหิมะหรือแสงสว่างเพียงริบหรี่ แต่ในชั่วพริบตา เธอกลับพบตัวเองนอนอยู่บนพื้นหิมะ ล้อมรอบด้วยสัตว์ประหลาดหน้าตาบิดเบี้ยวที่กำลังรุมกัดทึ้งเธอท่ามกลางซากศพนับร้อย ดวงตาของเธอถูกควัก ความมืดเข้ามาครอบงำ สุดท้ายก็เหลือทิ้งไว้เพียงเงามืดสลัว และเธอตื่นขึ้นด้วยความตกใจ
เมื่อเติบโต พลังเรโซแนนซ์ของเธอก็แข็งแกร่งขึ้น ปีศาจที่ไม่เคยสงบนิ่งแฝงตัวอยู่ภายในตัวเธอ เร่งเร้าให้เธอทำตามสัญชาตญาณความหิวโหยของทาเซ็ตดิสคอร์ด เพื่อดูดกลืนความถี่: เธอควบคุมพลังหิมะได้ยากขึ้น และความถี่ระหว่างมนุษย์กับทาเซ็ตดิสคอร์ด ก็ยิ่งมองให้ออกยากกว่าเดิม
บางครั้ง Sanhua นึกว่าหลุดพ้นจากฝันร้ายมาได้แล้ว แต่แล้วก็กลับพบว่าตัวเองยังคงติดอยู่และกลายเป็นสัตว์ประหลาด ทั้งหมดเป็นเพราะความไร้ปรานีของเธอ หรือเป็นเพราะความโหดร้ายของหิมะกันแน่? หรือบางที เธออาจเป็นส่วนหนึ่งของหิมะมาตั้งแต่แรก
เมื่อต้องเผชิญชะตากรรมอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งเกี่ยวพันกับปีศาจ Sanhua จึงได้ออกเดินทางเพื่อเนรเทศตัวเอง
เมื่อเร็วๆ นี้ Sanhua ก็ยังคงฝันถึงหิมะ Sanhua ไม่เคยต้องการแสงไฟในห้องเลย เธอมองเห็นได้ชัดเจนในความมืด พอเธอสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายอีกครั้งและเห็นแสงสว่าง เธอจึงรู้ทันทีว่าต้องเป็น Jinhsi ที่กำลังทำงานเอกสารอยู่
"ขออภัยเจ้าเมือง ..." Sanhua กล่าวขอโทษที่ทำหน้าที่ไม่สำเร็จ
หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเขียนหนังสืออย่างตั้งใจใต้แสงตะเกียง เมื่อเห็นการเคลื่อนไหว เธอเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า "ฉันจำได้ว่าขอให้เธอพักผ่อน Sanhua หากไม่มีเธอช่วย ฉันคงเขียนเสร็จไม่ถึงครึ่งในพรุ่งนี้เช้า เธออุตส่าห์อยู่ทั้งคืนจนคัดแยกเรียบร้อยแล้ว"
"ท่านหญิง ท่านพักผ่อนเถอะ ฉันจะจัดการตรงนี้เอง"
"ไม่เอาน่า Sanhua ฉันจะปล่อยให้เธอจัดการเอกสารน่าเบื่อพวกนั้นคนเดียวได้ยังไง ไม่มีทางซะหรอก"Jinhsi หยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ "ถ้าอยากช่วย ก็อยู่คุยกับฉันสักหน่อยก็พอ อีกไม่นานก็จะทำเสร็จแล้ว"
"ได้สิ แล้วท่านอยากจะคุยเรื่องอะไรล่ะ หรือให้ฉันสวดหฤทัยสูตรให้ฟังดี"
"อ๋อ งั้นเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่าเธอฝันถึงอะไร ฉันว่าได้ยินเธอบ่นพึมพำตอนหลับอยู่นะ"
"บางทีฉันอาจสวดหฤทัยสูตรอยู่ในฝันก็เป็นได้"
"...เราต้องวกกลับไปที่หฤทัยสูตรอีกหรือไง ที่จริงการทำงานเอกสารพวกนี้ก็ทำให้ฉันเหนื่อยแล้วนะ..."
"อืม...ฉันฝันถึงท่าน ท่านหญิง ท่านยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ...ดูงดงามเหลือเกิน" Sanhua ตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่น การเดินทางข้างหน้าของเธอไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
ตั้งแต่เด็ก Sanhua เป็นคนเงียบขรึมและเก็บตัว ไม่ค่อยเก่งในการเข้าสังคม รอบกายเธอมักถูกล้อมด้วยบรรยากาศเย็นยะเยือกที่ขวางกั้นตัวเธอกับคนอื่นๆ ผู้คนที่ผ่านไปมาต่างต้องคอยระวังรอยน้ำแข็งกัดลึกลับที่มาจากความเย็นนี้
เธอมีสติรอบคอบ อันตราย และอ่านยาก จึงอาจเป็นเรื่องที่จินตนาการได้ยากหากจะบอกว่าคนอย่าง Sanhua ฝันร้ายเกี่ยวกับหิมะซ้ำแล้วซ้ำ
ในความฝัน เธอจะหลงทางอยู่ในความมืดไร้ขอบเขตเสมอ พยายามมองหาทุ่งหิมะหรือแสงสว่างเพียงริบหรี่ แต่ในชั่วพริบตา เธอกลับพบตัวเองนอนอยู่บนพื้นหิมะ ล้อมรอบด้วยสัตว์ประหลาดหน้าตาบิดเบี้ยวที่กำลังรุมกัดทึ้งเธอท่ามกลางซากศพนับร้อย ดวงตาของเธอถูกควัก ความมืดเข้ามาครอบงำ สุดท้ายก็เหลือทิ้งไว้เพียงเงามืดสลัว และเธอตื่นขึ้นด้วยความตกใจ
เมื่อเติบโต พลังเรโซแนนซ์ของเธอก็แข็งแกร่งขึ้น ปีศาจที่ไม่เคยสงบนิ่งแฝงตัวอยู่ภายในตัวเธอ เร่งเร้าให้เธอทำตามสัญชาตญาณความหิวโหยของ
บางครั้ง Sanhua นึกว่าหลุดพ้นจากฝันร้ายมาได้แล้ว แต่แล้วก็กลับพบว่าตัวเองยังคงติดอยู่และกลายเป็นสัตว์ประหลาด ทั้งหมดเป็นเพราะความไร้ปรานีของเธอ หรือเป็นเพราะความโหดร้ายของหิมะกันแน่? หรือบางที เธออาจเป็นส่วนหนึ่งของหิมะมาตั้งแต่แรก
เมื่อต้องเผชิญชะตากรรมอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งเกี่ยวพันกับปีศาจ Sanhua จึงได้ออกเดินทางเพื่อเนรเทศตัวเอง
เมื่อเร็วๆ นี้ Sanhua ก็ยังคงฝันถึงหิมะ Sanhua ไม่เคยต้องการแสงไฟในห้องเลย เธอมองเห็นได้ชัดเจนในความมืด พอเธอสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายอีกครั้งและเห็นแสงสว่าง เธอจึงรู้ทันทีว่าต้องเป็น Jinhsi ที่กำลังทำงานเอกสารอยู่
"ขออภัย
หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเขียนหนังสืออย่างตั้งใจใต้แสงตะเกียง เมื่อเห็นการเคลื่อนไหว เธอเงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า "ฉันจำได้ว่าขอให้เธอพักผ่อน Sanhua หากไม่มีเธอช่วย ฉันคงเขียนเสร็จไม่ถึงครึ่งในพรุ่งนี้เช้า เธออุตส่าห์อยู่ทั้งคืนจนคัดแยกเรียบร้อยแล้ว"
"ท่านหญิง ท่านพักผ่อนเถอะ ฉันจะจัดการตรงนี้เอง"
"ไม่เอาน่า Sanhua ฉันจะปล่อยให้เธอจัดการเอกสารน่าเบื่อพวกนั้นคนเดียวได้ยังไง ไม่มีทางซะหรอก"Jinhsi หยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ "ถ้าอยากช่วย ก็อยู่คุยกับฉันสักหน่อยก็พอ อีกไม่นานก็จะทำเสร็จแล้ว"
"ได้สิ แล้วท่านอยากจะคุยเรื่องอะไรล่ะ หรือให้ฉันสวดหฤทัยสูตรให้ฟังดี"
"อ๋อ งั้นเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิว่าเธอฝันถึงอะไร ฉันว่าได้ยินเธอบ่นพึมพำตอนหลับอยู่นะ"
"บางทีฉันอาจสวดหฤทัยสูตรอยู่ในฝันก็เป็นได้"
"...เราต้องวกกลับไปที่หฤทัยสูตรอีกหรือไง ที่จริงการทำงานเอกสารพวกนี้ก็ทำให้ฉันเหนื่อยแล้วนะ..."
"อืม...ฉันฝันถึงท่าน ท่านหญิง ท่านยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ...ดูงดงามเหลือเกิน" Sanhua ตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่น การเดินทางข้างหน้าของเธอไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
กลีบบุปผาร่วงโรย
Sanhua เคยเห็นหิมะมาก่อน
ระหว่างการปลีกตัว เธอเดินทางไปเยือนหลายแห่ง มุ่งหน้าสู่ขุนเขาและทุ่งห่างไกล มองทอดสายตาไปยังผืนดินรกร้างไร้ผู้คนจากบนหน้าผา
เธอเห็นรอยแยกรูปดาวแผ่กระจายไปทั่วผืนดิน นั่นคือเครื่องหมายทาเซ็ต ที่ซึ่งทาเซ็ตดิสคอร์ด เกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง เครื่องหมายเหล่านี้กัดกร่อนผืนดินที่มนุษย์พึ่งพาเพื่อความอยู่รอด เหมือนกับที่เคยกัดกร่อนดวงตาของเธอ Sanhua พยายามสังหารสัตว์ประหลาดแต่ก็ไม่พบทางเยียวยา เสียงโกลาหลที่ไม่สิ้นสุดรบกวนจิตใจเธอทั้งกลางวันและกลางคืน แรงจูงใจเพียงอย่างเดียวของเธอคือการเอาชีวิตรอด ผลักดันเธอให้ก้าวไปข้างหน้าแม้ประสาทสัมผัสจะถูกรบกวนอย่างหนักไม่หยุดหย่อนก็ตาม
เธอเปรียบเสมือนว่าวที่ล่องลอยเหนือแดนรกร้าง ถูกชักนำด้วยเส้นด้ายบางเบาพร้อมจะขาดทุกเมื่อ เธอปล่อยให้หิมะซัดกระหน่ำอย่างหลงถิ่นไร้ทิศทาง ไม่ว่าหญิงสาวจะไปที่ใด พายุหิมะก็จะกวาดล้างทุกสิ่งในเส้นทางนั้น เธอกลายเป็นหายนะในที่สุด
เมื่อชื่อเสียงอันน่าสะพรึงของ Sanhua แพร่สะพัด ผู้คนจึงออกตามล่า เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใครหรือทำไมถึงอยากฆ่าเธอ เธอตระหนักได้แค่ว่าต้องควบคุมปีศาจในกาย แต่ความตื่นตระหนกก็ครอบงำความคิดได้เสมอ ทุกครั้งเธอจึงต่อสู้ก่อนจะหลบหนีไปด้วยความทุกข์ในใจ
จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอถูกไล่ต้อนและติดกับอยู่กลางภูเขา และในตอนนั้นเองที่เธอได้ "เห็น" หิมะ — เกล็ดหิมะสีทองส่องประกายราวกับกลีบดอกไม้โปรยปรายจากฟากฟ้า
ภาพที่เห็นน่าหลงใหล เธอลืมเลือนความทุกข์และความเจ็บปวด และถูกดึงดูดด้วยเสียงทุ้มลึกราวเวทมนตร์ที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ เมื่อพายุหิมะจางหายไป เธอพบว่าตนถูกโอบล้อมด้วยหิมะสีทอง ชายผู้หนึ่งปรากฏกายและเปิดเผยตัวว่าเป็นนักบวช ไม่นานนักเธอก็เข้าใจว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาเพื่อชี้ทางสว่างให้เธอ
"ปรากฏการณ์ที่มีเงื่อนไขทั้งปวงล้วนเปรียบเสมือนความฝัน ภาพลวงตา ฟองอากาศ ร่างเงา เหมือนหยดน้ำค้างหรือแสงฟ้าแลบ พึงพิจารณาสิ่งเหล่านี้ในลักษณะนี้ สิ่งที่เธอรับรู้ว่าเป็นทุกข์ แต่เธอยังไม่รู้ว่าทุกข์นั้นนำไปสู่ความหลุดพ้น... เหตุและผลจึงจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยกรรมของตนเท่านั้น"
Sanhua แทบไม่เข้าใจความหมายของคำพูดเหล่านั้นเลย แต่เธอก็ไม่ได้พยายามหลบหนี นักบวชยอมรับเธอ... หรือพูดให้ถูกก็คือเธอถูกพาตัวเข้าไปในอารามราวกับแมวจรจัด ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะยอมเชื่อฟังได้โดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับ แต่ใช้เพียงดอกไม้ที่โปรยปรายอย่างเงียบงันและคำแนะนำครั้งเดียวเท่านั้น
ที่อาราม เธอได้รับชื่อทางธรรมว่า "Sanhua" เธอฝึกฝนวิชาดาบและท่องหฤทัยสูตรทุกวันร่วมกับนักบวชคนอื่นๆ
Sanhua สงสัยว่าหากกรรมทำให้เหตุทุกประการบังเกิดผลตามชะตา แล้วกรรมของเธอเองจะพาเธอไปสู่ผลลัพธ์แบบใดกัน
ระหว่างการปลีกตัว เธอเดินทางไปเยือนหลายแห่ง มุ่งหน้าสู่ขุนเขาและทุ่งห่างไกล มองทอดสายตาไปยังผืนดินรกร้างไร้ผู้คนจากบนหน้าผา
เธอเห็นรอยแยกรูปดาวแผ่กระจายไปทั่วผืนดิน นั่นคือเครื่องหมายทาเซ็ต ที่ซึ่ง
เธอเปรียบเสมือนว่าวที่ล่องลอยเหนือแดนรกร้าง ถูกชักนำด้วยเส้นด้ายบางเบาพร้อมจะขาดทุกเมื่อ เธอปล่อยให้หิมะซัดกระหน่ำอย่างหลงถิ่นไร้ทิศทาง ไม่ว่าหญิงสาวจะไปที่ใด พายุหิมะก็จะกวาดล้างทุกสิ่งในเส้นทางนั้น เธอกลายเป็นหายนะในที่สุด
เมื่อชื่อเสียงอันน่าสะพรึงของ Sanhua แพร่สะพัด ผู้คนจึงออกตามล่า เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใครหรือทำไมถึงอยากฆ่าเธอ เธอตระหนักได้แค่ว่าต้องควบคุมปีศาจในกาย แต่ความตื่นตระหนกก็ครอบงำความคิดได้เสมอ ทุกครั้งเธอจึงต่อสู้ก่อนจะหลบหนีไปด้วยความทุกข์ในใจ
จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอถูกไล่ต้อนและติดกับอยู่กลางภูเขา และในตอนนั้นเองที่เธอได้ "เห็น" หิมะ — เกล็ดหิมะสีทองส่องประกายราวกับกลีบดอกไม้โปรยปรายจากฟากฟ้า
ภาพที่เห็นน่าหลงใหล เธอลืมเลือนความทุกข์และความเจ็บปวด และถูกดึงดูดด้วยเสียงทุ้มลึกราวเวทมนตร์ที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ เมื่อพายุหิมะจางหายไป เธอพบว่าตนถูกโอบล้อมด้วยหิมะสีทอง ชายผู้หนึ่งปรากฏกายและเปิดเผยตัวว่าเป็นนักบวช ไม่นานนักเธอก็เข้าใจว่าทั้งหมดนั้นเป็นเพียงภาพลวงตาเพื่อชี้ทางสว่างให้เธอ
"ปรากฏการณ์ที่มีเงื่อนไขทั้งปวงล้วนเปรียบเสมือนความฝัน ภาพลวงตา ฟองอากาศ ร่างเงา เหมือนหยดน้ำค้างหรือแสงฟ้าแลบ พึงพิจารณาสิ่งเหล่านี้ในลักษณะนี้ สิ่งที่เธอรับรู้ว่าเป็นทุกข์ แต่เธอยังไม่รู้ว่าทุกข์นั้นนำไปสู่ความหลุดพ้น... เหตุและผลจึงจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยกรรมของตนเท่านั้น"
Sanhua แทบไม่เข้าใจความหมายของคำพูดเหล่านั้นเลย แต่เธอก็ไม่ได้พยายามหลบหนี นักบวชยอมรับเธอ... หรือพูดให้ถูกก็คือเธอถูกพาตัวเข้าไปในอารามราวกับแมวจรจัด ไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะยอมเชื่อฟังได้โดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับ แต่ใช้เพียงดอกไม้ที่โปรยปรายอย่างเงียบงันและคำแนะนำครั้งเดียวเท่านั้น
ที่อาราม เธอได้รับชื่อทางธรรมว่า "Sanhua" เธอฝึกฝนวิชาดาบและท่องหฤทัยสูตรทุกวันร่วมกับนักบวชคนอื่นๆ
Sanhua สงสัยว่าหากกรรมทำให้เหตุทุกประการบังเกิดผลตามชะตา แล้วกรรมของเธอเองจะพาเธอไปสู่ผลลัพธ์แบบใดกัน
น้ำแข็งที่กำลังละลาย
Sanhua ยืนอยู่บนสนามรบอีกครั้ง ท่ามกลางเลือดและไฟที่ประสานกัน เธอพร้อมสู้เพื่อสิ่งที่เคยถูกพรากไป เมื่อหลายปีก่อน ดวงตาและบ้านที่เคยอยู่ถูกพรากไปในวันที่เธอไม่อาจสู้กลับ แต่ตอนนี้ เธออยู่บนสนามรบในฐานะนักรบ โดยมีหิมะเป็นทั้งคำสาปและอาวุธ
ดวงตาของเธอเริ่มพร่ามัวจากคลื่นความถี่ของทาเซ็ตดิสคอร์ด ที่ท่วมท้นและเสียงกรีดร้องอื้ออึงดังสนั่นหู ท่ามกลางพายุหิมะ เธอเห็นภาพอันน่าสยดสยองที่คล้ายกับฝันร้ายครั้งก่อน ภาพที่เธอไม่ได้ฝันถึงมานานหลายปี
ศพนับร้อยกองรวมกันเป็นอสูรยักษ์ต่อหน้าเธอ แต่เมื่อมองดูใกล้ๆ เธอก็จำใบหน้าของคนที่เคยเรียกว่าพวกพ้องได้...
เธอติดอยู่ในแดนมายา มองดูอย่างหมดหนทางเมื่อปีศาจในตัวเธอกัดกินตัวตนด้วยพลังอันโหดร้าย ความสามารถที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งพลัง ตอนนี้กลับควบคุมและกลืนกินเธอ คำสาปที่มอบพลังให้ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังอันมหาศาลของอาดูรการณ์
"...สุดท้ายก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้เลยสินะ"
Sanhua ล้มลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย จมอยู่กับเหล่าอสูรและแดนมายา เธอพร่ำพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะล้มลงกับพื้น
เธอจำไม่ได้ว่าได้รับบาดเจ็บไปกี่ครั้ง มีเพียงความอบอุ่นที่ค่อยๆ เลือนหายไป เธอกลับสู่ฝันร้ายในวัยเด็ก นอนอยู่บนทุ่งหิมะอีกครั้ง ความหนาวเย็นครอบงำร่างกายของเธอจนละลายกลืนไปกับพื้นน้ำแข็ง
เมื่อโลกจมสู่ความเงียบและความมืดมิดอย่างสมบูรณ์ เศษสีขาวปรากฏขึ้นในสายตาที่พร่ามัวของเธอ
"...หิมะ..."
Sanhua ยื่นมือออกไป ปรารถนาจะสัมผัสความเย็นนั้น แต่ปลายนิ้วของเธอกลับพบกับความอบอุ่นแทน
...ไม่ นั่นไม่ใช่เกล็ดหิมะ
Sanhua พยายามกะพริบตาเมื่อภาพของหญิงสาวค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในสายตา นั่นคือความถี่ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
หญิงสาวยืนอยู่ต่อหน้า Sanhua ปกป้องเธอจากอันตราย สายฟ้าแลบราวกับไหลผ่านปลายนิ้ว พายุหิมะอันโกลาหลที่หมุนวนรอบตัว Sanhua ถูกดึงดูดเข้าหาเธอคนนั้น และเธอนำพาความถี่เหล่านั้นจนค่อยๆ สงบลง ฤดูกาลรอบตัวเปลี่ยนไป เสียงฟ้าร้องและสายลมที่ห่างไกลเป็นสัญญาณการมาถึง ดุจดั่งเด็กสาวผู้ศักดิ์สิทธิ์ตอบสนองคำอธิษฐาน เธอกำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดทั้งหมดด้วยสายฟ้าที่เจิดจรัส
เมื่อธารน้ำแข็งละลาย เสียงกรีดร้องเจ็บปวดในหูของ Sanhua ค่อยๆ เงียบลง เธอไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของสมรภูมิอีกต่อไป แต่กลับได้ยินเสียงลมพัด นกร้องเจื้อยแจ้ว และความมีชีวิตชีวาของผืนดิน ในช่วงเวลานั้นเองที่เธอหลุดพ้นจากค่ำคืนหิมะครั้งนั้น และเวลาที่เคยแช่แข็งเริ่มไหลอีกครั้งในชีวิตของเธอ
นั่นคือช่วงเวลาที่ Sanhua เข้าใจในที่สุดว่ากฎแห่งกรรมได้เตรียมอะไรไว้ให้เธอบ้าง
"ด้วยกรรมเท่านั้นจึงจะเกิดเหตุและผล" Jinhsi ได้แสดงให้ Sanhua เห็นพลังของการเกิดใหม่ท่ามกลางความพินาศ Jinhsi ... เธออาจเป็นแสงนำทางให้กับทุกคนท่ามกลางช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้
อนาคตที่ Jinhsi ได้แสดงให้เห็นคือชะตากรรมของเธอ แสงสว่างที่เธอมองหามาตลอดในความมืด
Sanhua หยิบดาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ เธอเปลี่ยนปีศาจในใจให้กลายเป็นพลังปกป้อง
ดวงตาของเธอเริ่มพร่ามัวจากคลื่นความถี่ของ
ศพนับร้อยกองรวมกันเป็นอสูรยักษ์ต่อหน้าเธอ แต่เมื่อมองดูใกล้ๆ เธอก็จำใบหน้าของคนที่เคยเรียกว่าพวกพ้องได้...
เธอติดอยู่ในแดนมายา มองดูอย่างหมดหนทางเมื่อปีศาจในตัวเธอกัดกินตัวตนด้วยพลังอันโหดร้าย ความสามารถที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งพลัง ตอนนี้กลับควบคุมและกลืนกินเธอ คำสาปที่มอบพลังให้ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลังอันมหาศาลของ
"...สุดท้ายก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้เลยสินะ"
Sanhua ล้มลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย จมอยู่กับเหล่าอสูรและแดนมายา เธอพร่ำพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะล้มลงกับพื้น
เธอจำไม่ได้ว่าได้รับบาดเจ็บไปกี่ครั้ง มีเพียงความอบอุ่นที่ค่อยๆ เลือนหายไป เธอกลับสู่ฝันร้ายในวัยเด็ก นอนอยู่บนทุ่งหิมะอีกครั้ง ความหนาวเย็นครอบงำร่างกายของเธอจนละลายกลืนไปกับพื้นน้ำแข็ง
เมื่อโลกจมสู่ความเงียบและความมืดมิดอย่างสมบูรณ์ เศษสีขาวปรากฏขึ้นในสายตาที่พร่ามัวของเธอ
"...หิมะ..."
Sanhua ยื่นมือออกไป ปรารถนาจะสัมผัสความเย็นนั้น แต่ปลายนิ้วของเธอกลับพบกับความอบอุ่นแทน
...ไม่ นั่นไม่ใช่เกล็ดหิมะ
Sanhua พยายามกะพริบตาเมื่อภาพของหญิงสาวค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในสายตา นั่นคือความถี่ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
หญิงสาวยืนอยู่ต่อหน้า Sanhua ปกป้องเธอจากอันตราย สายฟ้าแลบราวกับไหลผ่านปลายนิ้ว พายุหิมะอันโกลาหลที่หมุนวนรอบตัว Sanhua ถูกดึงดูดเข้าหาเธอคนนั้น และเธอนำพาความถี่เหล่านั้นจนค่อยๆ สงบลง ฤดูกาลรอบตัวเปลี่ยนไป เสียงฟ้าร้องและสายลมที่ห่างไกลเป็นสัญญาณการมาถึง ดุจดั่งเด็กสาวผู้ศักดิ์สิทธิ์ตอบสนองคำอธิษฐาน เธอกำจัดทาเซ็ตดิสคอร์ดทั้งหมดด้วยสายฟ้าที่เจิดจรัส
เมื่อธารน้ำแข็งละลาย เสียงกรีดร้องเจ็บปวดในหูของ Sanhua ค่อยๆ เงียบลง เธอไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของสมรภูมิอีกต่อไป แต่กลับได้ยินเสียงลมพัด นกร้องเจื้อยแจ้ว และความมีชีวิตชีวาของผืนดิน ในช่วงเวลานั้นเองที่เธอหลุดพ้นจากค่ำคืนหิมะครั้งนั้น และเวลาที่เคยแช่แข็งเริ่มไหลอีกครั้งในชีวิตของเธอ
นั่นคือช่วงเวลาที่ Sanhua เข้าใจในที่สุดว่ากฎแห่งกรรมได้เตรียมอะไรไว้ให้เธอบ้าง
"ด้วยกรรมเท่านั้นจึงจะเกิดเหตุและผล" Jinhsi ได้แสดงให้ Sanhua เห็นพลังของการเกิดใหม่ท่ามกลางความพินาศ Jinhsi ... เธออาจเป็นแสงนำทางให้กับทุกคนท่ามกลางช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้
อนาคตที่ Jinhsi ได้แสดงให้เห็นคือชะตากรรมของเธอ แสงสว่างที่เธอมองหามาตลอดในความมืด
Sanhua หยิบดาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ เธอเปลี่ยนปีศาจในใจให้กลายเป็นพลังปกป้อง
Sanhua เส้นเสียง
ความในใจ - 1
...อ๊ะ ขอโทษที ฉันเผลอใจลอยไปหน่อย สายตาของฉัน... มันมองเห็นคลื่นความถี่ดั้งเดิมของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดน่ะ สำหรับฉันแล้ว ทุกชีวิตจะดูพร่ามัวแล้วก็วุ่นวาย อยู่ในรูปร่างของจิตวิญญาณ... ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนพิเศษตั้งแต่แรกเห็นเลย นอกจากคุณหนู Jinhsi แล้ว คุณเป็นคนเดียวที่ดูชัดเจนและเป็นตัวของตัวเองในสายตาฉัน ฉันแค่... ยังไม่ชินกับภาพของคุณเท่านั้นเอง
ความในใจ - 2
เราทุกคนต่างติดอยู่ในวงล้อแห่งกรรมที่มองไม่เห็น เราเกิด เราตาย แล้วก็เกิดใหม่อีกครั้ง พอเวลาผ่านไป ก็ต้องมีบางคนที่จากไปก่อนเมื่อการเดินทางของพวกเขาสิ้นสุดลง สิ่งที่เราทำได้ก็แค่เก็บพวกเขาไว้ในความทรงจำแล้วก้าวต่อไป จนกว่าจะจุดจบของเราจะมาถึง... อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณเดินทางต่อไปเหรอ ผู้พเนจร
ความในใจ - 3
ฉันจะทำยังไงดีนะ ถ้าไม่ได้อยู่ข้างๆ คุณหนูอีกต่อไปแล้ว ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ ไม่ว่าฉันจะตายไปแล้ว หรือว่าเธอทำเป้าหมายสำเร็จจนไม่ต้องการฉันอีกต่อไป พอถึงเวลานั้นจริงๆ บางทีฉันอาจจะเลือกใช้ชีวิตเหมือนคุณ เป็นนักเดินทางที่ร่อนเร่ไปเรื่อยๆ การได้ร่วมเดินทางไปกับคุณก็น่าจะดีเหมือนกันนะ
ความในใจ - 4
หืม คุณถามว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ ฉันกำลังสงสัยว่าตอนนี้คุณคิดอะไรอยู่ต่างหาก ผู้พเนจร... ฉันอ่านความคิดของคุณผ่านคลื่นความถี่ไม่ได้หรอก เพราะคุณก็คือตัวคุณในสายตาฉัน แต่ก็น่าแปลก... การที่ไม่รู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่มันก็รู้สึกดีเหมือนกัน
ความในใจ - 5
ทุกการกระทำของเราล้วนมีกรรมทั้งนั้น กรรมที่คุณสร้างในตอนนี้ก็จะเติบโตและส่งผลในอนาคตอย่างแน่นอน... ส่วนฉันน่ะเหรอ ก็ไม่มีข้อยกเว้นเหมือนกันนั่นแหละ ฉันเลยเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกนะที่เราได้มาเจอกันที่นี่ ในตอนนี้
งานอดิเรกของ Sanhua
การสวดปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรช่วยให้ใจสงบและเกิดปัญญา บางครั้งฉันก็จะสวดให้คุณหนู Jinhsi ฟัง แต่เธอก็ดูเหมือนจะเริ่มง่วงทุกทีเลย... คุณอยากจะฟังฉันสวดมนต์ด้วยเหรอ แต่... คุณคงไม่เผลอหลับไปเหมือนกันใช่ไหม
ความกังวลของ Sanhua
คุณหนาวเหรอ การควบคุมพลังของฉันมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ โดยเฉพาะตอนที่ฉันคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ถึงมันจะไม่เป็นอันตรายอะไรมาก แต่บางทีความเย็นก็ไปสร้างปัญหาให้คนอื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คุณไม่ว่าอะไรใช่ไหม หรือว่า... คุณอยากจะให้ฉันแบ่งความเย็นนี้ให้ด้วยงั้นเหรอ
อาหารที่ชอบ
มีเครื่องดื่มอยู่อย่างหนึ่งในจินโจว ซึ่งสกัดจากกลีบดอกไม้ชนิดพิเศษจากที่ราบตอนกลาง ฉันรู้สึกว่าเครื่องดื่มนี้หวานละมุนชวนให้สดชื่นทีเดียว แต่บริโภคแต่พอเหมาะล่ะ เพราะอาจมีผลข้างเคียงทำให้วิงเวียนได้ ส่วนฉันน่ะเหรอ บอกเลย ฉันไม่เป็นอะไรอยู่แล้วล่ะ
อาหารที่ไม่ชอบ
ถ้าต้องพูดจริงๆ ฉันไม่ค่อยชินกับอาหารรสเผ็ดน่ะ... หืม คุณกำลังคิดว่าจะชวนฉันไปทานข้าวที่ร้านอาหารพานฮวาเหรอ ถ้างั้นก็ไปที่ร้านพานฮวาก็ได้ ถึงฉันจะไม่ชอบเท่าไร แต่ก็พอจะทนรสชาติเครื่องเทศแค่นั้นได้อยู่
อุดมคติ
พลังในการมองเห็นนี้... มันเป็นทั้งปาฏิหาริย์และคำสาปในเวลาเดียวกัน ถ้าฉันกำจัดมันทิ้งไปได้ก็คงดี... ไม่สิ มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว ในเมื่อฉันต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิต งั้นฉันก็จะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธของฉันซะ
พูดคุย - 1
ภาพลวงตาที่เราสร้างขึ้นเอง สุดท้ายก็จะย้อนกลับมาทำร้ายเรา... นี่คือสิ่งที่เจ้าอาวาสบอกฉันตอนที่ท่านมอบลูกประคำนี้ให้ มันเป็นคำเตือนสำหรับฉัน และเป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกคนต่างก็มีด้านมืดในใจที่ต้องต่อสู้ เส้นแบ่งระหว่างความดีกับความชั่วนั้นบางนิดเดียว แค่คิดผิดครั้งเดียวก็ข้ามไปได้แล้ว ฉันไม่ควรหวั่นไหวไปกับสิ่งที่คนอื่นคิดเกี่ยวกับฉัน แต่ควรมุ่งมั่นฝึกฝนจิตใจของตัวเองเพื่อหาทางปลดปล่อย
พูดคุย - 2
พวกเขาเคยเรียกฉันว่า "อสูรแห่งหายนะ"... แต่ตอนนี้ ฉันใช้พลังของอสูรนี้เพื่อปกป้องคนสำคัญของฉัน ผู้พเนจร... คุณมองว่าฉันเป็นอสูรด้วยหรือเปล่า แต่ฉันว่ามันก็คงไม่สำคัญหรอก ไม่ว่าคุณจะคิดกับฉันยังไง ฉันก็พร้อมจะกำจัดทุกอุปสรรคที่ขวางทางคุณเสมอตามหน้าที่ของฉัน
เกี่ยวกับ Jinhsi
ช่วงหลังๆ มานี้คุณหนูชอบตื่นเช้าขึ้นน่ะ ฉันก็เลยปลุกเธอตรงเวลาทุกวันเลย... หืม บางทีเธอก็อยากนอนต่ออีกหน่อยงั้นเหรอ?! เธอเป็นคนบอกคุณเองเลยเหรอ แล้ว... เธอยังพูดอะไรอีกไหม เล่าให้ฉันฟังละเอียดๆ เลยนะ
เกี่ยวกับ Jianxin
Jianxin... ดวงจิตของเธอมีสีทองงดงาม และเธอก็เป็นคนที่มีนิสัยน่าเคารพมากๆ คนหนึ่งเลยละ
เกี่ยวกับ Lingyang
เด็กหนุ่มนักเชิดสิงโตคนนั้นน่ะเหรอ ดวงจิตของเขามีรูปร่างไม่เหมือนใครเลยละ มันดูคล้ายๆ กับสัตว์... พูดแล้วก็แอบเขินนิดๆ นะที่ต้องยอมรับว่า ฉันเคยเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นสัตว์ป่าหลงมาจากไหนเสียอีก... อะแฮ่ม ไม่ต้องห่วงนะ หลังจากนั้นฉันก็เข้าไปขอโทษเขาดีๆ แล้วละ แล้วเราก็เข้าใจกันดีแล้ว
เกี่ยวกับ Baizhi
Baizhi เป็นปราชญ์ผู้ปราดเปรื่อง ฉันเคยร่วมงานกับเธอมางานหนึ่งที่คุณผู้หญิงเจ้าเมืองจินโจว มอบหมายให้ เธอจะกลายเป็นปราชญ์ผู้เลื่องชื่อในสถาบันหัวซวี ได้อย่างไม่ต้องสงสัย และสุดท้ายก็จะเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการศึกษาด้านนิเวศเสียงเศษเสี้ยวความถี่ในหวงหลง
คำอวยพรวันเกิด
นี่คือวันเกิดจริงๆ ของคุณเหรอ วันเกิดของคุณเป็นวันที่น่าฉลองมากๆ เลยนะ นับตั้งแต่วินาทีนั้น ชีวิตของคุณก็ได้เริ่มต้นขึ้น เรื่องราวและโชคชะตานับไม่ถ้วนได้พาคุณมาที่นี่ และมายืนอยู่ตรงหน้าฉันในที่สุด เรื่องนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์เลยก็ได้ล่ะ สุขสันต์วันเกิดนะ ผู้พเนจร
ขณะยืนรอ - 1
สิ่งที่งดงามนั้นงดงามได้... ก็เพราะว่ามันไม่จีรังยั่งยืน
ขณะยืนรอ - 2
ฉันคิดยังไงกับคุณงั้นเหรอ รอยยิ้มของคุณ... ดูอบอุ่นดีนะ
ขณะยืนรอ - 3
คุณบอกว่าฉันควรจะพยายามยิ้มให้มากขึ้นเหรอ ...แบบนี้ใช่ไหม ไม่ใช่เหรอ ...หรือว่าแบบนี้ หืม... ฉันคงจะฉีกยิ้มมากไปละมั้ง ลืมๆ มันไปเถอะ
คำแนะนำตัว
ฉันชื่อ Sanhua เป็นองครักษ์ของเจ้าเมือง หากจะไปพื้นที่อันตรายล่ะก็ อย่าลืมให้ฉันไปด้วยล่ะ รับรองได้เลยว่าคุณจะปลอดภัย
ทักทาย
สวัสดี ผู้พเนจร ช่วงนี้ให้ฉันดูแลก่อนแล้วกันนะ
เข้าร่วมทีม - 1
ได้โปรดอย่าอยู่ห่างจากฉันมากเกินไปนะ
เข้าร่วมทีม - 2
เชื่อใจได้เลยว่าฉันจะปกป้องคุณให้ปลอดภัย
เข้าร่วมทีม - 3
ฉันจะกำจัดภัยคุกคามทุกอย่างที่ขวางทางคุณเอง
เลื่อนขั้น - 1
ฉันเห็น... เหล่าดวงวิญญาณได้ชัดขึ้น
เลื่อนขั้น - 2
การรู้แจ้งซ่อนอยู่ในการไล่ตามอย่างไม่ลดละ
เลื่อนขั้น - 3
การหลุดพ้นมาจากการยอมรับความไม่เที่ยงและความไม่จีรัง
เลื่อนขั้น - 4
ตอนนี้ ฉันมั่นใจแล้วว่าจะไม่ยอมให้คุณต้องเจ็บตัวแม้แต่นิดเดียว
เลื่อนขั้น - 5
ผู้พเนจร ฉันมาอยู่ฝั่งเดียวกับคุณเพราะเจ้าเมืองจินโจว สั่งมา และหลังจากนี้ฉันก็จะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ... แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้ทำไปเพราะหน้าที่ คำสัตย์นี้มาจากความต้องการของตัวฉันเอง ให้คุณแค่คนเดียว
โจมตีหนัก: ระเบิด
ดับมอดไปซะ!
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
บุปผาเยือกแข็ง!
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
จารึก
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
วัฏจักรแห่งมลทิน!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
พันธนาการจงสลายไปซะ!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
ดุจห้วงลึกอันเยียบเย็น!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
บัวบานสะพรั่ง!
หลบหลีกสำเร็จ
ระวังตัวด้วย
ถูกโจมตี - 1
*เสียงออกแรง*
ถูกโจมตี - 2
คุณถอยไปก่อน
ถูกโจมตี - 3
ฉันพลาดเอง
บาดเจ็บ - 1
ไม่เป็นไรน่า
บาดเจ็บ - 2
ฉันยังไปต่อไหว
บาดเจ็บ - 3
ฉัน... จะไม่ถอย
หมดสติ - 1
ความทุกข์ทรมาน... คือการก้าวข้าม
หมดสติ - 2
กรรมตามทันฉันแล้วสินะ...
หมดสติ - 3
ฉันทำให้คุณผิดหวังซะแล้ว...
อัญเชิญเอคโค่
*เสียงออกแรง*
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
เปลี่ยนมุมมอง
สกิลอินโทร
มาอยู่ข้างหลังฉัน
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
ระวังตัวไว้ก่อนนะ
เครื่องร่อน
เป็นจุดชมวิวที่ดีนะ
สลิง
*เสียงออกแรง*
เซนเซอร์
เจอเรื่องไม่คาดคิดงั้นเหรอ
พุ่งตัว
*เสียงออกแรง*
วิ่งไต่กำแพง
*เสียงออกแรง*
หีบเสบียง - 1
เป็นการสำรวจที่คุ้มค่าดี
หีบเสบียง - 2
ดูเหมือนว่าพอมีคุณอยู่ด้วยแล้ว โชคของฉันจะดีขึ้นนะ
หีบเสบียง - 3
เจอของที่ชอบงั้นเหรอ อยากเก็บไว้ก็เอาไปได้เลย