ข้อมูล
Mornye
Mornye VA
ชาวจีน: TongXinzhu
ญี่ปุ่น: Iwami Manaka
เกาหลี: Oh Ro ah
ภาษาอังกฤษ: Michelle Fox
Mornye รายงานการสอบ Forte
พลังกำทอน
การสร้างแผนที่ดาว
รายงานการประเมินเสียงสะท้อน
"รายงานผลสุขภาพและความสามารถสำหรับนักวิจัยระดับสูงของสหพันธ์สเปซเทรค "
ชื่อ: Mornye
หน่วยงาน: สหพันธ์สเปซเทรค - สถาบัน/แผนกวิศวกรรม Exostrider
1. การประเมินพลังเรโซแนนซ์
1.1 การยืนยันสถานะพื้นฐาน: ผู้ทดสอบคือเรโซเนเตอร์ธรรมชาติ โดยตำแหน่งสัญลักษณ์ทาเซ็ต อยู่ที่ด้านนอกต้นขาด้านซ้าย
1.2 ความสามารถและคุณลักษณะ:
- ขอบเขตการทำงาน: รัศมีประสิทธิผลของความสามารถประมาณ 20 เมตร ภายในขอบเขตนี้ สำหรับเครื่องจักรกลทั้งหมดภายในขอบเขตที่มีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน แสดงออกมาเป็นการควบคุมโดยตรงและละเอียดต่อชิ้นส่วนภายในของเป้าหมาย ความแม่นยำในการควบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายในขอบเขตที่มีประสิทธิภาพ ไม่พบการลดลงเมื่อระยะทางเพิ่มขึ้น
- เงื่อนไขการทำงาน: การปล่อยความสามารถที่สำเร็จ ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์โครงสร้างภายในของเครื่องจักรเป้าหมายโดยสมบูรณ์จากผู้ทดสอบ สำหรับวัตถุที่มีโครงสร้างที่ไม่รู้จัก ความสามารถจะไม่เกิดผล
"เดี๋ยวนะ... ข้อนี้คืออะไร? ฉันไม่เคยเห็นศาสตราจารย์ Mornye ควบคุมเครื่องจักรอะไรไม่ได้เลยนะ?!"
2. ข้อมูลสภาพร่างกาย
2.1 การวินิจฉัย: ผู้ทดสอบเป็นภาวะพัฒนาการของเส้นประสาทเอว–ก้นกบไม่สมบูรณ์ตั้งแต่กำเนิด อาการทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าการทำงานของมอเตอร์ตั้งแต่กระดูกก้นกบลงไปสูญเสียอย่างถาวร ไม่มีความสามารถในการเคลื่อนไหวด้วยตนเอง
2.2 สถานะฟื้นฟู: ผ่านระบบแขนขาเทียมแบบเชื่อมต่อประสาทที่ออกแบบเฉพาะตัว ได้รับความสามารถในการเดินและทำกิจกรรมประจำวันด้วยตนเองโดยสมบูรณ์ แสดงความมั่นคงเป็นเวลาหลายปี การประเมินครั้งนี้เป็นการตรวจสอบสถานะปกติตามระเบียบ
รายงานการวินิจฉัยโอเวอร์คล็อก
กราฟรูปคลื่นของตัวอย่างแสดงความผันผวนเป็นรูปวงรี โดยมีเสถียรภาพในรูปแบบของขอบเขตเวลา เคยมีแนวโน้มความผันผวนผิดปกติเป็นเวลานาน แต่ตอนนี้กลับมาเสถียรแล้ว ผลการตรวจสอบตัดสินว่าปกติ
ผลการวินิจฉัย: ค่าวิกฤตการสั่นพ้องปกติ เสถียรภาพสูง ไม่มีความเสี่ยงโอเวอร์คล็อก ในขณะนี้
มีประวัติโอเวอร์คล็อกในอดีต ระดับสูงสุด: เบา
ผู้รับการทดสอบระบุว่าหลายปีก่อน เนื่องจากความจำเป็นในการบำรุงรักษาการทำงานของหอสัญญาณขนาดใหญ่ ได้ตั้งใจทำให้โอเวอร์คล็อกชั่วคราว เนื่องจากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จึงไม่พบอาการแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโอเวอร์คล็อก
คำแนะนำ: ตรวจร่างกายตามกำหนดเวลา ไม่จำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาด้านจิตใจในขณะนี้
Mornye รายการหวงแหน
สตาร์สแต็กรุ่นปรับปรุง
อุปกรณ์ "จัดเรียงดวงดาว" ที่ทุกนักวิจัยของสหพันธ์สเปซเทรค ก็ต้องสวมใส่ ใช้สำหรับรับและติดตามสัญญาณความถี่ของนักเรียนแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินสถานการณ์ของนักเรียนอย่างรวดเร็ว
Mornye ได้ปรับปรุงฟังก์ชันเดิมด้วยตัวเอง ทำให้มันสามารถเก็บสะสมพลังเรโซแนนซ์ของเธอและปล่อยออกมาแทนได้ ด้วยวิธีนี้ เธอจะสามารถคิดปัญหาไปพร้อมๆ กับใช้พลังเรโซแนนซ์ตรวจสอบสถานะแขนขาเทียม ตอบอีเมลงาน ขับขี่ยานพาหนะอัตโนมัติ ใช้โฮเวอร์แคนนอนขุนส่งสารเสริมอาหาร...
กล่าวโดยสรุปคือ ยิ่งมีประสิทธิภาพสูงเท่าไหร่ยิ่งดี
บัตรนักเรียนเก่า
บัตรนักเรียนที่ Mornye ใช้ในช่วงที่ศึกษาในสถาบันสตาร์ทอร์ช
เป็นที่ทราบกันดีว่า สถาบันสตาร์ทอร์ชเป็นสถาบันสถาบันพัฒนาบุคลากรชั้นนำของโซลาริส ในช่วงเวลานั้น Mornye บนรถเข็นหวาดกลัวการเข้าสังคม เดินทางคนเดียว ขังตัวเองอยู่กับกระดาษและทฤษฎีในห้องเล็กๆ คำเชิญเข้าศึกษาจากสถาบันสตาร์ทอร์ชทำให้เธอได้เห็นความเป็นไปได้ครั้งแรก - แม้แต่ตัวเธอเองที่เคลื่อนไหวไม่ได้ แต่ที่แห่งหนึ่ง ก็สามารถมีคุณค่าของตัวเองได้
ที่นั่นต้องมีโลกที่กว้างไพศาลกว่าแน่นอน
"ห่วงใยสายตา"
"ถ้าผมไว้ยาวบังหน้าแบบนั้นตลอด ระวังสายตาจะแย่นะ"
เพราะคำเตือนจากรุ่นพี่คนหนึ่ง Mornye จึงออกจากห้องแล็บ ไปยังตลาดที่เธอแทบไม่เคยเหยียบย่างเพื่อซื้อที่คาดผมสองอันนี้กลับมา ที่คาดผมเล็กๆ รูปร่างเรียบง่าย ฟังก์ชันก็แค่พอยึดผมหน้าม้าหนาๆ ของเธอให้ขึ้นไปได้บ้าง แต่เมื่อมองตัวเองในกระจก เธอกลับรู้สึกถึงอารมณ์หวาดหวั่นและแปลกใหม่ ราวกับว่าทิวทัศน์ทั้งหมด กำลังรอคอยให้เธอมาเห็น
ปัจจุบันนี้เธอเคยชินกับการตัดส่วนที่ยาวเกินจนบังทิวทัศน์ออกไป แต่ที่คาดผมสองอันที่ไม่มีฟังก์ชันใดๆ อีกต่อไปนี้ ยังคงถูกเธอเกี่ยวไว้อยู่ระหว่างเส้นผม
Mornye เรื่องราว
เสียงกึกก้อง
Mornye รู้มาตั้งแต่เด็กว่าเธอเป็นคนที่สร้างความยุ่งยากให้คนอื่น
ครอบครัวส่วนใหญ่ก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี แม่ลาออกจากงานมาดูแลเธอที่บ้าน ส่วนพ่อก็ทำงานหนักเพื่อแบกรับค่ารักษาพยาบาลและค่าตรวจร่างกายที่สูงลิ่ว ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ในวันแห่งความทรงจำอันเลือนรางนั้น แม่มักจะกอดเธอไว้ในอ้อมแขน พูดด้วยเสียงอ่อนโยน แล้วค่อยวางเธอกลับลงบนเตียงเล็กๆ ของเธอเอง วันเกิดปีหนึ่ง พ่อได้กลับบ้านตอนเธอยังตื่นอยู่ ต่างจากที่ผ่านมา สามคนนั่งล้อมกัน ร้องเพลงวันเกิดพร้อมกัน ขอให้เธอเติบโตอย่างปลอดภัย มีความสุข และแข็งแรง
Mornye ยอมรับทุกอย่างอย่างเงียบๆ แม้เธอจะรู้ว่าแม่คิดว่าเธอไม่สามารถเข้าใจความหมายและอารมณ์ได้ มักจะเผยสีหน้าเศร้าสร้อยเวลาประคองขาของเธอ และเธอก็จำได้อย่างชัดเจนถึงความลังเลชั่วขณะที่ยากจะสังเกตเห็น เมื่อพวกเขาพูดถึงคำว่า "สุขภาพแข็งแรง" แต่ครอบครัวดูแลเธอดี Mornye เข้าใจจุดนี้มาตั้งแต่เด็ก
มีเพียงครั้งเดียวที่เป็นข้อยกเว้น เสียงทะเลาะวิวาทยามดึกดื่นดังจนปลุกเธอให้ตื่นจากหลับ เสียงพ่อที่ตะคอกดัง แม่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ความรู้สึกถูกคุกคาม ทำให้เธออดร้องไห้เสียงดังไม่ได้ เธอมั่นใจว่าพ่อแม่ได้ยิน เพราะในเสียงเถียงกันนั้นมีการหยุดชะงักไปชั่วคราว และตามมาด้วยคือเสียงร้องที่ดังยิ่งกว่า
ดังนั้น ในช่วงเวลาที่หยุดชะงักนั้น ความรับผิดชอบแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ค่อยๆ งอกเงยขึ้น เธอต้องไปหยุดพวกเขาด้วยตัวเอง
เธอมุ่งเป้าไปที่รถเข็นข้างหัวเตียง มือทั้งสองข้างกำราวข้างเตียงแน่น แล้วเริ่มขยับร่างกาย เริ่มจากหน้าอก นี่ง่ายมาก เธอโน้มตัวออกไป ลดระยะห่างจากเป้าหมาย ตามด้วยท้อง อวัยวะที่อ่อนนุ่มถูกกดทับด้วยไม้แข็งกระด้างเข้าสันหลัง ส่งความเจ็บปวดแบบทื่อๆ ที่ชัดเจนมา แต่กลับเหมือนเป็นลางของความสำเร็จ สุดท้ายคือขาทั้งสองข้าง เธอใช้แรงทั้งหมดที่มี เพื่อให้แขนขาที่ไม่เชื่อฟังนั้นสามารถข้ามไปได้
การทะเลาะกันหยุดชะงัก
โลกถูกเติมเต็มด้วยความเงียบอีกครั้ง รถเข็นล้มตะแคงเพราะการชนจากการตกของเธอ Mornye ใช้แขนยันร่างครึ่งบนที่เจ็บจนชา รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ขมับค่อยๆ ไหลผ่านผิวหนังที่เย็นยะเย็นเสมอของเธอ แม่โน้มตัวกอดเธอเข้าในอ้อมแขน ร้องไห้ด้วยความอ่อนล้า
ครอบครัวส่วนใหญ่ก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี แม่ลาออกจากงานมาดูแลเธอที่บ้าน ส่วนพ่อก็ทำงานหนักเพื่อแบกรับค่ารักษาพยาบาลและค่าตรวจร่างกายที่สูงลิ่ว ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ในวันแห่งความทรงจำอันเลือนรางนั้น แม่มักจะกอดเธอไว้ในอ้อมแขน พูดด้วยเสียงอ่อนโยน แล้วค่อยวางเธอกลับลงบนเตียงเล็กๆ ของเธอเอง วันเกิดปีหนึ่ง พ่อได้กลับบ้านตอนเธอยังตื่นอยู่ ต่างจากที่ผ่านมา สามคนนั่งล้อมกัน ร้องเพลงวันเกิดพร้อมกัน ขอให้เธอเติบโตอย่างปลอดภัย มีความสุข และแข็งแรง
Mornye ยอมรับทุกอย่างอย่างเงียบๆ แม้เธอจะรู้ว่าแม่คิดว่าเธอไม่สามารถเข้าใจความหมายและอารมณ์ได้ มักจะเผยสีหน้าเศร้าสร้อยเวลาประคองขาของเธอ และเธอก็จำได้อย่างชัดเจนถึงความลังเลชั่วขณะที่ยากจะสังเกตเห็น เมื่อพวกเขาพูดถึงคำว่า "สุขภาพแข็งแรง" แต่ครอบครัวดูแลเธอดี Mornye เข้าใจจุดนี้มาตั้งแต่เด็ก
มีเพียงครั้งเดียวที่เป็นข้อยกเว้น เสียงทะเลาะวิวาทยามดึกดื่นดังจนปลุกเธอให้ตื่นจากหลับ เสียงพ่อที่ตะคอกดัง แม่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ความรู้สึกถูกคุกคาม ทำให้เธออดร้องไห้เสียงดังไม่ได้ เธอมั่นใจว่าพ่อแม่ได้ยิน เพราะในเสียงเถียงกันนั้นมีการหยุดชะงักไปชั่วคราว และตามมาด้วยคือเสียงร้องที่ดังยิ่งกว่า
ดังนั้น ในช่วงเวลาที่หยุดชะงักนั้น ความรับผิดชอบแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ค่อยๆ งอกเงยขึ้น เธอต้องไปหยุดพวกเขาด้วยตัวเอง
เธอมุ่งเป้าไปที่รถเข็นข้างหัวเตียง มือทั้งสองข้างกำราวข้างเตียงแน่น แล้วเริ่มขยับร่างกาย เริ่มจากหน้าอก นี่ง่ายมาก เธอโน้มตัวออกไป ลดระยะห่างจากเป้าหมาย ตามด้วยท้อง อวัยวะที่อ่อนนุ่มถูกกดทับด้วยไม้แข็งกระด้างเข้าสันหลัง ส่งความเจ็บปวดแบบทื่อๆ ที่ชัดเจนมา แต่กลับเหมือนเป็นลางของความสำเร็จ สุดท้ายคือขาทั้งสองข้าง เธอใช้แรงทั้งหมดที่มี เพื่อให้แขนขาที่ไม่เชื่อฟังนั้นสามารถข้ามไปได้
การทะเลาะกันหยุดชะงัก
โลกถูกเติมเต็มด้วยความเงียบอีกครั้ง รถเข็นล้มตะแคงเพราะการชนจากการตกของเธอ Mornye ใช้แขนยันร่างครึ่งบนที่เจ็บจนชา รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ขมับค่อยๆ ไหลผ่านผิวหนังที่เย็นยะเย็นเสมอของเธอ แม่โน้มตัวกอดเธอเข้าในอ้อมแขน ร้องไห้ด้วยความอ่อนล้า
หน้าที่เงียบ
นักเรียนส่วนใหญ่มักคิดว่า นักเรียน Mornye เป็นคนเงียบเสมอมา
เพราะรถเข็นเทอะทะนั้น เธอจึงถูกตัดขาดจากการวิ่งเล่นไล่จับของเด็กวัยเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก ในทางกลับกัน เธอทุ่มเทพลังงานที่มากกว่าคนทั่วไปทั้งหมดให้กับการเรียน ใช้การอ่านและการคำนวณที่ไม่มีที่สิ้นสุดเติมเต็มทุกช่องว่างของเวลา ครูเคยยกเธอเป็นแบบอย่างหลายครั้ง จนในที่สุดพวกเขาก็พบว่าตนเองเริ่มตามความคิดของ Mornye ไม่ทันแล้ว ส่วนนักเรียนเองก็มีเสียงกระซิบเล่าต่อกันว่า พ่อของเธอทำงานให้กับบริษัทที่มีชื่อเสียงไม่ดีแห่งหนึ่งของสหพันธรัฐใหม่ เพราะทุกครั้งหลังเลิกเรียน จะมีคนที่ดูเหมือนพ่อบ้าน พร้อมสีหน้าที่ไร้ที่ติแต่เย็นชา มารอเข็นรถเข็นให้เธอ Mornye นั่งเงียบๆ บนนั้น ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกจัดวางอย่างดี แค่ยอมรับทุกอย่างไปด้วยความเงียบงัน
สิ่งที่ทำให้เด็กๆ รู้สึกไม่สบายใจลึกๆ ยิ่งไปกว่านั้น คือทัศนคติที่เฉยเมยต่อความเมตตาของเธอ ถึงแม้ว่าครูจะได้กำชับต่อหน้าทั้งชั้นแล้ว ว่าต้องดูแล Mornye ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกให้มากขึ้น แม้ว่าเพื่อนร่วมชั้นมักจะมาพร้อมรอยยิ้มอันกว้างขวาง ถามเธอว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ เธอก็มักก้มหน้าลง ใช้ผมปลายห้อยปกปิดสายตา แล้วส่ายหน้ารับอย่างเบาๆ ปฏิเสธทุกอย่างไปด้วยความเงียบ
ความอดทนของเด็กๆ นั้นมีจำกัดอยู่แล้ว เมื่อสูญเสียความเหนือกว่าในฐานะผู้ให้ การกีดกันก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อเธอเข็นรถเข็นคนเดียวอย่างช้าๆ ตามทางเดิน ก็ไม่มีใครเข้ามาล้อมเธออีกต่อไป พวกเขามองกันและกันด้วยความเงียบที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำ ผ่ากันให้ทางตรงแก่รถเข็นเทอะทะนั้น ราวกับฝูงปลาที่แหวกน้ำออกเป็นทาง
จริงๆ แล้ว Mornye ไม่เคยเก็บความรู้สึกไม่ดีกับความเอาใจใส่ที่ถูกยื่นออกมาแล้วถอนคืนเหล่านั้น เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะได้เกรดดีเยี่ยม ก็เพราะนี่คือวิธีเดียวที่เธอจะแสดงความขอบคุณอันเงียบงันต่อโลกใบนี้ได้ เธอเข้าใจมาตลอดว่า หากเธอขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะด้วยความจริงใจหรือเพราะการอบรมสั่งสอน ผู้คนก็มักจะยื่นมือมาช่วยเธอ
แต่เธอก็จำได้ดวงตาที่เหนื่อยล้าของแม่ นั่นคือเหตุผลที่เธอมักเลือกเงียบเสมอมา
เพราะรถเข็นเทอะทะนั้น เธอจึงถูกตัดขาดจากการวิ่งเล่นไล่จับของเด็กวัยเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก ในทางกลับกัน เธอทุ่มเทพลังงานที่มากกว่าคนทั่วไปทั้งหมดให้กับการเรียน ใช้การอ่านและการคำนวณที่ไม่มีที่สิ้นสุดเติมเต็มทุกช่องว่างของเวลา ครูเคยยกเธอเป็นแบบอย่างหลายครั้ง จนในที่สุดพวกเขาก็พบว่าตนเองเริ่มตามความคิดของ Mornye ไม่ทันแล้ว ส่วนนักเรียนเองก็มีเสียงกระซิบเล่าต่อกันว่า พ่อของเธอทำงานให้กับบริษัทที่มีชื่อเสียงไม่ดีแห่งหนึ่งของสหพันธรัฐใหม่ เพราะทุกครั้งหลังเลิกเรียน จะมีคนที่ดูเหมือนพ่อบ้าน พร้อมสีหน้าที่ไร้ที่ติแต่เย็นชา มารอเข็นรถเข็นให้เธอ Mornye นั่งเงียบๆ บนนั้น ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกจัดวางอย่างดี แค่ยอมรับทุกอย่างไปด้วยความเงียบงัน
สิ่งที่ทำให้เด็กๆ รู้สึกไม่สบายใจลึกๆ ยิ่งไปกว่านั้น คือทัศนคติที่เฉยเมยต่อความเมตตาของเธอ ถึงแม้ว่าครูจะได้กำชับต่อหน้าทั้งชั้นแล้ว ว่าต้องดูแล Mornye ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกให้มากขึ้น แม้ว่าเพื่อนร่วมชั้นมักจะมาพร้อมรอยยิ้มอันกว้างขวาง ถามเธอว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ เธอก็มักก้มหน้าลง ใช้ผมปลายห้อยปกปิดสายตา แล้วส่ายหน้ารับอย่างเบาๆ ปฏิเสธทุกอย่างไปด้วยความเงียบ
ความอดทนของเด็กๆ นั้นมีจำกัดอยู่แล้ว เมื่อสูญเสียความเหนือกว่าในฐานะผู้ให้ การกีดกันก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น ไม่นานหลังจากนั้น เมื่อเธอเข็นรถเข็นคนเดียวอย่างช้าๆ ตามทางเดิน ก็ไม่มีใครเข้ามาล้อมเธออีกต่อไป พวกเขามองกันและกันด้วยความเงียบที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำ ผ่ากันให้ทางตรงแก่รถเข็นเทอะทะนั้น ราวกับฝูงปลาที่แหวกน้ำออกเป็นทาง
จริงๆ แล้ว Mornye ไม่เคยเก็บความรู้สึกไม่ดีกับความเอาใจใส่ที่ถูกยื่นออกมาแล้วถอนคืนเหล่านั้น เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะได้เกรดดีเยี่ยม ก็เพราะนี่คือวิธีเดียวที่เธอจะแสดงความขอบคุณอันเงียบงันต่อโลกใบนี้ได้ เธอเข้าใจมาตลอดว่า หากเธอขอความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะด้วยความจริงใจหรือเพราะการอบรมสั่งสอน ผู้คนก็มักจะยื่นมือมาช่วยเธอ
แต่เธอก็จำได้ดวงตาที่เหนื่อยล้าของแม่ นั่นคือเหตุผลที่เธอมักเลือกเงียบเสมอมา
จดหมายตอบรับเข้าศึกษา
เมื่ออายุ 16 ปี เธอได้รับจดหมายเชิญเข้าเรียนของสถาบันสตาร์ทอร์ช
การปลุกพลังเรโซแนนซ์เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว มันดูเหมือนจะเป็นเพียงช่วงบ่ายธรรมดาๆ วันหนึ่ง ที่เธอตระหนักว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องใช้มือหมุนล้อรถเข็นหนักอึ้งอีกต่อไป นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษอะไร หลักการทำงานเชิงกลไกเหล่านั้นเธอเข้าใจดีอยู่แล้ว การให้มันทำงานในจินตนาการ กับการควบคุมมันในความเป็นจริง สำหรับ Mornye ก็ไม่ได้ต่างกัน ไม่ว่าจะอย่างไร เธอที่เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ก็ยังถูกกักขังอยู่บนโครงโลหะเทอะทะนั่น
คืนวันนั้น ขณะยกตัวเองขึ้นเตียง เธอเห็นสัญลักษณ์ทาเซ็ตเรืองแสงจางๆ บนต้นขา เหมือนมุกตลกร้ายดำที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต
แต่จดหมายตอบรับเข้าศึกษานั้นแตกต่าง
เป็นที่ทราบกันดีว่าสถาบันสตาร์ทอร์ชเป็นสถาบันฝึกฝนบุคคลระดับสูงของโซลาริส และสหพันธ์สเปซเทรค ที่มันสังกัดอยู่ก็เป็นตัวแทนของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของมนุษยชาติ กระดาษแผ่นนั้นดูเหมือนจะกรีดรอยแตกบนโลกแคบๆ ของ Mornye -- แม้จะเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ตามปกติ แม้จะมีพลังที่แม้แต่ตัวเองก็มองว่าไร้ประโยชน์ เธอก็ยังได้รับมอบ "คุณค่า"
แม้จะเป็นตัวตนแบบนี้ เธอก็สามารถร่วมอยู่ในหมู่ดาวที่ส่องสว่างให้มนุษย์ได้หรือ?
เธอเรียนจบหลักสูตรเตรียมความพร้อมอย่างรวดเร็ว พลังเรโซแนนซ์ของเธอถูกประเมินว่าเหมาะสมกับแผนกวิศวกรรม Exostrider เป็นอย่างยิ่ง เธอกลายเป็นอัจฉริยะในสายตาของเพื่อนร่วมชั้น เป็นลูกศิษย์คนโปรดของอาจารย์ และเป็นผู้ช่วยสอนที่อายุน้อยที่สุดของแผนก แต่นี่ยังไม่พอ เธอทุ่มเทศึกษารายงานหัวข้อวิจัยทั้งคืน กระโจนเข้าร่วมการทดลองที่มีความเสี่ยง ใช้พลังเรโซแนนซ์จนเกินขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่า จวนเจียนจะโอเวอร์คล็อก ในชั่วขณะที่สติหลงใหลเพราะลืมดื่มสารเสริมอาหารตามเวลาที่กำหนด เธอคิดว่า — หาก — เพียงแค่หาก ร่างนี้จะสามารถกลายเป็นหินก้อนหนึ่งที่วางรากฐานให้กับวิหารวิทยาศาสตร์ได้ ก็นับเป็นจุดจบที่สมบูรณ์
"ดึกมากแล้ว ไม่พักผ่อนล่ะ?"
เธอเงยหน้าขึ้น มองเห็นคู่ตาสีทองเรืองรอง
เธอจำคนคนนี้ได้ เขาคือผู้ริเริ่มโครงการที่เธอทำอยู่ เป็นรุ่นพี่ของเธอที่สถาบันสตาร์ทอร์ช เธอชอบคู่ตาสีทองคู่นี้มาตลอด ในดวงตาคู่นั้น มีอารมณ์บางอย่างที่กว้างใหญ่และเปลี่ยวเหงา ซึ่ง Mornye ในตอนนั้นยังไม่อาจเข้าใจได้ ดังนั้นเมื่อมองไปที่ใครต่อใคร จึงมีความสงบเฉยเมยที่เท่าเทียม ไม่มีความเห็นอกเห็นใจแบบที่เธอชินเคย
"ถ้าไม่พักผ่อน" รุ่นพี่ผู้นั้นเชื้อเชิญด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จะพลาดชมดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนไปนะ"
การปลุกพลังเรโซแนนซ์เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นแล้ว มันดูเหมือนจะเป็นเพียงช่วงบ่ายธรรมดาๆ วันหนึ่ง ที่เธอตระหนักว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องใช้มือหมุนล้อรถเข็นหนักอึ้งอีกต่อไป นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษอะไร หลักการทำงานเชิงกลไกเหล่านั้นเธอเข้าใจดีอยู่แล้ว การให้มันทำงานในจินตนาการ กับการควบคุมมันในความเป็นจริง สำหรับ Mornye ก็ไม่ได้ต่างกัน ไม่ว่าจะอย่างไร เธอที่เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ก็ยังถูกกักขังอยู่บนโครงโลหะเทอะทะนั่น
คืนวันนั้น ขณะยกตัวเองขึ้นเตียง เธอเห็นสัญลักษณ์ทาเซ็ตเรืองแสงจางๆ บนต้นขา เหมือนมุกตลกร้ายดำที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต
แต่จดหมายตอบรับเข้าศึกษานั้นแตกต่าง
เป็นที่ทราบกันดีว่าสถาบันสตาร์ทอร์ชเป็นสถาบันฝึกฝนบุคคลระดับสูงของ
แม้จะเป็นตัวตนแบบนี้ เธอก็สามารถร่วมอยู่ในหมู่ดาวที่ส่องสว่างให้มนุษย์ได้หรือ?
เธอเรียนจบหลักสูตรเตรียมความพร้อมอย่างรวดเร็ว พลังเรโซแนนซ์ของเธอถูกประเมินว่าเหมาะสมกับแผนกวิศวกรรม Exostrider เป็นอย่างยิ่ง เธอกลายเป็นอัจฉริยะในสายตาของเพื่อนร่วมชั้น เป็นลูกศิษย์คนโปรดของอาจารย์ และเป็นผู้ช่วยสอนที่อายุน้อยที่สุดของแผนก แต่นี่ยังไม่พอ เธอทุ่มเทศึกษารายงานหัวข้อวิจัยทั้งคืน กระโจนเข้าร่วมการทดลองที่มีความเสี่ยง ใช้พลังเรโซแนนซ์จนเกินขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่า จวนเจียนจะโอเวอร์คล็อก ในชั่วขณะที่สติหลงใหลเพราะลืมดื่มสารเสริมอาหารตามเวลาที่กำหนด เธอคิดว่า — หาก — เพียงแค่หาก ร่างนี้จะสามารถกลายเป็นหินก้อนหนึ่งที่วางรากฐานให้กับวิหารวิทยาศาสตร์ได้ ก็นับเป็นจุดจบที่สมบูรณ์
"ดึกมากแล้ว ไม่พักผ่อนล่ะ?"
เธอเงยหน้าขึ้น มองเห็นคู่ตาสีทองเรืองรอง
เธอจำคนคนนี้ได้ เขาคือผู้ริเริ่มโครงการที่เธอทำอยู่ เป็นรุ่นพี่ของเธอที่สถาบันสตาร์ทอร์ช เธอชอบคู่ตาสีทองคู่นี้มาตลอด ในดวงตาคู่นั้น มีอารมณ์บางอย่างที่กว้างใหญ่และเปลี่ยวเหงา ซึ่ง Mornye ในตอนนั้นยังไม่อาจเข้าใจได้ ดังนั้นเมื่อมองไปที่ใครต่อใคร จึงมีความสงบเฉยเมยที่เท่าเทียม ไม่มีความเห็นอกเห็นใจแบบที่เธอชินเคย
"ถ้าไม่พักผ่อน" รุ่นพี่ผู้นั้นเชื้อเชิญด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "จะพลาดชมดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืนไปนะ"
หมู่ดวงดาว
แต่ Mornye ไม่เคยคิดว่า ดาวที่รุ่นพี่คนนั้นพูดถึง หมายถึงโลกเหนือทุ่งน้ำแข็ง
นั่นคือภารกิจสำรวจสู่โลกเหนือทุ่งน้ำแข็ง ในชีวิตปกติไม่เคยมีใครเชิญ Mornye เข้าร่วมปฏิบัติการแบบนี้ ดังนั้นเมื่อ{Male=เขา;Female=เธอ}ยื่นมือมาให้ เธอกลับไม่ได้ปฏิเสธ
ดังนั้นเธอจึงได้นั่งบนเส้นทางสตาร์เวิร์ดสู่โลกเหนือทุ่งน้ำแข็ง น่าแปลกที่เวลาส่วนใหญ่เธอก็ไม่ต่างจากสมาชิกทีมสำรวจคนอื่นๆ นั่งสงบอยู่ในยานพาหนะ คำนวณข้อมูลที่เครื่องจักรขนาดใหญ่เสียงดังเก็บรวบรวมมาตลอดทาง บางครั้ง เมื่อยานพาหนะของพวกเขาไม่สามารถผ่านไปได้ — หรือเพียงแค่มีทิวทัศน์น่าชมบางอย่าง รุ่นพี่คนนั้นจะแบกเธอและเดินท่ามกลางหิมะและลม
ลมบนทุ่งหิมะพัดพาเกล็ดน้ำแข็งมาเกาะแก้มที่ร้อนระอุ ภาพในระยะไกลพร่ามัวในพายุหิมะ แต่ดูเหมือนว่ามีโลกใบใหม่กำลังกางออกต่อหน้าเธอ
ในตอนท้ายของการสำรวจ พวกเขามาถึงซากเครื่องจักรแห่งหนึ่ง นั่งบนเศษซากแหงนมองดวงดาวเต็มฟ้า
"เธอชอบดวงดาวไหม?"
คนคนนั้นพูดเช่นนั้น Mornye เงยหน้าตาม{Male=เขา;Female=เธอ} มองไปยังเศษเสี้ยวที่มาจากระยะห่างปีแสง
"ก็เพราะว่าเรามองเห็นดวงดาวนี่แหละ มนุษย์จึงเกิดความอยากรู้เกี่ยวกับโลกที่อยู่เหนือท้องฟ้า"
"ฉันคิดว่า... พวกเธอจะพิสูจน์ให้เห็นว่า การกีดกันที่ดูเหมือนจะเป็นนิรันดร์นี้ ไม่ใช่จุดจบ สักวันหนึ่งผู้คนจะก้าวไปสู่ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลด้วยเจตจำนงของตนเอง"
— อ้อ... ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง
สิ่งแรกที่เธอตระหนัก คือผู้อื่นและตัวเธอเองต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กน้อยเท่าเทียมกัน เธอ พ่อ แม่ เพื่อนร่วมชั้นจากบ้านเกิด และ{Male=เขา;Female=เธอ} ภายใต้กลุ่มดาวอันกว้างใหญ่ไพศาล ล้วนเป็นเพียงผงธุลีเล็กน้อยในดาวเคราะห์นี้
ต่อมา เธอหวนนึกถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองเคยพยายามกดทับไว้ ทั้งความเจ็บปวดจากการล้มลงเมื่อครั้งแรกที่พยายามล้วงข้ามราวกั้น เสียงร้องไห้ที่เธอกลืนลงไปเมื่อแม่ทิ้งบ้านไป สายตาลับๆ ล่อๆ ของเด็กๆ ที่โรงเรียนในบ้านเกิด ทางเดินที่ผู้คนหลบให้ จนถึงความสงบอันน่าวิตกเมื่อจินตนาการว่าตัวเองจะจบทุกสิ่งลง
ในที่สุด ความไม่ยอมจำนนก็ถาโถมมา
มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน รุนแรงจนกระหน่ำซัดเธอ จนเหมือนเป็นการประกาศสงครามต่อสิ่งมีชีวิตอันยิ่งใหญ่บางอย่าง ดวงดาวเย็นยะเยือกดวงหนึ่งลุกโชนในทรวงอกอันเงียบงันของเธอ พร้อมแรงดึงดูดอันเจ็บแสบ ฉีกทำลายความสงบที่เธอรักษาไว้ในโลกอันคับแคบจนแหลกสลาย
แล้ว แสงดาวก็เอ่อล้นมา
ด้วยน้ำตา ด้วยเสียงก้องกังวานของหัวใจ เธอยื่นมือออกไปเหมือนคนข้างกาย ยื่นไปสู่แสงดาวอันห่างไกลไม่มีที่สิ้นสุด
— "ฉันก็อยาก... จะไปถึงอนาคตแบบนั้นเช่นกัน"
แล้ว อีกก้าวหนึ่ง
"ศาสตราจารย์ Mornye Cody กับ Vance กำลังทะเลาะกันเพราะชิ้นส่วนทดสอบ 'เฮลิออส' เกรงว่าคงต้องให้ท่าน..."
Mornye ถอนหายใจ ในขณะนั้น สตาร์สแต็กดัดแปลงเหนือศีรษะของเธอกำลังทำงานอย่างมั่นคง เธอใช้พลังเรโซแนนซ์ควบคุมแป้นพิมพ์ ตอบอีเมลเกี่ยวกับความคืบหน้าของพิธีเปลี่ยนสุริยะ มือซ้ายควบคุมจอภาพลอยตัว จำลองพารามิเตอร์การส่งออกพลังงานระหว่างการทดสอบจุดระเบิด มือขวากำลังคำนวณการเปลี่ยนแปลงความยืดหยุ่นและความพลาสติก ถึงกระนั้น เมื่อได้ยินเรื่องที่ต้องประสานความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เธอก็ยังต้องหยุดความคืบหน้าทั้งหมด พยายามคร่ำครวญเบาๆ โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น
ผู้ที่ทะเลาะกันคือนักเรียนสองคนที่เพิ่งจบจากสถาบันสตาร์ทอร์ช ความกระตือรือร้นรอคอยการยอมรับ Mornye ไม่เคยมีช่วงเวลาแบบนั้น แต่เธอนึกถึงตอนที่ตัวเองเพิ่งเข้าร่วมสถาบันวิจัย เธอเกิดขัดแย้งกับสภาบริหารเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องการจำลองท้องฟ้าดาวฤกษ์ หลังจากได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง ก็มีพายุสุญตา เกิดขึ้นที่นั่น เพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ เธอใช้โอเวอร์คล็อก เพื่อบำรุงรักษาหอสัญญาณให้ทำงานต่อเนื่อง แล้วก็ถูกชิ้นส่วนที่ตกลงมากระแทกขา...
เอาล่ะ ก็คงไม่ได้ต่างจากเด็กๆ ในตอนนี้เท่าไหร่นัก
เมื่อจัดการเหตุการณ์เรียบร้อย อาเรย์จำลองชั้นบรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นโหมดยามค่ำคืนแล้ว โฮเวอร์แคนนอนส่งสารอาหารเสริมสำหรับมื้อเย็นมาให้ เป็นรสสเต็กย่างควันใหม่ที่แผนกเกษตรกรรมเพิ่งพัฒนาขึ้น เธอเปิดฝาขวด ปิดจอภาพลอยตัวสุดท้ายตรงหน้า มองออกไปยังท้องฟ้าดาวฤกษ์นอกหน้าต่าง
รุ่นพี่คนนั้นจากไปนานแล้ว
หลังจากนั้นเกิดเรื่องมากมาย เช่นปีที่จบการศึกษา เธอได้รับคำเชิญเข้าทำงานที่สถาบันวิจัยอย่างราบรื่น เช่นโปรเจกต์แรกที่เธอรับผิดชอบ คือการสร้างท้องฟ้าดาวฤกษ์ในลาไฮรอย เช่นขาของเธอผ่านการผ่าตัด ตอนนี้สามารถเดินได้อย่างอิสระแล้ว เช่นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน คนนั้นบอกว่า ลาไฮรอยสามารถก้าวเดินต่อไปได้ด้วยกำลังของตนเองแล้ว
คนคนนั้นไม่ได้เป็นของลาไฮรอย ตอนนั้น Mornye ถึงเข้าใจว่า ความเท่าเทียมในดวงตาสีทองเรืองรองคู่นั้นมาจากไหน {Male=เขา;Female=เธอ}ไม่ได้ถูกกำหนดให้หยุด ณ ที่แห่งใด
แต่... ไม่เป็นไร
ในโถงทดลองของสถาบันวิจัย 'เฮลิออส' ส่องแสงสีเงินแวววาว โครงการ 'พิธีเปลี่ยนสุริยะ' — นั่นคือก้าวแรกในการบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ 'การเปิดใช้งาน Exostrider' แม้แต่คนนั้นก็ยังไม่เคยคิดมาก่อน
— ฉันพบสิ่งที่ต้องทำแล้ว รุ่นพี่ แถมยังก้าวไปได้ไกลกว่ารุ่นพี่เสียอีก
— ดังนั้น เมื่อรุ่นพี่กลับมา... ฉันจะสามารถยืนอยู่ข้างๆ รุ่นพี่ได้บ้างไหมนะ?
Mornye ถอนหายใจ ในขณะนั้น สตาร์สแต็กดัดแปลงเหนือศีรษะของเธอกำลังทำงานอย่างมั่นคง เธอใช้พลังเรโซแนนซ์ควบคุมแป้นพิมพ์ ตอบอีเมลเกี่ยวกับความคืบหน้าของพิธีเปลี่ยนสุริยะ มือซ้ายควบคุมจอภาพลอยตัว จำลองพารามิเตอร์การส่งออกพลังงานระหว่างการทดสอบจุดระเบิด มือขวากำลังคำนวณการเปลี่ยนแปลงความยืดหยุ่นและความพลาสติก ถึงกระนั้น เมื่อได้ยินเรื่องที่ต้องประสานความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เธอก็ยังต้องหยุดความคืบหน้าทั้งหมด พยายามคร่ำครวญเบาๆ โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น
ผู้ที่ทะเลาะกันคือนักเรียนสองคนที่เพิ่งจบจาก
เอาล่ะ ก็คงไม่ได้ต่างจากเด็กๆ ในตอนนี้เท่าไหร่นัก
เมื่อจัดการเหตุการณ์เรียบร้อย อาเรย์จำลองชั้นบรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นโหมดยามค่ำคืนแล้ว โฮเวอร์แคนนอนส่งสารอาหารเสริมสำหรับมื้อเย็นมาให้ เป็นรสสเต็กย่างควันใหม่ที่แผนกเกษตรกรรมเพิ่งพัฒนาขึ้น เธอเปิดฝาขวด ปิดจอภาพลอยตัวสุดท้ายตรงหน้า มองออกไปยังท้องฟ้าดาวฤกษ์นอกหน้าต่าง
รุ่นพี่คนนั้นจากไปนานแล้ว
หลังจากนั้นเกิดเรื่องมากมาย เช่นปีที่จบการศึกษา เธอได้รับคำเชิญเข้าทำงานที่สถาบันวิจัยอย่างราบรื่น เช่นโปรเจกต์แรกที่เธอรับผิดชอบ คือการสร้างท้องฟ้าดาวฤกษ์ใน
คนคนนั้นไม่ได้เป็นของลาไฮรอย ตอนนั้น Mornye ถึงเข้าใจว่า ความเท่าเทียมในดวงตาสีทองเรืองรองคู่นั้นมาจากไหน {Male=เขา;Female=เธอ}ไม่ได้ถูกกำหนดให้หยุด ณ ที่แห่งใด
แต่... ไม่เป็นไร
ในโถงทดลองของสถาบันวิจัย 'เฮลิออส' ส่องแสงสีเงินแวววาว โครงการ 'พิธีเปลี่ยนสุริยะ' — นั่นคือก้าวแรกในการบรรลุเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ 'การเปิดใช้งาน Exostrider' แม้แต่คนนั้นก็ยังไม่เคยคิดมาก่อน
— ฉันพบสิ่งที่ต้องทำแล้ว รุ่นพี่ แถมยังก้าวไปได้ไกลกว่ารุ่นพี่เสียอีก
— ดังนั้น เมื่อรุ่นพี่กลับมา... ฉันจะสามารถยืนอยู่ข้างๆ รุ่นพี่ได้บ้างไหมนะ?
Mornye เส้นเสียง
ความในใจ - 1
ฉันเรียนจบจากแผนกวิศวกรรม Exostrider ของสถาบันสตาร์ทอร์ช โครงการจบคือ "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการส่งพลังงานกับการรีไซเคิลวัสดุ Exoswarm" แผนนี้ถูกสหพันธ์สเปซเทรค สังเกตเห็น และในที่สุดก็ได้รับการปรับเป็นแผน "พิธีเปลี่ยนสุริยะ" เนื้อหาเฉพาะคือการใช้โมดูลแปลงสภาพพลังงานหลายสถานะ ผ่านเครือข่ายซูเปอร์คอนดักเตอร์...
ขอโทษนะ ต่อไปฉันจะหาหัวข้อที่คุณสนใจมากกว่านี้มาพูด
ขอโทษนะ ต่อไปฉันจะหาหัวข้อที่คุณสนใจมากกว่านี้มาพูด
ความในใจ - 2
สลัดไลเคนและ "บะหมี่มิดไนท์วันเดอร์คัพ" รสซุปครีม คุณชอบรสไหน?
... ช่วงนี้ฉันสังเกตนักเรียนหลังเลิกเรียน พบว่านี่เป็นหัวข้อที่พวกเขาพูดถึงบ่อยที่สุด นอกเหนือจาก "ขีดเส้นเน้นจุดสำคัญของบทเรียนนี้" ฉันคิดว่า เนื่องจากตอนนี้คุณก็เป็นนักเรียนของสถาบันสตาร์ทอร์ช เช่นกัน น่าจะสนใจ
ขอโทษนะ ที่นี่ไม่มี "บะหมี่มิดไนท์วันเดอร์คัพ" มีแต่สารเสริมอาหาร... แต่ถ้าคุณอยากกิน เราสามารถไปซื้อในสถาบันตอนนี้เลย ไปไหม?
... ช่วงนี้ฉันสังเกตนักเรียนหลังเลิกเรียน พบว่านี่เป็นหัวข้อที่พวกเขาพูดถึงบ่อยที่สุด นอกเหนือจาก "ขีดเส้นเน้นจุดสำคัญของบทเรียนนี้" ฉันคิดว่า เนื่องจากตอนนี้คุณก็เป็นนักเรียนของ
ขอโทษนะ ที่นี่ไม่มี "บะหมี่มิดไนท์วันเดอร์คัพ" มีแต่สารเสริมอาหาร... แต่ถ้าคุณอยากกิน เราสามารถไปซื้อในสถาบันตอนนี้เลย ไปไหม?
ความในใจ - 3
ขาทั้งสองข้างนี่เหรอ? มันคือขาเทียมที่สหพันธ์สเปซเทรค พัฒนาขึ้น ก่อนรับการผ่าตัด ฉันต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นเพราะโรคที่ชื่อว่า 'ภาวะพัฒนาการของเส้นประสาทเอว–ก้นกบไม่สมบูรณ์ตั้งแต่กำเนิด'
แต่ว่า ฉันก็จำเรื่องตอนนั้นไม่ได้มากนักเลย บ้านที่ไม่มีใครอยู่ ห้องเรียนที่เงียบสงัด ความเจ็บปวดเมื่อหกล้มจากรถเข็น ฉันรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นจริง แต่กลับนึกถึงความรู้สึกในตอนนั้นไม่ออก บางครั้งก็คงกังวลใจ...หรือเพราะแบบนี้กันนะ ถึงทำให้ฉันไม่เข้าใจว่าความรู้สึกบางอย่างในใจมันคืออะไร
แต่ว่า ฉันก็จำเรื่องตอนนั้นไม่ได้มากนักเลย บ้านที่ไม่มีใครอยู่ ห้องเรียนที่เงียบสงัด ความเจ็บปวดเมื่อหกล้มจากรถเข็น ฉันรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นจริง แต่กลับนึกถึงความรู้สึกในตอนนั้นไม่ออก บางครั้งก็คงกังวลใจ...หรือเพราะแบบนี้กันนะ ถึงทำให้ฉันไม่เข้าใจว่าความรู้สึกบางอย่างในใจมันคืออะไร
ความในใจ - 4
ฉันมีแนวคิดด้านวิศวกรรมบางอย่างที่อยากยืนยัน จำเป็นต้องไปสำรวจภาคสนาม ฉันอยากชวนคุณไปด้วยกัน
...ไม่ใช่ คำร้องขอสำรวจได้ส่งอย่างเป็นทางการแล้ว ครั้งนี้ไม่ใช่ให้คุณมาช่วยปกป้องอะไร ทั้งที่นั้นก็ไม่มีอันตราย แต่มันเป็นโครงการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำสมัยของลาไฮรอย และเป็นโครงการวิศวกรรมที่ฉันรับผิดชอบหลักอยู่ ฉันอยาก... แนะนำให้คุณรู้จัก
...ไม่ใช่ คำร้องขอสำรวจได้ส่งอย่างเป็นทางการแล้ว ครั้งนี้ไม่ใช่ให้คุณมาช่วยปกป้องอะไร ทั้งที่นั้นก็ไม่มีอันตราย แต่มันเป็นโครงการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ
ความในใจ - 5
อาเรย์จำลองชั้นบรรยากาศของลาไฮรอย ได้สร้างบันทึกเกี่ยวกับท้องฟ้าดาวฤกษ์จากอดีตขึ้นมาใหม่ ดาวสีขาวที่สว่างที่สุดใกล้จุดเหนือศีรษะคือกลุ่มดาวเอปัสอัลฟา ดาวลำดับหลักประเภท A ทางขวาของมันคือกลุ่มดาวคู่คลักซ์ ดาวสองดวงที่โคจรร่วมกันด้วยแรงโน้มถ่วง สูงขึ้นไปอีกคือดาวขั้วโลก, กลุ่มดาววัลเพคูลาเดลต้า, กระจุกดาวสกอร์ปิอัส...
...ไม่ อย่ามองมาที่ฉันเลย เงยหน้ามองท้องฟ้าดาวฤกษ์ต่อไปเถอะ ตลอดหลายปีในลาไฮรอย ทุกครั้งที่เห็นท้องฟ้าดาวฤกษ์ ฉันก็จะนึกถึงความฝันอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับห้วงอวกาศ และ...ความรู้สึกว่างเปล่าที่ไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไร
คำพูดที่ไม่เคยเอ่ยออกใต้ท้องฟ้าดาวฤกษ์เมื่อหลายปีก่อน...ตอนนี้ ฉันอยากจะบอกคุณ
...ไม่ อย่ามองมาที่ฉันเลย เงยหน้ามองท้องฟ้าดาวฤกษ์ต่อไปเถอะ ตลอดหลายปีในลาไฮรอย ทุกครั้งที่เห็นท้องฟ้าดาวฤกษ์ ฉันก็จะนึกถึงความฝันอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับห้วงอวกาศ และ...ความรู้สึกว่างเปล่าที่ไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไร
คำพูดที่ไม่เคยเอ่ยออกใต้ท้องฟ้าดาวฤกษ์เมื่อหลายปีก่อน...ตอนนี้ ฉันอยากจะบอกคุณ
งานอดิเรกของ Mornye
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ฉันได้อ่านบทความวิจัยจากสถาบันหัวซวีจากหวงหลง ชื่อเรื่องว่า "การวิจัยพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจุลภาคและการตกผลึกของหินทาเซไทต์ด้วยแบบจำลองพลวัตใกล้สนาม" บทความมีความยาว 167 หน้า เขียนได้ดีมาก อ่านแล้วรู้สึกสบายใจสดชื่น
ความกังวลของ Mornye
บางครั้งฉันก็ไม่เข้าใจแรงจูงใจของนักเรียน เช่น ข้อสอบปลายภาคมีมาตรฐานการให้คะแนนชัดเจน ทำไมถึงมาขอให้ฉัน "ช่วยอุ้มคะแนน" ล่ะ? ฉันก็เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ไม่ได้นี่...
อาหารที่ชอบ
"เจลกระตุ้นพลังงานด่วน" ที่แผนกเกษตรกรรมพัฒนาขึ้น มีอัตราการสกัดพลังงานจากวัตถุดิบเกิน 95% เป็นความภูมิใจของสหพันธ์สเปซเทรค
...รสชาติเหรอ? ฉันว่าก็ดีนะ กินคำเดียวก็ได้รสวัตถุดิบครบทุกอย่าง สะดวกดี
...รสชาติเหรอ? ฉันว่าก็ดีนะ กินคำเดียวก็ได้รสวัตถุดิบครบทุกอย่าง สะดวกดี
อาหารที่ไม่ชอบ
ของที่กินยุ่งยาก ก็เพราะมันกินยุ่งยากน่ะสิ...
อุดมคติ
ท้องฟ้าดาวฤกษ์ดำรงอยู่ก่อนมนุษย์เกิดเสียอีก เมื่อเรามองขึ้นไปยังแสงดาวของมัน สิ่งที่เราเห็นก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของกาลเวลาที่สาดส่องจากส่วนลึกของจักรวาล
แต่มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเรา กลับฝันจะก้าวข้ามเหวแห่งกาลเวลา ประกาศว่าเราจะใช้ร่างเนื้ออันแสนชั่วคราว ท้าทายความเงียบงันอันเป็นนิรันดร์นั้น เราจะพิสูจน์ว่าฟากฟ้านั้นมิใช่สิ่งเอื้อมไม่ถึง สักวันหนึ่ง มนุษย์จะใช้มือของตัวเองสัมผัสห้วงอวกาศแห่งดวงดาวได้
ฉันอยากไปยังอนาคตเช่นนั้นกับพวกคุณห้วงเหนือสังสาร
แต่มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเรา กลับฝันจะก้าวข้ามเหวแห่งกาลเวลา ประกาศว่าเราจะใช้ร่างเนื้ออันแสนชั่วคราว ท้าทายความเงียบงันอันเป็นนิรันดร์นั้น เราจะพิสูจน์ว่าฟากฟ้านั้นมิใช่สิ่งเอื้อมไม่ถึง สักวันหนึ่ง มนุษย์จะใช้มือของตัวเองสัมผัสห้วงอวกาศแห่งดวงดาวได้
ฉันอยากไปยังอนาคตเช่นนั้นกับพวกคุณห้วงเหนือสังสาร
พูดคุย - 1
ขาเทียมคู่นี้ใช้เทคโนโลยีการแพทย์ล่าสุดของสหพันธ์สเปซเทรค และอนุญาตให้ฉันใช้พลังเรโซแนนซ์ปรับแต่งมันได้ ทำให้สามารถลอยตัวได้ชั่วคราว แจ้งเตือนเมื่อโอเวอร์คล็อก ผลิตความร้อนเร็ว ให้แสงสว่างยามค่ำคืน... ในแง่ของฟังก์ชันการทำงาน ดีก็คือมาก มากก็คือดี คุณก็คิดแบบนั้นเหมือนกันใช่ไหม?
พูดคุย - 2
การที่ขาเคลื่อนไหวไม่ได้ มีผลกระทบต่อการดำเนินการศึกษาทางทฤษฎีน้อยมาก ดังนั้น ตอนที่เรียนอยู่ที่บ้านเกิด ฉันจึงอ่านหนังสือ ศึกษา สะสมทฤษฎี และเขียนรายงานอย่างไม่หยุดหย่อน มันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นบ้าง รู้สึกว่า... ตัวเองก็เป็นคนที่มีคุณค่าเหมือนคนอื่นๆ
ไม่ ฉันไม่รู้สึกเศร้าต่างหาก เพราะสำหรับตอนนี้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์
ไม่ ฉันไม่รู้สึกเศร้าต่างหาก เพราะสำหรับตอนนี้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับ Lynae
ฉันก็อยากเป็นเหมือนเธอ ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำอย่างอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลุดพ้นจากกรอบของตารางเรียน แต่ครูก็โดดเรียนไม่ได้นี่นา...
เกี่ยวกับ Sigrika
เธอเป็นนักเรียนที่ตั้งใจเรียนมาก แต่สิ่งที่เธอยึดติดนั้นกลับทำให้เธอเหนื่อยกับตัวเองเอง
อย่างเช่นว่า โจทย์ในข้อสอบที่ไม่เข้าใจ แม้ว่าจะใช้สูตรที่ไม่เกี่ยวข้องมาเติมในช่องว่าง ก็ไม่ได้รับคะแนนอยู่ดี
อย่างเช่นว่า โจทย์ในข้อสอบที่ไม่เข้าใจ แม้ว่าจะใช้สูตรที่ไม่เกี่ยวข้องมาเติมในช่องว่าง ก็ไม่ได้รับคะแนนอยู่ดี
เกี่ยวกับ Denia
ทุกครั้งที่มีการบรรยายสาธารณะ ฉันมักจะเห็นเธอทำเป็นเข้าใจแล้วพยักหน้าไปมา จนกระทั่งเผลอหลับโงกแล้วล้มตัวลง ตื่นสะดุ้ง แล้วก็หลับอีก... ภายหลังฉันถึงรู้ว่าเป็นเพราะการเข้าฟังบรรยายเหล่านี้จะได้รับคะแนน
เกี่ยวกับ Luuk Herssen
ตอนที่ยังเป็นนักเรียน ฉันมักต้องไปห้องพยาบาลเป็นประจำ หมอ Herssen ให้ยานำเข้าจากสสหพันธรัฐใหม่ชนิดหนึ่งมาทาน โดยบอกว่ายาจะออกฤทธิ์ได้ต้องนอนก่อนสี่ทุ่ม หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไป ร่างกายฉันก็ดีขึ้นจริงๆ ต่อมาฉันถึงรู้ว่ายาเหล่านั้นเป็นแค่น้ำนมพืชธรรมดาๆ ของลาไฮรอย ...
เกี่ยวกับ Chisa
เรื่องของนักศึกษาใหม่ปีหนึ่งที่หายตัวไปในพายุสุญตา -- ฉันจำเรื่องนี้ได้ ตอนนั้นฉันเพิ่งเริ่มทำงานเป็นผู้ช่วยสอนที่สถาบันสตาร์ทอร์ช และเคยได้รายงานการวิจัยที่เธอส่งมา เป็นรายงานการวิจัยที่ดี มีโครงสร้างชัดเจน ตรวจสอบอย่างรอบคอย รูปแบบถูกต้องครบถ้วน
ตอนนี้เธอได้กลายเป็นนักเรียนที่เขียนรายงานการวิจัยได้ดีที่สุดของฉันแล้ว
ตอนนี้เธอได้กลายเป็นนักเรียนที่เขียนรายงานการวิจัยได้ดีที่สุดของฉันแล้ว
คำอวยพรวันเกิด
วันนี้เป็นวันเกิดคุณ ฉันรู้
ในมิติมหภาค เอ็นโทรปีของจักรวาลเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง การหมุนเวียนของเวลาไม่อาจย้อนคืน สรรพสิ่งล้วนมุ่งสู่ฮีทเดธ วันเกิด คือจุดหมายที่เราวางไว้เพื่อตน เพื่อพิสูจน์ว่าแม้จะเป็นมนุษย์ตัวน้อย แต่ก็สามารถสร้างและรักษาความเป็นระเบียบเล็กๆ ไว้ท่ามกลางกระแสธารนี้ได้
ทั้งหมดนี้... คือสิ่งที่ฉัน "รู้" แต่เมื่ออยู่ข้างๆ คุณ ฉันกลับลืมสิ่งเหล่านั้นไปน่ะ
เมื่อมองเข้าไปในตาของคุณ ฉันเพียง "รู้สึก" ว่า... การได้อยู่กับคุณในวันนี้ ช่างมีความสุขจัง
ในมิติมหภาค เอ็นโทรปีของจักรวาลเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง การหมุนเวียนของเวลาไม่อาจย้อนคืน สรรพสิ่งล้วนมุ่งสู่ฮีทเดธ วันเกิด คือจุดหมายที่เราวางไว้เพื่อตน เพื่อพิสูจน์ว่าแม้จะเป็นมนุษย์ตัวน้อย แต่ก็สามารถสร้างและรักษาความเป็นระเบียบเล็กๆ ไว้ท่ามกลางกระแสธารนี้ได้
ทั้งหมดนี้... คือสิ่งที่ฉัน "รู้" แต่เมื่ออยู่ข้างๆ คุณ ฉันกลับลืมสิ่งเหล่านั้นไปน่ะ
เมื่อมองเข้าไปในตาของคุณ ฉันเพียง "รู้สึก" ว่า... การได้อยู่กับคุณในวันนี้ ช่างมีความสุขจัง
ขณะยืนรอ - 1
ชาร์จพลังสำเร็จ
ขณะยืนรอ - 2
อื่ม ต้องชาร์จพลังแล้ว...
ขณะยืนรอ - 3
เอาล่ะ
คำแนะนำตัว
ฉันคือ Mornye วิศวกรจากสถาบันวิจัยสหพันธ์สเปซเทรค ศาสตราจารย์แห่งสถาบันสตาร์ทอร์ช ถ้าคุณต้องการ ฉันจะจัดเวลาว่างให้นะ
ทักทาย
ฉันไม่จำเป็นต้องรอคอยคืนที่ดาวเต็มฟ้า ไม่ต้องแหงนมองขึ้นไป ฉันได้วางท้องฟ้าไว้ที่หลังคอ ที่ข้างมือ และบนหนังตาแล้ว
เข้าร่วมทีม - 1
อืม ชาร์จพลังขาเทียมสำเร็จแล้ว
เข้าร่วมทีม - 2
ตอนนี้ ฉันสามารถเดินเคียงข้างคุณได้แล้ว
เข้าร่วมทีม - 3
ผลตรวจสอบ... ขอโทษ ฉันจะรีบไปจัดการให้ทันที
เลื่อนขั้น - 1
ขยายความเป็นไปได้ใหม่ๆ
เลื่อนขั้น - 2
สร้างแผนที่ความเป็นจริงสำหรับทฤษฎีที่สะสมไว้ เชื่อใจเถอะ ฉันเก่งเรื่องนี้
เลื่อนขั้น - 3
พารามิเตอร์ตัวแปร ข้อมูลเชิงประจักษ์ ความน่าจะเป็นแฝง... ฉันจะนำทั้งหมดนี้มาพิจารณา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกระทำของเรา
เลื่อนขั้น - 4
...เพราะสิ่งที่คุณมอบให้ฉัน ฉันได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม การเติบโตของฉัน ทำให้คุณรู้สึกดีใจไหม
เลื่อนขั้น - 5
ฉันนึกถึงความรู้สึกครั้งแรกที่ไปที่ทุ่งหิมะ ลมพัดหิมะกราดผ่านแก้ม ฉันที่นั่งรถเข็นมาตลอด ครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ขอบคุณนะ ที่นำความรู้สึกเช่นนี้... กลับมาให้ฉันอีกครั้ง
โจมตีปกติ - 1
จัดรูปแบบโจมตี
โจมตีปกติ - 2
ยิงได้
โจมตีปกติ - 3
ล็อกเป้า
โจมตีปกติ - 4
โฟกัส!
โจมตีหนัก - 1
เสริมกำลังสูงสุด
โจมตีหนัก - 2
โมดูลโฮเวอร์พร้อม
โจมตีหนัก - 3
โหมดบัญชาการ
โจมตีหนัก - 4
แบบนี้ชัดเจนกว่า
โจมตีหนัก - 5
ยืนยัน!
โจมตีหนัก - 6
ปฏิบัติ!
โจมตีหนัก - 7
ประมวลผลเสร็จสิ้น!
โจมตีกลางอากาศ - 1
ยืนยันเป้าหมาย
โจมตีกลางอากาศ - 2
เตรียมการควบคุม
สกิลเรโซแนนซ์ - 1
เปิดใช้งานมาตรการตอบโต้
สกิลเรโซแนนซ์ - 2
กางสนาม
สกิลเรโซแนนซ์ - 3
แปลงพลังงานศักย์
สกิลเรโซแนนซ์ - 4
ตอนนี้เลย
สกิลเรโซแนนซ์ - 5
ยืนยันสิทธิ์แล้ว!
สกิลเรโซแนนซ์ - 6
ให้ฉันจัดการเอง!
สกิลเรโซแนนซ์ - 7
ยิงพร้อมกัน!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 1
อนุญาตใช้งานพลังสูงสุด!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 2
เปิดใช้งานมาตรการขั้นวิกฤต!
การปลดปล่อยเรโซแนนซ์ - 3
หมู่ดาวเอ๋ย... โปรดรับฟังฉัน
สกิลอินโทร
ทั้งหมดถูกควบคุมแล้ว
ถูกโจมตี - 1
ปรับท่าทาง...
ถูกโจมตี - 2
แค่ล้มเท่านั้นน่ะ...
บาดเจ็บ - 1
ลองดีบักนิดหน่อยก็คงหาย...
บาดเจ็บ - 2
กำลังส่งออกลดลง...
บาดเจ็บ - 3
ฉันยัง... ลุกขึ้นได้อยู่...!
หมดสติ - 1
ไม่อยาก... ทำให้คุณต้องผิดหวัง...
หมดสติ - 2
ฉันไม่กลัวนะ แค่...
หมดสติ - 3
ทะเลดวงดาว... ที่เย็นยะเยือก...
อัญเชิญเอคโค่
สร้างโมเดลสำเร็จ
สกิลเอคโค่ - เปลี่ยนร่าง
เขียนทับโครงสร้าง
ศัตรูอยู่ใกล้เคียง
ตรวจพบอันตราย
เครื่องร่อน
ยืนยัน...ความปลอดภัย
เซนเซอร์
สร้างโมเดลสภาพแวดล้อมเสร็จสิ้น
พุ่งตัว
ปริมาณการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น...
หีบเสบียง - 1
มีคุณค่าทางใช้งานพอสมควร
หีบเสบียง - 2
คุณชอบอันนี้ใช่ไหม เอาไปให้หมดเลย
หีบเสบียง - 3
บันทึกลงในบันทึกการตรวจสอบแล้ว