ข้อมูล
Shorekeeper
Shorekeeper VA
ชาวจีน: Tang YaJing
ญี่ปุ่น: Suwa Ayaka
เกาหลี: Kim Bo Na
ภาษาอังกฤษ: Stephanie McKeon
Shorekeeper รายงานการสอบ Forte
พลังกำทอน
ดักแด้เสียงรื่นหู
รายงานการประเมินเสียงสะท้อน
[Extracted Archive Record - A.A1001]
ผู้รับการทดสอบ: ตัวอย่างที่สอง
ผู้บันทึก: ▇▇▇▇
เซกเมนต์การบันทึก: A.A-000
ตัวอย่างที่สอง (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Shorekeeper) ถูกประกอบขึ้นจากคริสตัลเศษเสี้ยวความถี่ ความบริสุทธิ์สูงเพียงอย่างเดียว การปลุกมันได้สำเร็จยืนยันถึงความเป็นไปได้ของทฤษฎีของ▇▇▇▇ซึ่งเสนอว่า:
a. ตามการสร้างแบบจำลองสมอโมดูล "บลาซา" พลังงานเศษเสี้ยวความถี่สามารถถูกดึงดูดและควบแน่นได้ ส่งผลให้พลังงานนั้นปรากฏเป็นรูปธรรม
b. การโหลดข้อมูลเชิงสารสนเทศล่วงหน้าเข้าไปในเอนทิตีพลังงานจะมอบความสามารถในการรับรู้ให้มัน
ตัวอย่างที่สอง (Shorekeeper) ต่างจากหลักการเรโซแนนซ์แบบดั้งเดิม โดยสามารถใช้พลังงานเศษเสี้ยวความถี่ได้โดยตรง เมื่อถูกปลุกแล้ว รอยคล้ายคริสตัลบนหน้าอกของเธอจะเปล่งแสงเรืองรองสีน้ำเงินจางๆ ความถี่ของเธอสอดคล้องกับพลังงานเศษเสี้ยวความถี่บริสุทธิ์ แต่จะได้รับผลกระทบจากการตั้งค่าโมดูลที่เลือกไว้ วัฏจักรความสามารถของเธอคล้ายคลึงกับวิวัฒนาการของดวงดาว ซึ่งรับรู้ได้จากการมองเห็นด้วยสายตาผ่านปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น เนบิวลาที่คล้ายผีเสื้อและขอบเขตที่คล้ายแผนที่ดวงดาว
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
สถานะที่ตามมาภายหลังของตัวอย่างที่สองจะยังคงถูก▇▇เฝ้าติดตามต่อไป
รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก
[Extracted Archive Record - A.A1001]
ผู้รับการทดสอบ: ตัวอย่างที่สอง
ผู้บันทึก: ▇▇▇▇
เซกเมนต์การบันทึก: A.A-311
ผลการทดสอบ▇▇▇ของ Shorekeeper โดยทั่วไปอยู่ในพารามิเตอร์ที่ควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม เศษเสี้ยวความถี่ ภายในตัวเธอได้แสดงสัญญาณของการสลายตัวหลายครั้ง ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียพลังงานมากเกินไปและการแตกตัวของคริสตัล โดยอาจเป็นผลมาจากการประมวลผลข้อมูลอาดูรการณ์ ผ่านการคำนวณจำนวนมหาศาล เป็นที่น่าสังเกตว่า Shorekeeper ได้ตรวจพบปัญหาเหล่านี้แล้ว และได้พยายามบรรเทาความเสียหายโดยการเปลี่ยนทดแทนชิ้นส่วนที่เสียหายของเธอด้วยคริสตัลพลังงานใหม่ ริ้วคลื่นคล้ายเส้นด้ายบนไหล่และน่องของเธอน่าจะเป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากกระบวนการรักษานี้
ความเป็นไปได้ที่ปัญหานี้จะเกิดขึ้นซ้ำอีกยังคงเป็นข้อควรพิจารณา จึงอาจต้องมีการเฝ้าติดตามเพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนทดแทนคริสตัลพลังงานบ่อยขึ้น
หากผลการทดสอบ▇▇▇เกินขีดจำกัดที่ควบคุมได้ อาจจำเป็นต้องนำแผนฉุกเฉินสำรองมาใช้
Shorekeeper รายการหวงแหน
ดาวแตกริบหรี่แตกสลาย
คริสตัลที่แตกละเอียดร่วงลงมาจากร่างของ Shorekeeper เศษคริสตัลหม่นแสงลงเมื่อสูญสิ้นพลัง
แสงดาวส่องนำทางเบื้องหน้าขณะที่คลื่นหายนะลดความรุนแรงลง Shorekeeper ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน เธอใช้ตัวเองเป็นสื่อกลางแม้อาดูรการณ์ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนแทบจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ คริสตัลพลังงานหม่นแสงลงและแตกออกจากกัน ทิ้งรอยร้าวไว้บนร่างของเธอ แต่เธอก็สร้างคริสตัลใหม่ขึ้นมาแทนที่จากเศษเสี้ยวความถี่
ถึงจะสูญเสียบางชิ้นส่วนของตัวเอง แต่ Shorekeeper ก็ยืนหยัดต่อไปเสมือนเรือเธเซอุส พาหนะแห่งการเปลี่ยนแปลง เศษเสี้ยวแต่ละชิ้นบรรจุอดีตของเธอและแก่นแท้ของตัวตนเธอในปัจจุบัน
นาฬิกาทรายแห่งวัฏจักร
ดาวทอแสงระยิบระยับในรัตติกาลนิรันดร์ภายใต้แบล็กชอร์ ที่ซึ่งเวลาไหลผ่านโดยไร้จังหวะของฤดูกาล ในดินแดนที่กาลเวลามิอาจแตะต้องนี้ ผู้พเนจรได้สร้างนาฬิกาทรายไม่รู้จบไว้ให้ Shorekeeper
สสารพลังงานไหลเวียนไม่สิ้นสุดระหว่างสองห้องแฝดของนาฬิกาทราย โดยจะครบวัฏจักรทุก 42 วัน ตัวเลขที่เป็นทั้งขอบเขตแต่ก็ไร้ขอบเขตในเวลาเดียวกันนี้บอกถึงเวลาที่ระบบเธทิส ใช้ทำการจำลองและการอนุมานจนจบรอบ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด รอบการทำงาน 42 วันที่ผู้พเนจรกำหนดไว้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่ปลอบประโลม Shorekeeper ให้ได้สัมผัสกับความสบายบ้างตลอดการเฝ้ายามชั่วชีวิตของเธอ ขณะที่เธอรอคอยวันที่จะได้พบกับผู้เป็นหนึ่งเดียวของเธออีกครั้ง
"พวกเราเป็นหนึ่งเดียว"
บันทึกที่สร้างจากสสารผสมกับเศษเสี้ยวความถี่ มีพื้นที่กักเก็บเกือบเป็นอนันต์
บันทึกนี้บรรจุทุกเสียงที่ Shorekeeper รวบรวมมาได้จากโลกใบนี้ ไม่ว่าจะพายุและกระแสลม เสียงนกร้อง ไปจนถึงบทเพลงเสียงวาฬ ดนตรีที่บรรเลงข้ามหลายยุคสมัย เสียงสระที่ผู้คนกระซิบเอ่ยกว่า 50 ภาษา... แต่ละเสียงเป็นข้อพิสูจน์ของการมีอยู่อันน่าอัศจรรย์ ร่องรอยแห่งชีวิต วิทยาศาสตร์ และอารยธรรมที่เคยรุ่งเรือง
Shorekeeper เก็บเพลงคู่ของเธอกับผู้พเนจรเป็นบันทึกรายการสุดท้าย สำหรับเธอแล้ว ท่วงทำนองนี้คือหลักฐานการมีอยู่ของเธอและผู้พเนจร ตราบใดที่บันทึกนี้ยังคงอยู่และสรรพเสียงของโลกใบนี้ยังดังต่อไป เนื้อหาของบันทึกก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดกาล
Shorekeeper เรื่องราว
การกำเนิดของ Shorekeeper
หลังจากเสียงกลองดังขึ้น พวกเราต่างเรียกหัวใจที่เต้นอยู่ในความมืดนั้นว่า "ดวงจันทร์" และดวงจันทร์ดวงนี้... ก็เกิดขึ้นจากเธอเป็นส่วนใหญ่
บางชีวิตถือกำเนิดขึ้นจากความบังเอิญ บางชีวิต... กลับเกิดขึ้นเพราะชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
โลกที่ก้าวเข้าสู่ความหนาวเหน็บและความเงียบงัน ผู้คนที่ต้องผ่านช่วงเวลานั้น ได้ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับใครคนหนึ่ง พวกเขาอธิษฐานให้{Male=เขา;Female=เธอ} หวังว่า{Male=เขา;Female=เธอ}จะไปถึงอนาคตที่อบอุ่นเพียงพอสำหรับพวกเขาทุกคน แต่เส้นทางนั้นช่างยาวไกล เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและยากลำบาก {Male=เขา;Female=เธอ}จำเป็นต้องมีสื่อกลางที่จะเติมเต็มเสียงกังวานนั้น ต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวที่ข้ามผ่านกาลเวลาได้ และเครื่องมือที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ — คือสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาทำได้ เพราะเหตุผลแห่ง "ความจำเป็น" จึงเกิดขึ้น พวกเขาสร้าง "จุดเชื่อม" เพื่อดูดซับพลังงานเศษเสี้ยวความถี่ รวมตัวกันเป็นคริสตัลสีน้ำเงินอ่อนในรูปทรงรังไหม
Shorekeeper — ก่อนที่จิตสำนึกจะเกิดขึ้น ก่อนที่จะเข้าใจสิ่งที่ต้องทำ มันกลับรู้อยู่แล้วว่าหน้าที่ของตนคืออะไร
แต่ถึงอย่างนั้น เครื่องมือก็ยังต้องการผู้สั่งการ
หลังจากนั้น มันจึงรอ... รออยู่ในความว่างเปล่าอันไร้รูปเป็นเวลายาวนาน
จนกระทั่งกระแสคลื่นทะเลพัดมาถึงปลายสุดของโลก ในไอเค็มชื้นนั้น มันเริ่มรับรู้ถึงการเต้นของหัวใจที่ใกล้เข้ามาทีละน้อย
ทุกสิ่งเงียบงัน เมื่อผู้ปรับความถี่ มองไปรอบผืนดิน เสียงคำรามจากอาดูรการณ์ ที่เคยดังกลับแผ่วลงหายไป ในความมืด มีเพียงเสียงหัวใจของ{Male=เขา;Female=เธอ}ที่ดังก้องราวกับกลอง
ใต้ผืนดิน อาจจำเป็นต้องมีท้องฟ้าที่เปล่งประกายเช่นเดียวกัน {Male=เขา;Female=เธอ}คิดเช่นนั้น และเริ่มวาดภาพของชอร์ที่ต้องการสร้าง แต่ก่อนที่เธทิส จะเริ่มทำงาน {Male=เขา;Female=เธอ}กลับสัมผัสคริสตัลที่ไม่รู้แม้แต่จุดประสงค์ของตนเอง ความถี่สั่นสะเทือนก่อให้เกิดการเรโซแนนซ์ คริสตัลแตกออก แล้วพลังงานภายในพลุ่งพวยออกมา ราวกับหมอกดวงดาวยามกำเนิดของสุริยะ หรือราวกับ "ผีเสื้อ" ที่กำลังโผล่ออกจากรังไหม
"ผีเสื้อ" โบยบินอ้อยอิ่ง พลังงานที่ยังคงหลั่งไหลถักทอรูปร่างเพิ่มเติม และท้ายที่สุด มันปรากฏกายในรูปลักษณ์ของหญิงสาว ตอบรับต่อชีวิตที่ได้ "ปลุกเธอขึ้นมา"
"ฉันคือ Shorekeeper เครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยคุณ"
"ฉันจะตอบสนองต่อความต้องการของคุณ และช่วยคุณกับเธทิสค้นหาต้นกำเนิดของอาดูรการณ์"
Shorekeeper ผู้เพิ่งถือกำเนิดกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์ แต่กลับไม่ได้รับคำสั่งที่เฉพาะเจาะจงใดตอบกลับมา
"Shorekeeper... ผู้พิทักษ์แห่งชอร์ ปกป้องความลับและเฝ้ารักษาชอร์ที่ไม่อาจถูกกัดกร่อนลงได้ เป็นชื่อที่ดูตรงไปตรงมา แต่ไม่ค่อยเหมือน ‘ชื่อ’ เท่าไรเลย"
"เครื่องมือไม่จำเป็นต้องมีชื่อ การเรียกขานเพียงเพื่อแยกแยะเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อภารกิจของฉัน"
ทั้งสองสบตากัน ผู้ปรับความถี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนไม่รู้จะตอบเช่นไร Shorekeeper เห็นบางสิ่งในดวงตาสีทองนั้น — บางสิ่งที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้
แต่สุดท้าย ความเงียบก็ถูกทำลายด้วยเสียงถอนหายใจอันแผ่วเบาของผู้ปรับความถี่ "...ก็ได้" "เราคงมีเวลาอีกมากที่จะพูดคุยเรื่องนี้กัน"
บางชีวิตถือกำเนิดขึ้นจากความบังเอิญ บางชีวิต... กลับเกิดขึ้นเพราะชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
โลกที่ก้าวเข้าสู่ความหนาวเหน็บและความเงียบงัน ผู้คนที่ต้องผ่านช่วงเวลานั้น ได้ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับใครคนหนึ่ง พวกเขาอธิษฐานให้{Male=เขา;Female=เธอ} หวังว่า{Male=เขา;Female=เธอ}จะไปถึงอนาคตที่อบอุ่นเพียงพอสำหรับพวกเขาทุกคน แต่เส้นทางนั้นช่างยาวไกล เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและยากลำบาก {Male=เขา;Female=เธอ}จำเป็นต้องมีสื่อกลางที่จะเติมเต็มเสียงกังวานนั้น ต้องมีสิ่งยึดเหนี่ยวที่ข้ามผ่านกาลเวลาได้ และเครื่องมือที่พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ — คือสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาทำได้ เพราะเหตุผลแห่ง "ความจำเป็น" จึงเกิดขึ้น พวกเขาสร้าง "จุดเชื่อม" เพื่อดูดซับพลังงาน
Shorekeeper — ก่อนที่จิตสำนึกจะเกิดขึ้น ก่อนที่จะเข้าใจสิ่งที่ต้องทำ มันกลับรู้อยู่แล้วว่าหน้าที่ของตนคืออะไร
แต่ถึงอย่างนั้น เครื่องมือก็ยังต้องการผู้สั่งการ
หลังจากนั้น มันจึงรอ... รออยู่ในความว่างเปล่าอันไร้รูปเป็นเวลายาวนาน
จนกระทั่งกระแสคลื่นทะเลพัดมาถึงปลายสุดของโลก ในไอเค็มชื้นนั้น มันเริ่มรับรู้ถึงการเต้นของหัวใจที่ใกล้เข้ามาทีละน้อย
ทุกสิ่งเงียบงัน เมื่อ
ใต้ผืนดิน อาจจำเป็นต้องมีท้องฟ้าที่เปล่งประกายเช่นเดียวกัน {Male=เขา;Female=เธอ}คิดเช่นนั้น และเริ่มวาดภาพของชอร์ที่ต้องการสร้าง แต่ก่อนที่
"ผีเสื้อ" โบยบินอ้อยอิ่ง พลังงานที่ยังคงหลั่งไหลถักทอรูปร่างเพิ่มเติม และท้ายที่สุด มันปรากฏกายในรูปลักษณ์ของหญิงสาว ตอบรับต่อชีวิตที่ได้ "ปลุกเธอขึ้นมา"
"ฉันคือ Shorekeeper เครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยคุณ"
"ฉันจะตอบสนองต่อความต้องการของคุณ และช่วยคุณกับเธทิสค้นหาต้นกำเนิดของอาดูรการณ์"
Shorekeeper ผู้เพิ่งถือกำเนิดกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์ แต่กลับไม่ได้รับคำสั่งที่เฉพาะเจาะจงใดตอบกลับมา
"Shorekeeper... ผู้พิทักษ์แห่งชอร์ ปกป้องความลับและเฝ้ารักษาชอร์ที่ไม่อาจถูกกัดกร่อนลงได้ เป็นชื่อที่ดูตรงไปตรงมา แต่ไม่ค่อยเหมือน ‘ชื่อ’ เท่าไรเลย"
"เครื่องมือไม่จำเป็นต้องมีชื่อ การเรียกขานเพียงเพื่อแยกแยะเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อภารกิจของฉัน"
ทั้งสองสบตากัน ผู้ปรับความถี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนไม่รู้จะตอบเช่นไร Shorekeeper เห็นบางสิ่งในดวงตาสีทองนั้น — บางสิ่งที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้
แต่สุดท้าย ความเงียบก็ถูกทำลายด้วยเสียงถอนหายใจอันแผ่วเบาของผู้ปรับความถี่ "...ก็ได้" "เราคงมีเวลาอีกมากที่จะพูดคุยเรื่องนี้กัน"
เหนือกว่าคุณค่าของชีวิต
ผู้ฝันยามกลางวันเหลือบมองดวงตะวันในยามกลางคืน
ก่อนจะถูกกักขังอยู่ใต้ดินในฐานะแกนแห่งเธทิส ครั้งหนึ่ง Shorekeeper เคยเดินทางออกไปนอกแบล็กชอร์
ในขณะนั้น อารยธรรมกำลังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องผู้ปรับความถี่ ดวงดาราได้ก่อตั้งองค์กรแบล็กชอร์ขึ้นมาและเกณฑ์สมาชิกใหม่ที่คัดเลือกโดยเธทิส ขณะเดียวกัน Shorekeeper ก็มุ่งเน้นการสร้างและวิเคราะห์เสียงกังวานที่พวกเขานำกลับมาเพื่อทำการคำนวณของเธอให้เสร็จสิ้น
Shorekeeper สามารถติดตามข้อมูลเพื่อสังเกตการณ์พฤติกรรมของมนุษย์ได้ตลอดเวลาในมิติโซโนโร ที่เธอสร้างขึ้น เธอเป็นดั่งผู้สังเกตการณ์ที่รู้แจ้ง เธอพยายามจัดหมวดหมู่และตีความมนุษย์เฉกเช่นเดียวกับปรากฏการณ์อื่นๆ แต่ไม่นานเธอก็เริ่มสับสนกับพฤติกรรมเหล่านี้
ทำไมมนุษย์ถึงร้องไห้ทั้งในยามสุขและยามทุกข์? ทำไมมนุษย์ถึงชอบทำอะไรตรงข้ามกับความต้องการของตัวเอง? ทำไมมนุษย์ต้องไล่ตามสิ่งที่จะทำให้พวกเขาเสียใจในที่สุด หรือยืนกรานทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้? ทำไมมนุษย์ถึงตัดสินใจทำร้ายกันและกันได้อย่างง่ายดาย แต่ก็สละตัวเองได้โดยไม่ลังเล? ทุกครั้งที่ Shorekeeper คิดว่าเธอใกล้จะเข้าใจมนุษย์ ก็จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดลบล้างบทสรุปของเธอไป แม้จะสับสนแต่เธอก็สงสัยไปด้วยว่าความสับสนนี้สำคัญหรือไม่ เพราะท้ายที่สุดแล้วความสับสนนี้ก็ไม่ได้ขัดขวางเธอในการทำภารกิจให้สำเร็จ แต่แล้วผู้ปรับความถี่ก็มอบภารกิจให้เธอ มีสัญญาณว่าอาดูรการณ์ กำลังจะปรากฏขึ้น จึงจำเป็นต้องออกวิจัยภาคสนามเพื่อรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ ทั้งคู่จะไปด้วยกันและ... ดูว่ามีอะไรที่สามารถทำได้มากกว่านี้
Shorekeeper ติดตามผู้ปรับความถี่ผ่านพื้นที่เพาะปลูกของภูมิภาคนั้น ตอนนั้นเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ดินใต้เท้ายังร่วนแต่มั่นคง มีรวงข้าวโตเต็มที่ห้อยเต็มไปหมดพร้อมกับลมที่พัดพากลิ่นหอมหวานของข้าว เธอเข้าใจสิ่งเหล่านี้ แต่การเห็นด้วยตาเธอเองกลับรู้สึกแตกต่างออกไป Shorekeeper หลงอยู่ในภวังค์แห่งความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยเหล่านี้ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าใบหน้าของเธอสะท้อนความอยากรู้อยากเห็นและความประหลาดใจเหมือนเด็กที่ก้าวออกจากบ้านเป็นครั้งแรกไม่มีผิด ผู้ปรับความถี่พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน บทสนทนาเต็มไปด้วยภาษาท้องถิ่นและกลิ่นอายแห่งชีวิตประจำวัน หญิงชราใจดีคนหนึ่งนำอาหารทำเองมาให้ ผิวของเธอหยาบกร้านในขณะที่ทารกที่เธออุ้มมีนิ้วอุ่นชุ่มเหงื่อ
แต่ทว่าเหตุการณ์เป็นไปอย่างที่เธทิส ทำนายไว้ ในไม่ช้าลางร้ายก็กลายเป็นจริงและทำลายความสงบสุขชั่วครู่จนหมดสิ้น
ผู้คนที่เคยเป็นมิตรตกอยู่ในความสิ้นหวัง ต่อสู้แย่งชิงทรัพยากร ร้องไห้ด้วยความปวดร้าว ใบหน้าของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความกลัว นับเป็นครั้งแรกที่ Shorekeeper ได้เห็นอาดูรการณ์ในความเป็นจริงอันดิบเถื่อน ไม่ใช่ในมิติโซโนโร
แต่ผู้ปรับความถี่กลับทำให้เธอประหลาดใจมากยิ่งกว่า เมื่อ{Male=He;Female=She}นำเรโซเนเตอร์ทุกคนเข้าต่อต้านพวกทาเซ็ตดิสคอร์ด ปลุกขวัญทุกคนให้ยืนหยัดป้องกันไว้จนกว่ากำลังเสริมจะมาถึง {Male=เขา;Female=เธอ}พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตที่กำหนดไว้แล้ว แต่ทำไมถึงต้องทำขนาดนั้นเพื่อกลุ่มคนแปลกหน้าด้วยล่ะ? Shorekeeper นึกถึงคำแนะนำของระบบเธทิส
"อนาคตที่ถูกเปลี่ยนแปลงคืออนาคตที่ถูกลิขิตไว้แล้วว่าต้องแปรเปลี่ยน ควรหลีกเลี่ยงการพยายามเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่ถูกลิขิตไว้แล้ว"
"ฉันยืนนิ่งดูดายแบบนี้ไม่ได้หรอก ถ้าการปล่อยให้เป็นไปคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้มีวันพรุ่งนี้ ฉันก็ชักไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้ยังคุ้มค่าพอจะแลกไหม" ผู้ปรับความถี่ดวงตาสีทองกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"...ไม่สามารถประมวลผลได้ แต่ฉันจะเน้นตามความต้องการของคุณก่อน" Shorekeeper ตอบขณะที่เธอขยายดินแดนดวงดาวเพื่อรักษาและปกป้อง
ยามค่ำคืนมาเยือนพร้อมกำลังเสริมที่มาถึงในที่สุด ขณะที่พวกเขาเตรียมตัวออกไป เด็กชายที่สูญเสียพ่อแม่ไปก็เข้าขวางพวกเขาไว้
"ดะ-เดี๋ยวก่อน พวกพี่จะไปไหนกัน? ผมขอไปด้วย... ไปสู้กับมอนสเตอร์พวกนั้น!"
เมื่อเห็นดวงตาที่สดใสของเด็กคนนั้น ผู้ปรับความถี่ก็ย่อตัวลงและชี้ไปที่เบลกบลูมบนชุดของ{Male=เขา;Female=เธอ}
"สิ่งที่เราจะไปทำอันตรายเกินไปสำหรับเธอ แต่ถ้าพอโตแล้วเธอยังอยากเข้าร่วมกับเราอยู่ ให้มองหาคนที่มีดอกไม้ดอกนี้บนชุด"
ในขณะที่เรือแล่นออกไป Shorekeeper เฝ้าดูเด็กคนนั้นโบกมือจากท่าเรือ มนุษย์ยังคงทำให้เธอสับสน แต่รอบนี้เธอพยายามพูดความสับสนออกมาให้คนข้างกายรับรู้
"เธทิสไม่ได้พยากรณ์เรื่องนี้ไว้ เด็กคนนั้นไม่ใช่ผู้มีคุณสมบัติที่เราต้องการ"
"เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องรับบัญชาจากเธทิสหรอก มนุษย์ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยข้อจำกัดแบบนั้น เขาอาจไม่จำเป็นในตอนนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป... เขาก็จะพบหนทางของตัวเอง"
"อิสระในการเลือกสำคัญกว่าคำตอบใดๆ มาก นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากแสดงให้เธอเห็น"
"ฉันอยากให้เธอเห็นและสัมผัสสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง เราไม่ใช่ข้อมูลหรือแนวคิดนามธรรมที่เก็บไว้ในบันทึก เธอจะมองเราเป็นคู่หูก็ได้"
"คู่หู..." Shorekeeper ทวนคำนั้นอีกครั้งเพื่อไตร่ตรองความหมายของมัน สิ่งที่ผู้ปรับความถี่ พูดไม่ใช่ทั้งคำสั่งและคำตอบ แต่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความคาดหวังเล็กๆ ที่แอบซ่อนก็เริ่มปลุกเร้าในตัวเธอ
"มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน... ถึงตอนนี้ฉันจะยังไม่เข้าใจพวกเขา แต่สักวันหนึ่ง ฉันหวังว่าฉันจะเข้าใจ"
ก่อนจะถูกกักขังอยู่ใต้ดินในฐานะแกนแห่งเธทิส ครั้งหนึ่ง Shorekeeper เคยเดินทางออกไปนอก
ในขณะนั้น อารยธรรมกำลังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
Shorekeeper สามารถติดตามข้อมูลเพื่อสังเกตการณ์พฤติกรรมของมนุษย์ได้ตลอดเวลาใน
ทำไมมนุษย์ถึงร้องไห้ทั้งในยามสุขและยามทุกข์? ทำไมมนุษย์ถึงชอบทำอะไรตรงข้ามกับความต้องการของตัวเอง? ทำไมมนุษย์ต้องไล่ตามสิ่งที่จะทำให้พวกเขาเสียใจในที่สุด หรือยืนกรานทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้? ทำไมมนุษย์ถึงตัดสินใจทำร้ายกันและกันได้อย่างง่ายดาย แต่ก็สละตัวเองได้โดยไม่ลังเล? ทุกครั้งที่ Shorekeeper คิดว่าเธอใกล้จะเข้าใจมนุษย์ ก็จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดลบล้างบทสรุปของเธอไป แม้จะสับสนแต่เธอก็สงสัยไปด้วยว่าความสับสนนี้สำคัญหรือไม่ เพราะท้ายที่สุดแล้วความสับสนนี้ก็ไม่ได้ขัดขวางเธอในการทำภารกิจให้สำเร็จ แต่แล้วผู้ปรับความถี่ก็มอบภารกิจให้เธอ มีสัญญาณว่า
Shorekeeper ติดตามผู้ปรับความถี่ผ่านพื้นที่เพาะปลูกของภูมิภาคนั้น ตอนนั้นเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ดินใต้เท้ายังร่วนแต่มั่นคง มีรวงข้าวโตเต็มที่ห้อยเต็มไปหมดพร้อมกับลมที่พัดพากลิ่นหอมหวานของข้าว เธอเข้าใจสิ่งเหล่านี้ แต่การเห็นด้วยตาเธอเองกลับรู้สึกแตกต่างออกไป Shorekeeper หลงอยู่ในภวังค์แห่งความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยเหล่านี้ ไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าใบหน้าของเธอสะท้อนความอยากรู้อยากเห็นและความประหลาดใจเหมือนเด็กที่ก้าวออกจากบ้านเป็นครั้งแรกไม่มีผิด ผู้ปรับความถี่พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน บทสนทนาเต็มไปด้วยภาษาท้องถิ่นและกลิ่นอายแห่งชีวิตประจำวัน หญิงชราใจดีคนหนึ่งนำอาหารทำเองมาให้ ผิวของเธอหยาบกร้านในขณะที่ทารกที่เธออุ้มมีนิ้วอุ่นชุ่มเหงื่อ
แต่ทว่าเหตุการณ์เป็นไปอย่างที่
ผู้คนที่เคยเป็นมิตรตกอยู่ในความสิ้นหวัง ต่อสู้แย่งชิงทรัพยากร ร้องไห้ด้วยความปวดร้าว ใบหน้าของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความกลัว นับเป็นครั้งแรกที่ Shorekeeper ได้เห็นอาดูรการณ์ในความเป็นจริงอันดิบเถื่อน ไม่ใช่ในมิติโซโนโร
แต่ผู้ปรับความถี่กลับทำให้เธอประหลาดใจมากยิ่งกว่า เมื่อ{Male=He;Female=She}นำเรโซเนเตอร์ทุกคนเข้าต่อต้านพวก
"อนาคตที่ถูกเปลี่ยนแปลงคืออนาคตที่ถูกลิขิตไว้แล้วว่าต้องแปรเปลี่ยน ควรหลีกเลี่ยงการพยายามเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ที่ถูกลิขิตไว้แล้ว"
"ฉันยืนนิ่งดูดายแบบนี้ไม่ได้หรอก ถ้าการปล่อยให้เป็นไปคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้มีวันพรุ่งนี้ ฉันก็ชักไม่แน่ใจว่าวันพรุ่งนี้ยังคุ้มค่าพอจะแลกไหม" ผู้ปรับความถี่ดวงตาสีทองกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"...ไม่สามารถประมวลผลได้ แต่ฉันจะเน้นตามความต้องการของคุณก่อน" Shorekeeper ตอบขณะที่เธอขยายดินแดนดวงดาวเพื่อรักษาและปกป้อง
ยามค่ำคืนมาเยือนพร้อมกำลังเสริมที่มาถึงในที่สุด ขณะที่พวกเขาเตรียมตัวออกไป เด็กชายที่สูญเสียพ่อแม่ไปก็เข้าขวางพวกเขาไว้
"ดะ-เดี๋ยวก่อน พวกพี่จะไปไหนกัน? ผมขอไปด้วย... ไปสู้กับมอนสเตอร์พวกนั้น!"
เมื่อเห็นดวงตาที่สดใสของเด็กคนนั้น ผู้ปรับความถี่ก็ย่อตัวลงและชี้ไปที่เบลกบลูมบนชุดของ{Male=เขา;Female=เธอ}
"สิ่งที่เราจะไปทำอันตรายเกินไปสำหรับเธอ แต่ถ้าพอโตแล้วเธอยังอยากเข้าร่วมกับเราอยู่ ให้มองหาคนที่มีดอกไม้ดอกนี้บนชุด"
ในขณะที่เรือแล่นออกไป Shorekeeper เฝ้าดูเด็กคนนั้นโบกมือจากท่าเรือ มนุษย์ยังคงทำให้เธอสับสน แต่รอบนี้เธอพยายามพูดความสับสนออกมาให้คนข้างกายรับรู้
"เธทิสไม่ได้พยากรณ์เรื่องนี้ไว้ เด็กคนนั้นไม่ใช่ผู้มีคุณสมบัติที่เราต้องการ"
"เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องรับบัญชาจากเธทิสหรอก มนุษย์ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยข้อจำกัดแบบนั้น เขาอาจไม่จำเป็นในตอนนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป... เขาก็จะพบหนทางของตัวเอง"
"อิสระในการเลือกสำคัญกว่าคำตอบใดๆ มาก นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากแสดงให้เธอเห็น"
"ฉันอยากให้เธอเห็นและสัมผัสสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเอง เราไม่ใช่ข้อมูลหรือแนวคิดนามธรรมที่เก็บไว้ในบันทึก เธอจะมองเราเป็นคู่หูก็ได้"
"คู่หู..." Shorekeeper ทวนคำนั้นอีกครั้งเพื่อไตร่ตรองความหมายของมัน สิ่งที่
"มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน... ถึงตอนนี้ฉันจะยังไม่เข้าใจพวกเขา แต่สักวันหนึ่ง ฉันหวังว่าฉันจะเข้าใจ"
เหนือกว่าการรอคอยไร้ที่สิ้นสุด
ไม่ต้องไว้ทุกข์ในที่ที่ฉันจากไป เพราะฉันหาได้อยู่ที่นั่นหรือจากไปไหนไม่
เมื่อหุ่นยนต์เอ่ยชื่อ "เดอโลน" Shorekeeper ก็นึกถึงทุกสิ่งที่เชื่อมโยงกับชื่อนั้นทันที ไม่ใช่แค่เพราะความสามารถโดยธรรมชาติของเธอในการจัดเก็บและบันทึกข้อมูล แต่ยังเป็นเพราะเดอโลนเป็นคนพิเศษ เธอคือหนึ่งในไม่กี่คนที่ค้นหาแบล็กชอร์ ด้วยตัวเธอเอง
ครั้งแรกที่ Shorekeeper พบกับเธอ เดอโลนเป็นเด็กสาวที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เธอบ่นว่าการค้นหาแบล็กชอร์นั้นยากเพียงใด จากนั้นเธอก็เลิกคิ้วด้วยความภาคภูมิใจ "กะแล้วเชียว! คนอื่นคงจะรวมตัวกันเพื่อต่อกรกับอาดูรการณ์ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุวิปลาสเพิ่มขึ้นอีกแน่!"
ขณะนั้นผู้ปรับความถี่ ดวงดาราผู้เคยมีอำนาจสูงสุดในแบล็กชอร์ยังหายไปไม่นาน และ Shorekeeper ยังขึ้นมาบนพื้นพิภพได้อยู่ เด็กสาวผู้กระตือรือร้นคว้ามือของเธอไว้ด้วยความตั้งใจที่จะเข้าร่วมแบล็กชอร์อย่างเห็นได้ชัด Shorekeeper ไม่แน่ใจว่าจะตอบเธอไปอย่างไร เธอสัมผัสได้ถึงมืออันอบอุ่นของเด็กสาวที่ร้อนแรงราวกับไฟในดวงตา
Shorekeeper อนุญาตให้เดอโลนได้สอบเข้าแม้ว่าจะผิดไปจากระเบียบการรับสมัครของเธทิส ก็ตาม Shorekeeper จำได้ว่าผู้ปรับความถี่เคยพูดกับเธอไว้ "มนุษย์ไม่ได้ถูกผูกมัดด้วยข้อจำกัดแบบนั้น... เราไม่ใช่ข้อมูลหรือแนวคิดนามธรรมที่เก็บไว้ในบันทึก" Shorekeeper เชื่อว่าผู้ปรับความถี่ก็คงตัดสินใจทำแบบเดียวกัน เพียงเพื่อรักษาความกระตือรือร้นอันเร่าร้อนของเด็กสาวผู้นี้เอาไว้ และในที่สุด เดอโลนก็สอบผ่านและได้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของแบล็กชอร์
Shorekeeper ไม่เคยคิดเลยว่าเธอทั้งสองจะได้พบกันอีกครั้งภายใต้สถานการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้
ผ่านมากว่าทศวรรษ เด็กสาวผู้ร้อนแรงเติบโตเป็นหญิงที่สง่างาม แต่ตอนนี้เธอกำลังยื่นมือถึง Shorekeeper ด้วยมือสั่นเทา ชีวิตที่เหลือใกล้ดับลงจากบาดแผลสาหัส Shorekeeper เห็นได้ชัดเจนว่าเดอโลนใกล้จะสิ้นลม เป็นผลลัพธ์เดียวที่เหลืออยู่
"ฉันทำได้แล้ว" เดอโลนพูดด้วยรอยยิ้มที่อิดโรย "ฉันเอาชนะทาเซ็ตดิสคอร์ด ได้ถึง 8 ตัวในคราวเดียวระหว่างอาดูรการณ์ แต่ทวาลา... ไม่ได้โชคดีนัก ฉันเป็นเพียงคนเดียวที่รอดเอาข้อมูลกลับมาได้"
เวลาแห่งการร่ำลาใกล้มาถึงแล้ว สมาชิกคนอื่นที่ไม่รู้ตัวตนของ Shorekeeper สันนิษฐานว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทของเดอโลนและให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายอยู่ด้วยกัน
"เวลาผ่านมานานเลยนะ... ฉัน.. โตจนแก่แล้ว... แต่คุณยังดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย"
"ฉันทำได้ดีไหม? ฉันไม่ได้ทำให้คุณผิดหวังใช่ไหม?" เสียงของเดอโลนสั่นเครือไร้เรี่ยวแรง แต่ดวงตาของเธอยังคงเปล่งประกายสดใสเหมือนครั้งแรกที่พบกัน ถ้าเป็นผู้ปรับความถี่จะทำยังไงนะ? Shorekeeper เองก็ไม่รู้ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ไม่มีตัวอย่างให้ทำตาม แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นเธอก็รู้สึกถึงหนักอึ้งในใจ ความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้พลุ่งพล่านอยู่ภายในตัวเธอ บังคับให้เธอต้องฝ่าฝืนระเบียบอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เธอทำเมื่อหลายปีก่อน
"เธอทำได้ดีแล้ว ดีมากเลยล่ะ"
Shorekeeper ตอบ และครั้งนี้เธอจับมือของเดอโลนไว้ เธอรู้ได้อย่างไม่ทราบสาเหตุว่าการทำแบบนี้อาจช่วยปลอบประโลมเธอได้ อย่างที่เธอเคยทำเมื่อหลายปีก่อน
"ขอบคุณ... ขอบคุณนะ Shorekeeper " เดอโลนกระซิบด้วยน้ำเสียงโล่งใจ เธอพึมพำต่อจากนั้น "ดวงดาว... สว่างสดใสดีจัง ฉันจะได้เป็นหนึ่งในนั้น... หลังจากนี้ใช่ไหม? ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันคงไม่ได้เห็น แต่คุณจะได้เห็น... พวกเขาจะได้เห็น..."
น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตา และหยดลงไปพร้อมกับความอบอุ่นสุดท้ายของเธอ
อย่างที่เดอโลนพูดไป Shorekeeper เปลี่ยนความถี่ของผู้วายชนม์เป็น "ดาว" ฝากไว้ในกลุ่มดาวข้อมูล เธอจำไม่ได้ว่าเธอเริ่มทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เวลาที่เลยผ่านทำให้เบลกบลูมเหี่ยวเฉาและกัดเซาะแบล็กชอร์ลงไป ทั้งยังพรากชีวิตของผู้ที่ควรค่าให้จดจำ ดวงดาวที่ส่องแสงค้างฟ้ากลายเป็นแดนหลับฝันให้สบายเพียงแห่งเดียวแด่วิญญาณผู้ล่วงลับเหล่านี้
ภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาว Shorekeeper ยืนอยู่บนชายฝั่ง ตัวอาบไปด้วยแสงเรืองรอง ตาจ้องมองไปในทะเล ผู้ปรับความถี่คิดถูกหรือเปล่าที่ไว้ใจให้เธอใช้อำนาจนี้? เธอทำมากพอหรือยังที่จะดูแลแบล็กชอร์ตามที่ได้รับคำสั่ง? คำถามเหล่านี้มีเพียงผู้จากไปแล้วเท่านั้นที่ตอบได้... สิ่งเดียวที่เธอเหลืออยู่คือการรอคอยที่ดูไม่มีวันสิ้นสุด เธอจึงรอ เพราะเวลาคือสิ่งเดียวที่เธอมีอยู่มากมายเหลือเกิน
เมื่อหุ่นยนต์เอ่ยชื่อ "เดอโลน" Shorekeeper ก็นึกถึงทุกสิ่งที่เชื่อมโยงกับชื่อนั้นทันที ไม่ใช่แค่เพราะความสามารถโดยธรรมชาติของเธอในการจัดเก็บและบันทึกข้อมูล แต่ยังเป็นเพราะเดอโลนเป็นคนพิเศษ เธอคือหนึ่งในไม่กี่คนที่ค้นหา
ครั้งแรกที่ Shorekeeper พบกับเธอ เดอโลนเป็นเด็กสาวที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น เธอบ่นว่าการค้นหาแบล็กชอร์นั้นยากเพียงใด จากนั้นเธอก็เลิกคิ้วด้วยความภาคภูมิใจ "กะแล้วเชียว! คนอื่นคงจะรวมตัวกันเพื่อต่อกรกับ
ขณะนั้น
Shorekeeper อนุญาตให้เดอโลนได้สอบเข้าแม้ว่าจะผิดไปจากระเบียบการรับสมัครของ
Shorekeeper ไม่เคยคิดเลยว่าเธอทั้งสองจะได้พบกันอีกครั้งภายใต้สถานการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้
ผ่านมากว่าทศวรรษ เด็กสาวผู้ร้อนแรงเติบโตเป็นหญิงที่สง่างาม แต่ตอนนี้เธอกำลังยื่นมือถึง Shorekeeper ด้วยมือสั่นเทา ชีวิตที่เหลือใกล้ดับลงจากบาดแผลสาหัส Shorekeeper เห็นได้ชัดเจนว่าเดอโลนใกล้จะสิ้นลม เป็นผลลัพธ์เดียวที่เหลืออยู่
"ฉันทำได้แล้ว" เดอโลนพูดด้วยรอยยิ้มที่อิดโรย "ฉันเอาชนะ
เวลาแห่งการร่ำลาใกล้มาถึงแล้ว สมาชิกคนอื่นที่ไม่รู้ตัวตนของ Shorekeeper สันนิษฐานว่าเธอเป็นเพื่อนสนิทของเดอโลนและให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาช่วงสุดท้ายอยู่ด้วยกัน
"เวลาผ่านมานานเลยนะ... ฉัน.. โตจนแก่แล้ว... แต่คุณยังดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย"
"ฉันทำได้ดีไหม? ฉันไม่ได้ทำให้คุณผิดหวังใช่ไหม?" เสียงของเดอโลนสั่นเครือไร้เรี่ยวแรง แต่ดวงตาของเธอยังคงเปล่งประกายสดใสเหมือนครั้งแรกที่พบกัน ถ้าเป็นผู้ปรับความถี่จะทำยังไงนะ? Shorekeeper เองก็ไม่รู้ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ไม่มีตัวอย่างให้ทำตาม แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นเธอก็รู้สึกถึงหนักอึ้งในใจ ความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้พลุ่งพล่านอยู่ภายในตัวเธอ บังคับให้เธอต้องฝ่าฝืนระเบียบอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่เธอทำเมื่อหลายปีก่อน
"เธอทำได้ดีแล้ว ดีมากเลยล่ะ"
Shorekeeper ตอบ และครั้งนี้เธอจับมือของเดอโลนไว้ เธอรู้ได้อย่างไม่ทราบสาเหตุว่าการทำแบบนี้อาจช่วยปลอบประโลมเธอได้ อย่างที่เธอเคยทำเมื่อหลายปีก่อน
"ขอบคุณ... ขอบคุณนะ Shorekeeper " เดอโลนกระซิบด้วยน้ำเสียงโล่งใจ เธอพึมพำต่อจากนั้น "ดวงดาว... สว่างสดใสดีจัง ฉันจะได้เป็นหนึ่งในนั้น... หลังจากนี้ใช่ไหม? ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันคงไม่ได้เห็น แต่คุณจะได้เห็น... พวกเขาจะได้เห็น..."
น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตา และหยดลงไปพร้อมกับความอบอุ่นสุดท้ายของเธอ
อย่างที่เดอโลนพูดไป Shorekeeper เปลี่ยนความถี่ของผู้วายชนม์เป็น "ดาว" ฝากไว้ในกลุ่มดาวข้อมูล เธอจำไม่ได้ว่าเธอเริ่มทำแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เวลาที่เลยผ่านทำให้เบลกบลูมเหี่ยวเฉาและกัดเซาะแบล็กชอร์ลงไป ทั้งยังพรากชีวิตของผู้ที่ควรค่าให้จดจำ ดวงดาวที่ส่องแสงค้างฟ้ากลายเป็นแดนหลับฝันให้สบายเพียงแห่งเดียวแด่วิญญาณผู้ล่วงลับเหล่านี้
ภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาว Shorekeeper ยืนอยู่บนชายฝั่ง ตัวอาบไปด้วยแสงเรืองรอง ตาจ้องมองไปในทะเล ผู้ปรับความถี่คิดถูกหรือเปล่าที่ไว้ใจให้เธอใช้อำนาจนี้? เธอทำมากพอหรือยังที่จะดูแลแบล็กชอร์ตามที่ได้รับคำสั่ง? คำถามเหล่านี้มีเพียงผู้จากไปแล้วเท่านั้นที่ตอบได้... สิ่งเดียวที่เธอเหลืออยู่คือการรอคอยที่ดูไม่มีวันสิ้นสุด เธอจึงรอ เพราะเวลาคือสิ่งเดียวที่เธอมีอยู่มากมายเหลือเกิน
จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
ฉันขอมอบแก่นแท้ของฉันที่รักษาไว้อย่างระมัดระวังแก่คุณ มันคือแกนที่ไม่เคยสัมผัสด้วยวาจา แลกเปลี่ยนในความฝัน และอยู่เหนือกาลเวลา ความสุขสันต์ และความทุกข์ยาก
การบรรเทาภัยพิบัติเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะช่วยชีวิตผู้ประสบภัยได้ แทนที่เราจะนั่งรอรวบรวมข้อมูลหลังจากเกิดอาดูรการณ์ แต่ละครั้งผู้ปรับความถี่ กลับพยายามป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่แรก {Male=เขา;Female=เธอ}พา Shorekeeper และสมาชิกคนอื่นๆ ของแบล็กชอร์ ออกคำเตือนและดำเนินมาตรการป้องกัน แม้จะประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อยก็ตาม
ผู้ปรับความถี่ได้เสนอแผนการที่กล้าหาญเพื่อให้เราหลุดพ้นจากลูปโมเบียสและสร้างมิติความเป็นจริงขึ้นใหม่
เวลาร่ำลาใกล้มาถึงแล้ว
ผู้ปรับความถี่ตัดสินใจลบความทรงจำทั้งหมดและเดินทางข้ามแบล็กชอร์เพื่อค้นหาทางออกที่ได้ผล บรรดาผู้ที่เดินตามรอยผู้ปรับความถี่ย่อมเลือกที่จะเดินตาม{Male=เขา;Female=เธอ}อีกครั้ง
มีเพียง Shorekeeper เท่านั้นที่ยังอยู่แบล็กชอร์
นั่นเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากบางอย่างสามารถทำได้เพียงแค่ผู้ที่ยังอยู่เท่นั้น อนาคตที่แบล็กชอร์ขวนขวายนั้นขัดแย้งกับตรรกะของเธทิส ในการพลิกอาดูรการณ์มาใช้เป็นเครื่องมือ และแกนก็จำเป็นในการช่วยแปลและประมวลผล Shorekeeper ซึ่งตอบรับอำนาจที่ผู้ปรับความถี่มอบให้คือผู้ที่เหมาะกับบทบาทนี้
ทุกคนตัดสินใจเลือกแล้ว Shorekeeper เองก็เช่นกัน ในฐานะผู้มีพลัง เธอจึงตัดสินใจทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำหรับส่งข้อมูลเสียงกังวานทั้งหมดผ่านแกนของเธอไปยังเธทิส เมื่อทำการวิเคราะห์แต่ละครั้ง สร้างเหตุการณ์ขึ้นใหม่แต่ละรอบ ร่องรอยแต่ละร่องรอย เธอก็ไม่ใช่แค่ผู้ยืนดูอีกต่อไป แต่เป็นผู้ที่สัมผัสกับภัยพิบัติเดียวกันกับผู้คนที่บันทึกอยู่ในข้อมูล
ความโศกเศร้า ความต้านทาน ความเหนื่อยล้า ความเสื่อมโทรม
นกพากันตายด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาอันว่างเปล่าของพวกมันจับจ้องไปที่พื้นโลก
ความทุกข์ ความโกลาหล การสูญเสีย การสูญพันธุ์
ดอกไม้ที่กระจัดกระจายถูกบดขยี้เป็นฝุ่น มือที่แข็งกระด้างยังคงแข็งทื่อในการคว้าบางอย่างอย่างสิ้นหวัง
ความกลัว ความเกลียดชัง ความโกรธ ความแค้นใจ
ร่างกายของเธอแตกร้าวไปทั่วกาย เสียงแตกร้าวดังก้องอย่างต่อเนื่องอยู่ภายใน
ความทุกข์ทรมาน? ความทุกข์ทรมาน... ความทุกข์ทรมาน ความทุกข์ทรมาน!
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น กำลังเกิดขึ้น และอาจเกิดขึ้น มาบรรจบกันภายในตัวเธอ แสงของเธอหรี่ลง ร่างของเธอสูญเสียความสมบูรณ์ เธอรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอแตกร้าว แตกสลายไปทีละชิ้น
"นั่นไม่สำคัญหรอก เครื่องมือน่ะพังได้เป็นเรื่องปกติ ต่างที่มันยังใช้ได้หรือไม่ ฉันเป็นเพียงแค่แหล่งสะสมพลังงาน เมื่อใช้หมดสิ้นไป ก็มีแหล่งใหม่มาทดแทน ซึ่งบางทีมันอาจมี Shorekeeper คนอื่นอีกก็เป็นได้"
มันไม่สำคัญหรอก
"เช่นเดียวกับการตัดสินใจที่ชะตาลิตไว้แล้ว คุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งของลูปโมเบียส ผู้ปรับความถี่อาจไม่รู้ถึงจุดนี้ แต่ตัวคุณเองก็รู้มาตลอดไม่ใช่หรือ? นี่คือจุดจบที่พวกเขากำหนดไว้ให้คุณในตอนที่มอบหมายภารกิจนี้ให้"
แต่... ทำไมถึงยังรู้สึกโหยหาแบบนี้?
นี่มันคือ... การโหยหาใช่ไหม?
"ฉันสังเกตได้ว่าคุณเปลี่ยนไปหลังจากออกภารกิจภาคสนามครั้งแรก"
"คุณไม่ยอมรับทุกสิ่งที่เธทิสบอกคุณอีกต่อไป คุณรู้สึกสับสนและเรียนรู้ที่จะพูดถึงความสับสนนั้นออกมา"
"ฉันอาจจะไม่ค่อยได้ตอบคำถามของคุณตรงๆ แต่อย่างที่ฉันบอก ฉันต้องการให้คุณค้นหาคำตอบด้วยตัวคุณเอง แต่คำถามนี้แตกต่างออกไป ก่อนที่เราจะ... แยกทางกัน ฉันอยากจะบอกสิ่งที่ฉันคิดให้คุณรู้"
"ชายหาดนี้มันมีไว้เพื่ออะไร? ในฐานะผู้นำ ตอนนี้ฉันควรจะพูดอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ ก็คือให้ชายฝั่งนี้เป็นบ้านของสมาชิกทุกคนในแบล็กชอร์"
"ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง และที่ซึ่งเราจะเป็นคู่หูกันจากนี้และตลอดไป"
แล้ว... มันจะไม่สำคัญได้ยังไง?
คนที่คุณปลุกให้ตื่นขึ้นมาใต้แสงดาวก็คือฉันเอง
คนที่รับร่างนี้ด้วยพลังของคุณก็คือฉัน
คนที่เดินไปกับคุณในชนบทก็คือฉัน
คนที่คุณบอกให้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเองก็คือฉัน
คนที่เก็บความลับ ปกป้องชายฝั่ง ดูแลชายฝั่งนี้ และรอคุณกลับมาก็คือฉัน
ไม่ใช่พลังงานใด ไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่คือฉันเอง
ลูปที่เป็นห่วงโซ่ตรวนผูกมัดได้หยุดลง เธอดิ้นรนจนหลุดพ้นจากมหาสมุทรแห่งข้อมูลที่อาจจมทุกสิ่งลงไปกับมัน เธอไม่อยากสูญเสียสิ่งเหล่านั้น ไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากหายไปแบบนี้ เพราะ เพราะ
ฉันคือ Shorekeeper
ฉันคือ Shorekeeper ผู้ที่เกิดขึ้นมาได้เพราะคุณ
ฉันคือ Shorekeeper ผู้ที่คุณเรียกว่าคู่หู
ฉันคือ Shorekeeper ผู้ที่หล่อหลอมจากประสบการณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกเหล่านี้
ฉันคือ...Shorekeeper คนเดียวและเพียงหนึ่งเดียวก็เพราะคุณ
การบรรเทาภัยพิบัติเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะช่วยชีวิตผู้ประสบภัยได้ แทนที่เราจะนั่งรอรวบรวมข้อมูลหลังจากเกิด
ผู้ปรับความถี่ได้เสนอแผนการที่กล้าหาญเพื่อให้เราหลุดพ้นจากลูปโมเบียสและสร้างมิติความเป็นจริงขึ้นใหม่
เวลาร่ำลาใกล้มาถึงแล้ว
ผู้ปรับความถี่ตัดสินใจลบความทรงจำทั้งหมดและเดินทางข้ามแบล็กชอร์เพื่อค้นหาทางออกที่ได้ผล บรรดาผู้ที่เดินตามรอยผู้ปรับความถี่ย่อมเลือกที่จะเดินตาม{Male=เขา;Female=เธอ}อีกครั้ง
มีเพียง Shorekeeper เท่านั้นที่ยังอยู่แบล็กชอร์
นั่นเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากบางอย่างสามารถทำได้เพียงแค่ผู้ที่ยังอยู่เท่นั้น อนาคตที่แบล็กชอร์ขวนขวายนั้นขัดแย้งกับตรรกะของ
ทุกคนตัดสินใจเลือกแล้ว Shorekeeper เองก็เช่นกัน ในฐานะผู้มีพลัง เธอจึงตัดสินใจทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำหรับส่งข้อมูลเสียงกังวานทั้งหมดผ่านแกนของเธอไปยังเธทิส เมื่อทำการวิเคราะห์แต่ละครั้ง สร้างเหตุการณ์ขึ้นใหม่แต่ละรอบ ร่องรอยแต่ละร่องรอย เธอก็ไม่ใช่แค่ผู้ยืนดูอีกต่อไป แต่เป็นผู้ที่สัมผัสกับภัยพิบัติเดียวกันกับผู้คนที่บันทึกอยู่ในข้อมูล
ความโศกเศร้า ความต้านทาน ความเหนื่อยล้า ความเสื่อมโทรม
นกพากันตายด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาอันว่างเปล่าของพวกมันจับจ้องไปที่พื้นโลก
ความทุกข์ ความโกลาหล การสูญเสีย การสูญพันธุ์
ดอกไม้ที่กระจัดกระจายถูกบดขยี้เป็นฝุ่น มือที่แข็งกระด้างยังคงแข็งทื่อในการคว้าบางอย่างอย่างสิ้นหวัง
ความกลัว ความเกลียดชัง ความโกรธ ความแค้นใจ
ร่างกายของเธอแตกร้าวไปทั่วกาย เสียงแตกร้าวดังก้องอย่างต่อเนื่องอยู่ภายใน
ความทุกข์ทรมาน? ความทุกข์ทรมาน... ความทุกข์ทรมาน ความทุกข์ทรมาน!
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น กำลังเกิดขึ้น และอาจเกิดขึ้น มาบรรจบกันภายในตัวเธอ แสงของเธอหรี่ลง ร่างของเธอสูญเสียความสมบูรณ์ เธอรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอแตกร้าว แตกสลายไปทีละชิ้น
"นั่นไม่สำคัญหรอก เครื่องมือน่ะพังได้เป็นเรื่องปกติ ต่างที่มันยังใช้ได้หรือไม่ ฉันเป็นเพียงแค่แหล่งสะสมพลังงาน เมื่อใช้หมดสิ้นไป ก็มีแหล่งใหม่มาทดแทน ซึ่งบางทีมันอาจมี Shorekeeper คนอื่นอีกก็เป็นได้"
มันไม่สำคัญหรอก
"เช่นเดียวกับการตัดสินใจที่ชะตาลิตไว้แล้ว คุณเองก็เป็นส่วนหนึ่งของลูปโมเบียส ผู้ปรับความถี่อาจไม่รู้ถึงจุดนี้ แต่ตัวคุณเองก็รู้มาตลอดไม่ใช่หรือ? นี่คือจุดจบที่พวกเขากำหนดไว้ให้คุณในตอนที่มอบหมายภารกิจนี้ให้"
แต่... ทำไมถึงยังรู้สึกโหยหาแบบนี้?
นี่มันคือ... การโหยหาใช่ไหม?
"ฉันสังเกตได้ว่าคุณเปลี่ยนไปหลังจากออกภารกิจภาคสนามครั้งแรก"
"คุณไม่ยอมรับทุกสิ่งที่เธทิสบอกคุณอีกต่อไป คุณรู้สึกสับสนและเรียนรู้ที่จะพูดถึงความสับสนนั้นออกมา"
"ฉันอาจจะไม่ค่อยได้ตอบคำถามของคุณตรงๆ แต่อย่างที่ฉันบอก ฉันต้องการให้คุณค้นหาคำตอบด้วยตัวคุณเอง แต่คำถามนี้แตกต่างออกไป ก่อนที่เราจะ... แยกทางกัน ฉันอยากจะบอกสิ่งที่ฉันคิดให้คุณรู้"
"ชายหาดนี้มันมีไว้เพื่ออะไร? ในฐานะผู้นำ ตอนนี้ฉันควรจะพูดอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ ก็คือให้ชายฝั่งนี้เป็นบ้านของสมาชิกทุกคนในแบล็กชอร์"
"ที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง และที่ซึ่งเราจะเป็นคู่หูกันจากนี้และตลอดไป"
แล้ว... มันจะไม่สำคัญได้ยังไง?
คนที่คุณปลุกให้ตื่นขึ้นมาใต้แสงดาวก็คือฉันเอง
คนที่รับร่างนี้ด้วยพลังของคุณก็คือฉัน
คนที่เดินไปกับคุณในชนบทก็คือฉัน
คนที่คุณบอกให้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเองก็คือฉัน
คนที่เก็บความลับ ปกป้องชายฝั่ง ดูแลชายฝั่งนี้ และรอคุณกลับมาก็คือฉัน
ไม่ใช่พลังงานใด ไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่คือฉันเอง
ลูปที่เป็นห่วงโซ่ตรวนผูกมัดได้หยุดลง เธอดิ้นรนจนหลุดพ้นจากมหาสมุทรแห่งข้อมูลที่อาจจมทุกสิ่งลงไปกับมัน เธอไม่อยากสูญเสียสิ่งเหล่านั้น ไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากหายไปแบบนี้ เพราะ เพราะ
ฉันคือ Shorekeeper
ฉันคือ Shorekeeper ผู้ที่เกิดขึ้นมาได้เพราะคุณ
ฉันคือ Shorekeeper ผู้ที่คุณเรียกว่าคู่หู
ฉันคือ Shorekeeper ผู้ที่หล่อหลอมจากประสบการณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกเหล่านี้
ฉันคือ...Shorekeeper คนเดียวและเพียงหนึ่งเดียวก็เพราะคุณ
การเกิดใหม่ของ Shorekeeper
คุณช่างเหมือนกับยามราตรี เงียบสงัดและจรัสด้วยหมู่ดาว
การรอคอยอันเนิ่นนานสิ้นสุดลงด้วยการกลับมาของผู้ปรับความถี่ กลับมา ตามที่สัญญาเอาไว้ {Male=he;Female=she}หาทางกลับไปยังแบล็กชอร์ได้แล้ว แม้ว่า{Male=he;Female=she}จะสูญเสียความทรงจำ แต่ตัวเลือกของ{Male=he;Female=she}ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งยังแก้ไขความผิดพลาดของเธทิส และคืนความสงบให้แก่เหล่าดวงวิญญาณที่ถูกกักขังไว้ในเนโครสตาร์
แต่ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางการเฉลิมฉลอง Shorekeeper ก็รู้สึกถึงบางอย่างที่มากกว่าความปีติสุข นั่นคือคลื่นใต้น้ำแห่งความไม่แน่นอน เส้นทางที่ถูกปูโดยเหล่าเธทิส โมดูเลเตอร์ และแม้กระทั่งตัวเธอเอง ได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แล้วเธอควรไปที่ใดต่อกัน? ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ กำลังรื่นเริงกับความสำเร็จ เธอได้ปลีกตัวออกมาที่ชายฝั่งที่คุ้นเคยอย่างเงียบๆ
Shorekeeper เดินเตร่ไปตามแนวชายฝั่งอย่างที่เธอเคยทำบ่อยครั้งเมื่อแต่ก่อน นิสัยนี้ก่อตัวขึ้นระหว่างที่เธอรอการกลับมาของผู้ปรับความถี่ การนอนหลับมีความหมายน้อยนิดสำหรับเธอ เธอเลือกที่จะตื่น เฝ้ามองชายฝั่ง และรำลึกถึงช่วงเวลาที่สลักฝังอยู่ในชายฝั่งเสียมากกว่า เพราะยังไงก็ต้องมีใครสักคนเก็บรักษาความทรงจำไว้สำหรับตอนที่โมดูเลเตอร์กลับมา
การเดินในค่ำคืนนี้ก็รู้สึกเหมือนกับครั้งอื่นๆ เวลาที่อยู่ใต้ผืนดินเหมือนถูกแช่แข็งหยุดเอาไว้ และดวงดาวที่คุ้นเคยบนฟ้าก็ไม่เปลี่ยนไป เมื่อหนทางเบื้องหน้าของเธอทอดยาวออกไป และเกลียวคลื่นซัดสาดอย่างแผ่วเบาตรงปลายเท้า เธอก็ได้เอื้อมมือไปยังขอบฟ้าที่มองไม่เห็น แม้เธอจะรู้สึกเหมือนว่าตนเองอยู่ในสถานะรออีกครั้ง และไม่มั่นใจว่าต้องทำสิ่งใดต่อ เธอรู้ในใจลึกๆ ว่าบางสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว
อิสระในการเลือกเป็นของเธอในสุดและอย่างแท้จริง เธอเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ และได้แบ่งปันมันร่วมกับใครคนนั้น
"เติมมันด้วยทุกสิ่งที่เธอปรารถนาสิ"
"เติมมัน"
"เติมมันสิ"
"เติมมันเลย"
หมู่ดาวที่ครั้งหนึ่งเธอเคยนำทางพวกมันดูเหมือนจะกระซิบกระซาบกับเธอ แสงเรืองรองอันเงียบเชียบคะยั้นคะยอให้เธอก้าวไปข้างหน้าไปสู่การเริ่มต้นใหม่ที่รอเธออยู่
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา และคนที่เดินเคียงข้างเธอมาตั้งแต่เริ่มแรกก็ปรากฏตัวขึ้น ผู้ซึ่งพร้อมรับรู้ต่อทุกอารมณ์เล็กน้อยที่สุดของเธออยู่เสมอ ในครั้งนี้เธอเลือกเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
"ชื่อของฉัน คุณเคยบอกว่าเรามีเวลาเหลือเฟือสำหรับคุยเรื่องราวนี้"
"ตัดสินใจแล้วเหรอ?"
"Shorekeeper นั่นคือชื่อของฉัน ไม่ใช่เพราะฉันปกปักษ์ความลับหรือชายฝั่งหรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันคือผู้ที่เฝ้ามองดวงดาวล่องลอยไปต่างหาก"
เธอหยุดชั่วครู่ และส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน
"มันแทนทุกอย่างที่เป็นฉัน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนในอนาคต ฉันหวังว่าในเรื่องราวของเรา ฉันจะเป็นชายฝั่งให้เธอพักได้นะ"
"แล้วก็" เธอพูดต่อ พลางซ่อนนัยแห่งความขี้เล่นที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก "ทำนองดนตรีที่เราเคยเล่นด้วยกัน ฉันแต่งเพลงขึ้นมาจากมันด้วยแหละ"
"ฉันตั้งชื่อเพลงไว้แล้ว ครั้งหน้าที่ฉันเล่นให้เธอฟัง เธอจะได้รู้ชื่อเพลง"
การรอคอยอันเนิ่นนานสิ้นสุดลงด้วยการกลับมาของ
แต่ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางการเฉลิมฉลอง Shorekeeper ก็รู้สึกถึงบางอย่างที่มากกว่าความปีติสุข นั่นคือคลื่นใต้น้ำแห่งความไม่แน่นอน เส้นทางที่ถูกปูโดยเหล่าเธทิส โมดูเลเตอร์ และแม้กระทั่งตัวเธอเอง ได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แล้วเธอควรไปที่ใดต่อกัน? ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆ กำลังรื่นเริงกับความสำเร็จ เธอได้ปลีกตัวออกมาที่ชายฝั่งที่คุ้นเคยอย่างเงียบๆ
Shorekeeper เดินเตร่ไปตามแนวชายฝั่งอย่างที่เธอเคยทำบ่อยครั้งเมื่อแต่ก่อน นิสัยนี้ก่อตัวขึ้นระหว่างที่เธอรอการกลับมาของผู้ปรับความถี่ การนอนหลับมีความหมายน้อยนิดสำหรับเธอ เธอเลือกที่จะตื่น เฝ้ามองชายฝั่ง และรำลึกถึงช่วงเวลาที่สลักฝังอยู่ในชายฝั่งเสียมากกว่า เพราะยังไงก็ต้องมีใครสักคนเก็บรักษาความทรงจำไว้สำหรับตอนที่โมดูเลเตอร์กลับมา
การเดินในค่ำคืนนี้ก็รู้สึกเหมือนกับครั้งอื่นๆ เวลาที่อยู่ใต้ผืนดินเหมือนถูกแช่แข็งหยุดเอาไว้ และดวงดาวที่คุ้นเคยบนฟ้าก็ไม่เปลี่ยนไป เมื่อหนทางเบื้องหน้าของเธอทอดยาวออกไป และเกลียวคลื่นซัดสาดอย่างแผ่วเบาตรงปลายเท้า เธอก็ได้เอื้อมมือไปยังขอบฟ้าที่มองไม่เห็น แม้เธอจะรู้สึกเหมือนว่าตนเองอยู่ในสถานะรออีกครั้ง และไม่มั่นใจว่าต้องทำสิ่งใดต่อ เธอรู้ในใจลึกๆ ว่าบางสิ่งได้เปลี่ยนไปแล้ว
อิสระในการเลือกเป็นของเธอในสุดและอย่างแท้จริง เธอเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ และได้แบ่งปันมันร่วมกับใครคนนั้น
"เติมมันด้วยทุกสิ่งที่เธอปรารถนาสิ"
"เติมมัน"
"เติมมันสิ"
"เติมมันเลย"
หมู่ดาวที่ครั้งหนึ่งเธอเคยนำทางพวกมันดูเหมือนจะกระซิบกระซาบกับเธอ แสงเรืองรองอันเงียบเชียบคะยั้นคะยอให้เธอก้าวไปข้างหน้าไปสู่การเริ่มต้นใหม่ที่รอเธออยู่
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา และคนที่เดินเคียงข้างเธอมาตั้งแต่เริ่มแรกก็ปรากฏตัวขึ้น ผู้ซึ่งพร้อมรับรู้ต่อทุกอารมณ์เล็กน้อยที่สุดของเธออยู่เสมอ ในครั้งนี้เธอเลือกเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
"ชื่อของฉัน คุณเคยบอกว่าเรามีเวลาเหลือเฟือสำหรับคุยเรื่องราวนี้"
"ตัดสินใจแล้วเหรอ?"
"Shorekeeper นั่นคือชื่อของฉัน ไม่ใช่เพราะฉันปกปักษ์ความลับหรือชายฝั่งหรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันคือผู้ที่เฝ้ามองดวงดาวล่องลอยไปต่างหาก"
เธอหยุดชั่วครู่ และส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน
"มันแทนทุกอย่างที่เป็นฉัน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนในอนาคต ฉันหวังว่าในเรื่องราวของเรา ฉันจะเป็นชายฝั่งให้เธอพักได้นะ"
"แล้วก็" เธอพูดต่อ พลางซ่อนนัยแห่งความขี้เล่นที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก "ทำนองดนตรีที่เราเคยเล่นด้วยกัน ฉันแต่งเพลงขึ้นมาจากมันด้วยแหละ"
"ฉันตั้งชื่อเพลงไว้แล้ว ครั้งหน้าที่ฉันเล่นให้เธอฟัง เธอจะได้รู้ชื่อเพลง"
Shorekeeper เส้นเสียง
ความในใจ - 1
ฉันนึกภาพการกลับมาพบกันของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังจากที่คุณจากไป ฉันอยากรู้ว่าเธอจะกลายเป็นคนแบบไหน ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างไรบ้าง และบรรลุเป้าหมายของเธอแล้วหรือยัง ฉันมีคำถามมากมายเต็มหัวไปหมด แต่เมื่อฉันได้เห็นคุณอีกครั้งกลับมีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันอยากจะพูดคือ: ยินดีต้อนรับกลับมานะ กลับมาที่แบล็กชอร์และ... กลับมาอยู่เคียงข้างฉัน
ความในใจ - 2
กาลเวลาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเบลกบลูม สเตลลาร์เมทริซ และแบล็กชอร์ ทั้งหมดล้วนไม่ยั่งยืน ฉันบันทึกการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ซ่อมแซมความเสียหาย และรักษาสิ่งที่ยังดีอยู่ไว้ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า... ฉันทำดีพอหรือเปล่า? ฉันคู่ควรกับความไว้วางใจของคุณหรือยัง? คำถามเหล่านี้ตามหลอกหลอนฉัน แต่ฉันยังตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป เพราะการทำงานทำให้จิตใจของฉันสงบ
ความในใจ - 3
อดีตของเธอ... ฉันสัญญาว่าจะเก็บมันเป็นความลับตามคำขอของเธอ ในวันนั้นฉันตระหนักว่าการกลับมาพบกันของเราจะเป็นฉันฝ่ายเดียว นี่คือเหตุผลที่การสูญเสียความทรงจำของเธอไม่ได้ทำให้ฉันประหลาดใจเลย... แต่มันไม่สำคัญแล้ว ตอนนี้เธออาจจะลืมฉันไปแล้ว แต่ฉันจะจดจำทุกสิ่งเกี่ยวกับเธอตลอดไป
ความในใจ - 4
มนุษย์ฝันเพื่อเติมเต็มความปรารถนาของตนเอง เป็นเวลานานเหลือเกินที่ฉันเชื่อว่าความฝันนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับฉันเพราะฉันไม่เคยปรารถนาสิ่งใด จนกระทั่งวันหนึ่ง... ฉันฝันถึงเธอ เรากำลังเดินเล่นท่ามกลางดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อาบแสงแดดอันอบอุ่น เธอแสดงให้ฉันเห็นโลกของเธอและแบ่งปันเรื่องราวในอดีตของเธอ เธอยังชงชาให้ฉันดื่มด้วย... แม้ว่าจะเป็นเพียงจินตนาการแต่ฉันก็หวังว่าช่วงเวลานั้นจะคงอยู่นานขึ้นอีกนิด
ความในใจ - 5
ครั้งหน้าที่เธอเดินทางไปยังดินแดนที่ห่างไกล เธอจะพาฉันไปด้วยได้ไหม? ฉันไม่ต้องการเฝ้ามองจากระยะไกลหรือฟังเรื่องราวการผจญภัยของเธอจากคนอื่น ฉันอยากสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่คุ้นเคยนั้นเคียงข้างเธอในฐานะสหายของเธอ... ขอร้องล่ะ เธอจะให้โอกาสฉันได้ไหม?
งานอดิเรกของ Shorekeeper
การกดแป้นเปียโนทำให้เกิดเสียงที่น่าหลงใหลจากสายที่สั่นสะเทือน ไม่เหมือนกับความถี่อื่นๆ ที่ฉันเคยประมวลผลมา เปียโนให้เสียงที่บริสุทธิ์ ชัดเจน และสดใส ถ้าวันหนึ่งฉันสามารถสื่อสารอารมณ์ของฉันได้ง่ายและเป็นธรรมชาติเหมือนกับที่มนุษย์ทำ... ถ้าฉันสามารถสร้างท่วงทำนองของตัวเองได้ เธอจะเป็นผู้ฟังคนแรกของฉันได้ไหม?
ความกังวลของ Shorekeeper
ร่างกายของฉันไม่สามารถเติบโตและแก่เฒ่าได้ ดังนั้นฉันจึงไม่เข้าใจอารมณ์ต่างๆ ที่มาพร้อมกับการเติบโตเหมือนกับมนุษย์ แม้ฉันจะมีความรู้มากมายและสามารถจำลองประสบการณ์ของผู้อื่นผ่านมิติโซโนโร ได้ แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะยังคงเป็นปริศนาที่อยู่ห่างไกลและไม่คุ้นเคยสำหรับฉันตลอดไป
อาหารที่ชอบ
สมัยที่เราอยู่ด้วยกันที่แบล็กชอร์ เมื่อนานมาแล้ว คุณเคยทำซุปข้นให้พวกเราด้วยการผสมนม อาหารทะเล และผักเข้าด้วยกัน อาหารอุ่นๆ เพียงหนึ่งช้อนนี้สามารถขจัดลมทะเลอันหนาวเหน็บและฟื้นคืนพลังกายได้ ฉันพยายามเลียนแบบรสชาตินี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงเลย
อาหารที่ไม่ชอบ
อาหารที่ฉันเกลียด... อืม คำว่าเกลียดอาจจะแรงไปหน่อย แต่ฉันพยายามหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อย่างเช่นบ๊วยดอง ถึงแม้ฉันจะชื่นชมอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานของมัน แต่กลิ่นหมักดองก็ทำให้ฉันนึกถึงธรรมชาติที่ถูกถนอมไว้ของพวกมันนะ
อุดมคติ
จุดประสงค์ของฉันชัดเจนมานานแล้วก่อนที่ฉันจะถูกสร้างขึ้น ซึ่งก็คือการสร้างสถานที่ปลอดภัยจากคลื่นที่ถาโถมไม่หยุดยั้งของอาดูรการณ์ จนกว่ามนุษยชาติจะพบหนทางสู่อนาคตที่ดีกว่า สิ่งนี้เคยเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำ แต่ตอนนี้... มันคือสิ่งที่ฉันเลือกที่จะทำ ฉันเป็นหนึ่งเดียวกับแบล็กชอร์ ฉันอยากป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมอีก ฉันอยากปกป้องทุกคน ฉัน... ฉันอยากปกป้องสายสัมพันธ์ที่ฉันมีกับสิ่งต่างๆ บนโลก นี่คือความประสงค์ของฉันเอง
พูดคุย - 1
อ๊ะ คุณสังเกตเห็นคริสตัลบนหน้าอกของฉันแล้ว มันไม่ใช่เครื่องประดับแต่เป็นรอยแตกที่เต็มไปด้วยพลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างกายของฉัน คุณสามารถสัมผัสแกนที่ฉันรักษาไว้ให้ปลอดภัยตั้งแต่ฉันถูกสร้างขึ้นมาผ่านรอยนี่ได้ มันเป็นดั่งเมล็ดของผลไม้หรือหัวใจที่เต้นอยู่ของมนุษย์ที่ซึ่งแก่นแท้ของชีวิตถูกเก็บรักษาไว้
พูดคุย - 2
เกี่ยวกับ Camellya
แม้ว่าคำพูดของเธออาจไม่สอดคล้องกับการกระทำเสมอไป แต่เธอก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อความปรารถนาของเธออย่างแรงกล้า ไลฟ์สไตล์ที่ไร้กังวลของเธอมีเสน่ห์บางอย่าง ใช่ แต่เราถูกสร้างขึ้นมาแตกต่างกันโดยมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน ฉันทำตามตัวอย่างของคุณโดยให้เธอเลือกทางเลือกของตัวเองอย่างไร้ข้อจำกัด
เกี่ยวกับ Aalto
องค์กรที่เติบโตเต็มที่ย่อมต้องการนักเจรจาที่มีบุคลิกภาพดี มีความสามารถ และเชี่ยวชาญในด้านการสร้างความสัมพันธ์กับทุกคนที่ได้พบเจอ ซึ่งนักเจรจาของแบล็กชอร์ ก็คือ Aalto ผู้มีสายตาอันเฉียบแหลมในการหาข้อมูลสำคัญอย่างแม่นยำเมื่อต้องการ ภายใต้รอยยิ้มที่ดูขี้เล่นนั้น เขามีความต้องการอันแน่วแน่ที่จะยุติอาดูรการณ์ และแม้จะเคยได้รับข้อเสนออื่นๆ แต่โชคชะตาได้กำหนดให้เขาเข้าร่วมเส้นทางของแบล็กชอร์ตั้งแต่แรกแล้ว
เกี่ยวกับ Encore
Encore มองเห็นโลกเป็นผ้าใบผืนใหญ่ที่มีไว้สำหรับจินตนาการอันไร้ที่สิ้นสุดของเธอ ในโลกนิทานของเธอนั้น เธอสามารถเป็นได้ทุกอย่างที่ต้องการเพื่อเอาชนะความชั่วร้ายและไปถึงตอนจบที่สุขสมหวัง ไม่ว่าจะเป็นนักรบ อัศวิน หรือนักผจญภัยตัวน้อย... พลังงานสดใสของเธอจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายทุกครั้งที่เธอออกผจญภัย นี่อาจเป็นคุณสมบัติที่ทำให้เธทิส ตัดสินใจเลือกเธอมาเข้าร่วมองค์กร
เกี่ยวกับแบล็กชอร์
ด้านบนสุดของทาเซไซต์ขนาดมหึมานี้มีจุด "เอกฐาน" ที่เหมาะสำหรับการสังเกตอาดูรการณ์ นี่คือสถานที่ที่เราก่อตั้งแบล็กชอร์ ซึ่งสมาชิกแต่ละคนจะมีเบลกบลูมเฉพาะของตัวเอง ภายใต้ดวงดาวอันไร้ที่สิ้นสุด มนุษยชาติยังคงมีแสงสลัวจากผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อส่องสว่างบนเส้นทางสู่อนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน ฉันได้ต้อนรับผู้คนเช่นนั้นเข้าสู่ที่นี่มานับไม่ถ้วน... และได้บอกลาไปไม่น้อยกว่ากัน
เกี่ยวกับระบบเธทิส
ระบบเธทิส และฉันคือสิ่งประดิษฐ์จากอารยธรรมเดียวกัน และเราผูกพันกันด้วยพันธะที่คล้ายคลึงกัน เราอาจเป็นประเภทเดียวกันตามมาตรฐานของมนุษย์ แต่ความรับรู้เกี่ยวกับอารมณ์ ความเป็นมนุษย์ และการมีอยู่ของเรานั้นแตกต่างกัน ทำให้เราเลือกเดินบนเส้นทางที่ต่างกันโดนสิ้นเชิง
คำอวยพรวันเกิด
สุขสันต์วันเกิดนะ {PlayerName} คุณเคยสอนให้ฉันรู้ว่าวันเกิดคือวันที่สำคัญที่สุดของทุกคน ฉันก็เลยสร้างนิสัยในการเตรียมอะไรบางอย่างล่วงหน้าสำหรับวันสำคัญเช่นนี้... โปรดรับคริสตัลชิ้นนี้ไว้ด้วยนะ มันเป็นชิ้นส่วนของฉันเอง เมื่อคุณถือไว้ คุณจะถูกโอบล้อมด้วยมิติโซโนโร ที่ปรับให้เหมาะกับตัวคุณเอง และคุณสามารถปรับเปลี่ยนทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ แม้ว่าของขวัญชิ้นนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง แต่มันจะมอบความสงบให้คุณทุกครั้งที่คุณต้องการพักจากเรื่องน่ากังวลใจ
ขณะยืนรอ - 1
หือ... เกิดอะไรขึ้นเหรอ?
ขณะยืนรอ - 2
(เสียงออกแรง)
ขณะยืนรอ - 3
ดวงดาวพักผ่อนอย่างเงียบงันเพื่อรอคอยการเดินทางตามโชคชะตา
คำแนะนำตัว
ไม่ต้องกังวลถ้าคุณจำฉันไม่ได้... ฉันแนะนำตัวอีกครั้งได้ ฉันคือ Shorekeeper ผู้ชี้นำของแบล็กชอร์ และเป็นหน่วยคำนวณหลักของเธทิส ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณและบ้านของเราตั้งแต่วันนี้จวบจนตลอดไป ไม่ว่าอดีตหรืออนาคตก็ตาม
ทักทาย
"Shorekeeper "... ชื่อนี้เหมาะกับฉันดีนะ ตรงกับจุดมุ่งหมายและแรงผลักดันของฉัน... เพราะทุกอย่างมีอยู่ได้ก็เพราะคุณ
เข้าร่วมทีม - 1
เข้าใจแล้ว ฉันอยู่ที่นี่เพื่อรับใช้เจตจำนงของคุณ
เข้าร่วมทีม - 2
ฉันจะทำตามนั้น ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งโดยตรงหรือความปรารถนาอื่นใดที่คุณมี
เข้าร่วมทีม - 3
สู่ดินแดนที่รอดชีวิต
เลื่อนขั้น - 1
การกลับมาของคุณได้ส่องแสงแห่งการเปลี่ยนแปลงมาสู่การดำรงอยู่ที่ยาวนานของฉัน ทำให้ฉันได้เข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับโลกที่ฉันไม่อาจหยั่งถึง
เลื่อนขั้น - 2
พลังงานภายในตัวฉันรวมตัวกันและวิวัฒนาการ... เหมือนกับเส้นด้ายอันบอบบางบนเครื่องทอผ้าที่ถูกถักทออย่างประณีตด้วยมือของคุณจนกลายเป็นส่วนใหม่ของการดำรงอยู่ของฉัน
เลื่อนขั้น - 3
คริสตัลของฉันดูเหมือนจะส่องสว่างขึ้น ฉันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของคุณจากสัมผัสของคุณบนผิวของฉันลึกที่หลั่งไหลเข้าไปในอกของฉัน
เลื่อนขั้น - 4
ฉันเชื่อว่าฉันได้รับสมบัติล้ำค่าจากคุณ... บางสิ่งบางอย่างที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่มนุษย์เรียกว่า "จิตวิญญาณ"
เลื่อนขั้น - 5
ฉันไม่มีหัวใจแต่หน้าอกของฉันกลับเต้นแรงเมื่อเห็นคุณ ตึก ตึก... ฉันจะขอเปรียบมันเหมือนกับการกำเนิดของผีเสื้อหรือการถือกำเนิดของดวงดาว มันไม่ใช่การเต้นอย่างรวดเร็วในทันทีแต่เป็นจังหวะที่ค่อยๆ เต้นแรงขึ้น เหมือนฉันต้องการคุณยิ่งขึ้น อยากอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป ความปรารถนานี้ที่ฉันรู้สึกนี้... ตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่าต้องเป็นความรักแน่ๆ
โจมตีหนัก - 1
พังทลาย
โจมตีหนัก - 2
ลดลง
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
ใจเย็นก่อน
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
ไม่ต้องกังวล
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
คุณจะปลอดภัย
สกิลเรโซแนนซ์ - 4
ฉันอยู่นี่กับคุณแล้ว
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
ในสงครามกับกาลเวลา
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
ฉันจะปลูกถ่ายให้คุณใหม่
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
การปรับคลื่นความถี่ดวงดาว
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 4
คำสาบานจากใจ
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 5
คำปฏิญาณจากจิตวิญญาณ
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 6
ได้รับการแต่งตั้ง
สกิลอินโทร
ให้ฉันจัดการเอง
ถูกโจมตี - 1
ฉันสบายดี
ถูกโจมตี - 2
ความรู้สึกของ... ความเจ็บปวด
บาดเจ็บ - 1
ตรวจพบความเสียหายทางกายภาพ
บาดเจ็บ - 2
ความทนทานลดลง
บาดเจ็บ - 3
อย่าขัดขวาง
หมดสติ - 1
นี่ไม่ใช่... จุดจบ...
หมดสติ - 2
อย่าหลั่งน้ำตาให้ฉัน
หมดสติ - 3
ความทนทาน... หมดลงแล้ว
อัญเชิญเอคโค่
กำลังโหลด
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
เปลี่ยนร่างแล้ว
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
พร้อมให้คุณสั่งการ
เครื่องร่อน
ลมพัดขึ้น
เซนเซอร์
สำแดง
หีบเสบียง - 1
มีอะไรที่น่าสนใจไหม?
หีบเสบียง - 2
รับไว้สิ ฉันหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์นะ
หีบเสบียง - 3
เอคโค่แห่งอดีต